วันพฤหัสบดี ที่ 8 ตุลาคม 2569

Login
Login

เสี่ยงตายแลกเงินล้าน! กัปตันเรือฮอร์มุซรับ 3 ล้าน/เดือน ฝ่าดงขีปนาวุธอิหร่าน

‘วิกฤติช่องแคบฮอร์มุซ’ ดันค่าจ้างกัปตันเรือน้ำมันพุ่งแตะ 3.3 ล้านบาทต่อเดือน พร้อมโบนัสอีก 1.6 ล้านบาทต่อเที่ยว หลังการโจมตีเรือสินค้าทวีความรุนแรง ขณะที่ค่าระวางเรือทะยานแตะ 1.3 ล้านดอลลาร์ต่อวัน ซ้ำเติมต้นทุนขนส่งน้ำมันโลก

“เสี่ยงตายแลกเงินล้าน” ช่องแคบฮอร์มุซ กลายเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสุดอันตราย หลังการโจมตีเรือสินค้าทวีความรุนแรง จนเจ้าของเรือต้องทุ่มค่าตอบแทนมหาศาลเพื่อจูงใจกัปตันให้ยอมฝ่าดงขีปนาวุธและโดรน โดยเสนอ “เงินเดือนสูงถึง 100,000 ดอลลาร์ (ราว 3.3 ล้านบาท)” พร้อมอัดโบนัสอีก 50,000 ดอลลาร์ (ราว 1.6 ล้านบาท) ทุกครั้งที่แล่นผ่านช่องแคบ สะท้อนวิกฤติความปลอดภัย ที่ทำให้การขนส่งน้ำมันผ่านเส้นเลือดใหญ่พลังงานโลกต้องแลกด้วยความเสี่ยงถึงชีวิต

หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์ (FT) รายงานว่า ค่าตอบแทนที่พุ่งสูงนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางการโจมตีเรือสินค้าของอิหร่านที่ทวีความรุนแรง ขณะที่ประเทศผู้ผลิตน้ำมันในอ่าวเปอร์เซียยังจำเป็นต้องรักษาการส่งออกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ภายใต้สถานการณ์ปกติ กัปตันเรือบรรทุกน้ำมันได้รับเงินเดือนเฉลี่ยราว 15,000 ดอลลาร์ (ราว 5 แสนบาท) ขณะที่ลูกเรือทั่วไปอาจได้รับเพียง 1,500 ดอลลาร์ (ราว 5 หมื่นบาท) ต่อเดือน แต่ปัจจุบัน ลูกเรือที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซอาจได้รับค่าจ้างสูงถึง 4-6 เท่าของอัตราปกติ

นอกจากนี้ ต้นทุนค่าขนส่งน้ำมันยังพุ่งทะยานตามความเสี่ยง โดยค่าระวางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพิ่มขึ้นแตะประมาณ 1.3 ล้านดอลลาร์ต่อวันในสัปดาห์นี้ เทียบกับเพียง 20,000-50,000 ดอลลาร์ต่อวันในปีที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน ค่าเบี้ยประกันภัยความเสี่ยงจากสงครามเพิ่มขึ้นเป็น 6-10% ของมูลค่าตัวเรือ ส่งผลให้เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่บางลำต้องจ่ายเบี้ยประกันสูงถึง 20 ล้านดอลลาร์ต่อเที่ยว

ด้านราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเรือบรรทุกน้ำมันที่เมืองฟูไจราห์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ พุ่งแตะ 686 ดอลลาร์ต่อตัน เพิ่มขึ้น 67% จากปีก่อน ยิ่งซ้ำเติมต้นทุนการขนส่งน้ำมันทั่วโลก

สำหรับความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง บริษัทความมั่นคงทางทะเล Vanguard ระบุว่า นับตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย. เกิดเหตุโจมตีเรือในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซอย่างน้อย 14 ครั้ง

ขณะที่องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) บันทึกว่า นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. มีเรือถูกโจมตีอย่างน้อย 93 ลำ และลูกเรือเสียชีวิตแล้ว 24 ราย

ปัจจุบัน เรือส่วนใหญ่เลือกเดินทางผ่านช่องแคบในเวลากลางคืน พร้อมปิดระบบส่งสัญญาณ GPS เพื่อลดความเสี่ยงตกเป็นเป้าหมายโจมตี

ข้อมูลจาก Windward ระบุว่า วันที่ 4 ต.ค. มีเรือเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพียง 13 ลำ ลดลงจาก 24 ลำในสัปดาห์ก่อนหน้า และต่ำกว่าระดับก่อนสงครามที่มีเรือผ่านเฉลี่ยวันละ 135 ลำ

แม้ข้อมูลจาก Kpler ชี้ว่า ปริมาณส่งออกน้ำมันโดยรวมจากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียฟื้นตัวใกล้ระดับก่อนสงครามแล้ว แต่ปริมาณน้ำมันที่ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยตรงยังต่ำกว่าระดับก่อนสงครามราวหนึ่งในสาม

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่า แม้การส่งออกน้ำมันยังดำเนินต่อไปได้ แต่ต้องแลกกับต้นทุนมหาศาล ทั้งค่าจ้างลูกเรือ ค่าระวางเรือ ค่าเบี้ยประกัน และเชื้อเพลิง ซึ่งอาจกลายเป็นแรงกดดันต่อราคาน้ำมันโลก หากการโจมตีทวีความรุนแรงขึ้นหรือมีลูกเรือยอมเสี่ยงชีวิตเดินทางผ่านช่องแคบน้อยลง

อ้างอิง: firstpost, ft