วันเสาร์ ที่ 3 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘มาเลเซีย’ จ่อซื้อขีปนาวุธพันล้านติดเรือรบ ชี้รอไม่ได้ หวั่นพิพาท ‘จีน-ฟิลิปปินส์’ ลุกลาม

รัฐบาลมาเลเซียกำลังพิจารณาจัดสรรงบกว่า 1 พันล้านริงกิต จัดซื้อระบบขีปนาวุธพื้นสู่พื้นชุดใหม่ รับมือความตึงเครียดรอบเกาะบาลาบักของฟิลิปปินส์

KEY POINTS

  • รัฐบาลมาเลเซียกำลังพิจารณาจัดสรรงบประมาณ 700 ล้านถึงกว่า 1 พันล้านริงกิต เพื่อจัดซื้อระบบขีปนาวุธพื้นสู่พื้นชุดใหม่สำหรับติดตั้งบนเรือรบ
  • การจัดซื้อครั้งนี้เป็นความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อทดแทนระบบเดิมที่สั่งซื้อจากนอร์เวย์แต่เกิดความล่าช้า เนื่องจากความต้องการด้านการป้องกันประเทศเป็นเรื่องที่รอไม่ได้
  • มาเลเซียต้องการยกระดับความพร้อมทางทหารเพื่อรับมือความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความขัดแย้งระหว่างฟิลิปปินส์-จีน-สหรัฐฯ ที่อาจลุกลามเข้าสู่น่านน้ำของตน

สำนักข่าว The Star รายงานว่า ดาตุก เสรี โมฮาเหม็ด คาเลด นอร์ดิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมาเลเซีย เปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาจัดสรรงบประมาณ 700 ล้าน ถึงกว่า 1 พันล้านริงกิต เพื่อจัดซื้อระบบขีปนาวุธพื้นสู่พื้น (Surface-to-surface missile system) ชุดใหม่จากตัวเลือก 3 ประเทศ เพื่อทดแทนระบบเดิมที่สั่งซื้อจากนอร์เวย์แต่เกิดความล่าช้า พร้อมเร่งยกระดับความพร้อมทางทหารเพื่อรับมือความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์รอบเกาะบาลาบักของฟิลิปปินส์ที่อาจลุกลามเข้าสู่น่านน้ำมาเลเซีย

โมฮาเหม็ด คาเลด ระบุว่า มาเลเซีย มีความจำเป็นเร่งด่วนในการจัดหาขีปนาวุธใหม่สำหรับติดตั้งบนเรือรบของกองทัพเรือ โดยขณะนี้รัฐบาลกำลังประเมินปัจจัยรอบด้าน ทั้งในเรื่องของราคา ระยะเวลาการส่งมอบ และที่สำคัญที่สุดคือขีดความสามารถในการเชื่อมต่อและทำงานร่วมกับระบบอำนวยการรบ ซึ่งผลิตโดยบริษัทด้านการป้องกันประเทศทางทะเลของฝรั่งเศสที่ติดตั้งอยู่บนเรือรบของกองทัพเรือมาเลเซียในปัจจุบัน

"การจัดซื้อขีปนาวุธไม่ใช่การเดินไปเลือกซื้อรถยนต์จากโชว์รูม แต่เป็นยุทโธปกรณ์ที่ต้องสั่งผลิตซึ่งอาจใช้เวลานานถึง 3 หรือ 4 ปี รัฐบาลจึงอาจต้องพิจารณาจัดสรรงบประมาณก้อนใหม่สำหรับซื้อขีปนาวุธทดแทน โดยไม่สามารถหยุดรอให้กระบวนการทวงคืนเงินที่ติดค้างอยู่กับดีลการจัดซื้อจากนอร์เวย์เสร็จสิ้นก่อนได้ เนื่องจากความต้องการด้านการป้องกันประเทศเป็นเรื่องที่รอไม่ได้" รัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซียกล่าว

สำหรับปัญหาความล่าช้าในโครงการจัดซื้อยุทโธปกรณ์กับนอร์เวย์นั้น รัฐมนตรีกลาโหมชี้แจงว่า รัฐบาลมาเลเซียจะยังคงเดินหน้าทวงคืนเงินก้อนดังกล่าวต่อไป แม้ว่ารัฐบาลนอร์เวย์จะปฏิเสธความรับผิดชอบต่อปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งที่สองชาติมีความสัมพันธ์อันดีมายาวนาน ในขณะที่บริษัทคู่สัญญาเองก็ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมประวิงเวลากระบวนการแก้ไขปัญหาเช่นกัน

นอกเหนือจากการจัดซื้ออาวุธแล้ว โมฮาเหม็ด คาเลด ยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมด้านการป้องกันประเทศในภาพรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงความเคลื่อนไหวทางทหารที่เพิ่มขึ้นของกองทัพฟิลิปปินส์และสหรัฐ บนเกาะบาลาบัก (Balabac Island) ทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีพรมแดนประชิดกับดินแดนของมาเลเซีย

รัฐมนตรีกลาโหมยอมรับว่า สถานการณ์ดังกล่าวอาจมีความซับซ้อนและเปราะบางมากยิ่งขึ้น ท่ามกลางความตึงเครียดที่เกี่ยวข้องกับฟิลิปปินส์ สหรัฐ และจีน ซึ่งหากมีการยั่วยุกันเกิดขึ้น ก็อาจนำไปสู่การเผชิญหน้าที่ไม่คาดคิด และย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงของมาเลเซียอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ทั้งนี้ รัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซียย้ำทิ้งท้ายว่า การเตรียมความพร้อมทางทหารในครั้งนี้มีลักษณะเพื่อการตั้งรับและป้องกันตนเอง ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อการเผชิญหน้ากับฟิลิปปินส์แต่อย่างใด แต่เป็นการดำเนินการเพื่อสร้างหลักประกันว่าประเทศจะมีความพร้อมรับมือหากความขัดแย้งในพื้นที่ดังกล่าวลุกลามเข้าสู่ดินแดนของมาเลเซีย ซึ่งรวมถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดคลื่นผู้อพยพหนีภัยสงครามข้ามพรมแดนเข้ามา โดยมาเลเซียจำเป็นต้องรักษาระดับขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศอย่างรัดกุม เพื่อตอบสนองต่อทุกพัฒนาการความเปลี่ยนแปลงในภูมิภาคได้อย่างทันท่วงที