สำนักงานความปลอดภัยการบินแห่งสหภาพยุโรป (EASA) ประกาศขยายเขตพื้นที่เตือนภัยน่านฟ้าซาอุดีอาระเบีย พร้อมแนะนำให้สายการบินหลีกเลี่ยงการทำการบิน
KEY POINTS
- สำนักงานความปลอดภัยการบินแห่งสหภาพยุโรป (EASA) ประกาศขยายเขตเตือนภัยและแนะนำให้สายการบินหลีกเลี่ยงน่านฟ้าซาอุดีอาระเบีย
- คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นหลังกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนยิงขีปนาวุธโจมตีท่าอากาศยานนานาชาติในกรุงริยาด ซึ่งแสดงถึงความสามารถในการโจมตีระยะไกล
- เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความเสี่ยงสูงต่อเครื่องบินพาณิชย์ และส่งผลให้สายการบินนานาชาติหลายแห่งยกเลิกเที่ยวบินเข้า-ออกซาอุฯ จำนวนมาก
สำนักข่าว Reuters รายงานว่า สำนักงานความปลอดภัยการบินแห่งสหภาพยุโรป (EASA) ประกาศขยายเขตพื้นที่เตือนภัยน่านฟ้าซาอุดีอาระเบีย พร้อมแนะนำให้สายการบินหลีกเลี่ยงการทำการบิน หลังกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนเปิดฉากโจมตีท่าอากาศยานนานาชาติในกรุงริยาด ส่งผลให้สายการบินยักษ์ใหญ่ยกเลิกเที่ยวบิน
EASA ได้ประกาศปรับการเตือนภัยพื้นที่การสู้รบ โดยระบุว่า การโจมตีระลอกล่าสุดแสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถและความตั้งใจของกลุ่มฮูตีที่จะพุ่งเป้าลึกเข้าไปในดินแดนซาอุฯ ซึ่งรวมถึงเขตเมืองหลวงด้วย ทำให้ EASA ต้องตัดสินใจเพิ่มพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของซาอุฯ เข้าไปในเขตพื้นที่แจ้งเตือนภัยด้านการบินเพิ่มเติม
ประกาศเตือนภัยดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากสำนักงานการบินพลเรือนของซาอุฯ ยืนยันว่า มีพลเมืองชาวซาอุฯ เสียชีวิต 3 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายราย จากเหตุโจมตีสองระลอกใส่ท่าอากาศยานนานาชาติคิงคาลิดในกรุงริยาด เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
โดยกลุ่มกบฏฮูตีได้ออกมายอมรับว่าเป็นผู้ยิงขีปนาวุธร่อนจำนวน 2 ลูกโจมตีสนามบินดังกล่าว พร้อมขู่ว่าจะยกระดับการโจมตีสายการบินที่มุ่งหน้าสู่ซาอุฯ ต่อไป
EASA เตือนว่า "การโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ควบคู่ไปกับการเปิดใช้งานระบบป้องกันทางอากาศ ทำให้มีความเสี่ยงสูงขึ้นมาก ที่จะเกิดความผิดพลาดในการระบุตัวตนของเครื่องบินพาณิชย์ รวมถึงความเสี่ยงที่ขีปนาวุธและโดรนจะบินผ่าน และเกิดเศษซากยุทโธปกรณ์ร่วงหล่นลงมาจากฟ้า"
ด้าน OPSGROUP ซึ่งเป็นองค์กรเครือข่ายบุคลากรด้านการบินเกือบ 10,000 คน ได้ส่งคำเตือน "ห้ามบิน" (Do not fly) สำหรับน่านฟ้าซาอุฯ ไปยังสมาชิก โดยแนะนำให้หลีกเลี่ยงการปฏิบัติการบินในซาอุฯ ทั้งหมด รวมถึงการใช้สนามบินซาอุฯ เป็นสนามบินสำรองระหว่างทาง เนื่องจากความเสี่ยงจากขีปนาวุธและการประเมินสถานการณ์ผิดพลาด
การโจมตีระลอกล่าสุดส่งผลให้กลุ่มสายการบินลุฟท์ฮันซา และสายการบินอินเดีย 3 แห่ง ประกาศยกเลิกเที่ยวบินสู่กรุงริยาดในทันที
ขณะที่สายการบินในภูมิภาคอ่าวอาหรับก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน สายการบินเอทิฮัดยกเลิกเที่ยวบินระหว่างอาบูดาบีและริยาดรวม 8 เที่ยวบิน ส่วนฟลายดูไบ ประกาศยกเลิกเที่ยวบินสู่กรุงริยาดและยันบุ ไปจนถึงวันที่ 10 ตุลาคม และยกเลิกเที่ยวบินสู่อับฮาไปจนถึงวันที่ 11 ตุลาคม
ทั้งนี้ ท่าอากาศยานนานาชาติคิงคาลิด ถือเป็นสนามบินที่มีผู้โดยสารหนาแน่นเป็นอันดับ 2 ของซาอุฯ รองจากเจดดาห์ โดยรองรับเที่ยวบินมากถึง 296,800 เที่ยวตลอดปี 2025 หรือเฉลี่ยราว 813 เที่ยวบินต่อวัน
ข้อมูลจากเว็บไซต์ติดตามการบิน Flightradar24 ระบุว่า มีเที่ยวบินเข้า-ออกจากกรุงริยาดถูกยกเลิกไปแล้วอย่างน้อย 131 เที่ยวบินเมื่อช่วงบ่ายวันศุกร์ หลังจากที่มีการยกเลิกไปแล้วหลายร้อยเที่ยวบินในวันก่อนหน้า





