วันพฤหัสบดี ที่ 8 ตุลาคม 2569

Login
Login

อนุทินเผยเวทีฟอร์บส์ รอเซ็นดีลการค้าไทย-สหรัฐ เมื่อทรัมป์เยือนเอเชีย

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เผยบนเวทีฟอร์บส์ที่สิงคโปร์ ข้อตกลงการค้าต่างตอบแทนระหว่างไทยกับสหรัฐมาถึง “ย่อหน้าสุดท้าย” คาดลงนามกันได้เมื่อทรัมป์มาเยือนเอเชียรอบหน้า

สำนักข่าวแชนเนลนิวส์เอเชีย (ซีเอ็นเอ) ของสิงคโปร์รายงาน นายอนุทินเผยระหว่างการพูดคุยกับนายสตีฟ ฟอร์บส์  ประธานและบรรณาธิการฟอร์บส์มีเดียที่สิงคโปร์ เมื่อวันพุธ (7 ต.ค.) ว่า เขาได้รับจดหมายจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ เมื่อสัปดาห์ก่อนยืนยันว่า ทั้งสองประเทศอยู่ใน “ขั้นตอนสุดท้าย” ของข้อตกลง

“ทรัมป์บอกผมว่า ทีมงานของผมและผู้แทนการค้าสหรัฐจะทำส่วนสุดท้ายของข้อตกลง เขาคาดว่าจะลงนามกันได้ ‘เมื่อผมไปเอเชียรอบหน้า’” อนุทินกล่าว

รายงานข่าวระบุว่า ทรัมป์จะมาเอเชียรอบหน้าในเดือน พ.ย. เพื่อมาประชุมผู้นำสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่ฟิลิปปินส์ และผู้นำความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (เอเปค) ที่เสิ่นเจิ้น

สหรัฐเป็นตลาดส่งออกใหญ่สุดของไทย ปัจจุบันสินค้าส่งออกของไทยไปสหรัฐเจอภาษี 12.5% เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการใช้แรงงานบังคับ เพิ่มขึ้นจาก 10% ที่หมดอายุลงในเดือน ก.ค. ส่วนการสอบสวนกำลังการผลิตส่วนเกินกำลังอยู่ระหว่างดำเนินการ

ข้อมูลจากสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ระบุว่า ไทยมียอดเกินดุลการค้าสินค้ากับสหรัฐในระดับสูงแตะระดับ 7.17 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2025เพิ่มขึ้น 59.1% จากปี 2024

แต่ในภาคบริการ สหรัฐเกินดุลการค้ากับไทย 15 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 จากที่เคยขาดดุล 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024

เมื่อฟอร์บสถามในประเด็นนี้ อนุทินระบุ เขามั่นใจว่า การขาดดุลการค้ากับจีนจะลดลงอย่างมากเมื่อเวลาผ่านไป เนื่องจากการลงทุนจากจีนที่หลั่งไหลเข้ามาในประเทศ

ช่วงเจ็ดเดือนแรกของปีนี้ไทยขาดดุลการค้าจีนเพิ่มขึ้น 59.3% คิดเป็นมูลค่า 5.513 หมื่นล้านดอลลาร์

อนุทินกล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปี ไทยได้รับ “การลงทุนโดยตรงจากจีนมากมายหลายโครงการ” ตอนไปเยือนจีนในเดือน ก.ค. เขายังได้พบกับบริษัทรถยนต์หลายราย “พวกเขายืนยันการลงทุนในประเทศของเรา”

กรณีการลงทุนในประเทศไทย อนุทินกล่าวว่า นับตั้งแต่รับตำแหน่งในเดือน ก.ย.2025 ตนและนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ประกาศนำไทยเข้าสู่ “จอเรดาร์” ดึงธุรกิจนวัตกรรมเข้าประเทศให้มากขึ้น

อนุทินกล่าวด้วยว่า ในการหารือกับนักลงทุนต่างชาติ เขาได้ “วิงวอน” ไม่ให้มองประเทศไทยว่าเป็นเพียงแหล่งแรงงานราคาถูก, ต้นทุนสิ่งอำนวยความสะดวกและค่าสาธารณูปโภคต่ำ แต่ให้มองว่าเป็นประเทศที่มีระบบโลจิสติกส์และการสื่อสารที่พัฒนาแล้ว รวมถึงเป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้าสำหรับภูมิภาคอาเซียนและที่ไกลกว่านั้น 

เขาได้พบปะกับบุคคลสำคัญจากต่างประเทศได้จากการประชุมสุดยอดอาเซียนและเอเปค และข้อตกลงหยุดยิงที่ลงนามกับกัมพูชาเมื่อเดือน ต.ค.ปีที่แล้วต่อหน้าทรัมป์และนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซียในกรุงกัวลาลัมเปอร์ หมายความว่า “เราอยู่ในความสนใจของสื่อ”

อนุทินยังกล่าวถึงการที่ไทยสมัครเป็นสมาชิกองค์การความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนว่า ไทยเป็นประเทศ “เชื่อถือได้” ในการนำเงินเข้ามาลงทุน OECD เป็นองค์การระหว่างประเทศที่ประกอบด้วยกลุ่มประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจพัฒนาแล้วเป็นหลักทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานเชิงนโยบายและให้คำแนะนำแก่ประเทศต่างๆ เกี่ยวกับแนวทางในการบริหารจัดการระบบเศรษฐกิจ สถาบัน และบริการสาธารณะให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

เมื่อฟอร์บส์ถามถึงบทบาทของไทยในการรับผู้อพยพจากเมียนมาและส่วนอื่น ๆ ของภูมิภาค อนุทินกล่าวว่า คนไทย “ไม่มีปัญหาในการช่วยเหลือเพื่อนที่เดือดร้อน” และเชื่อใน “ความมั่งคั่งทางมนุษยธรรม”