วันจันทร์ ที่ 28 กันยายน 2569

Login
Login

MIHAS ย้ำภาพ ‘มาเลเซีย’ ศูนย์กลางโลกฮาลาล หวังยอดขาย 5 พันล้านริงกิต

งาน Malaysia International Halal Showcase (MIHAS) ได้ชื่อว่าเป็นงานแสดงสินค้าฮาลาลใหญ่ที่สุดในโลก จัดมานานถึง 22 ปี ล่าสุดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-26 ก.ย. ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมนานาชาติมาเลเซีย (MITEC) ในกรุงกัวลาลัมเปอร์

KEY POINTS

  • งาน MIHAS ตอกย้ำสถานะของมาเลเซียในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมฮาลาลระดับโลก โดยล่าสุดสามารถทำยอดขายได้ 5.1 พันล้านริงกิต ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้
  • อุตสาหกรรมฮาลาลที่นำเสนอในงานไม่ได้จำกัดอยู่แค่อาหาร แต่ครอบคลุมถึง 14 สาขา เช่น การเงินอิสลาม โลจิสติกส์ เทคโนโลยี และการท่องเที่ยว
  • มีการนำเทคโนโลยี AI มาใช้เป็นครั้งแรกเพื่อช่วยในการจับคู่ธุรกิจและแปลภาษา เพิ่มโอกาสทางการค้าให้กับผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลก

งาน Malaysia International Halal Showcase (MIHAS) ได้ชื่อว่าเป็นงานแสดงสินค้าฮาลาลใหญ่ที่สุดในโลก จัดมานานถึง 22 ปี ล่าสุดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-26 ก.ย. ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมนานาชาติมาเลเซีย (MITEC) ในกรุงกัวลาลัมเปอร์

ความโดดเด่นที่ทำให้ MIHAS กลายเป็นที่รู้จักระดับโลก ส่วนหนึ่งมาจากกิจกรรมหลักที่ชื่อว่า International Sourcing Programme (INSP) การเจรจาธุรกิจผ่านการนัดหมายล่วงหน้ากว่า 4,000 นัด ระหว่างผู้ส่งออกของมาเลเซียกับผู้ซื้อต่างประเทศจาก 58 เขตเศรษฐกิจ ใช้กระบวนการจับคู่ธุรกิจแบบ B2B ที่เข้มข้น เปลี่ยนกลุ่มผู้ซื้อที่ผ่านการคัดกรองและมีความต้องการซื้อสูงจากทั่วโลก ให้กลายเป็นคำสั่งซื้อเพื่อการส่งออกสำหรับธุรกิจของมาเลเซียได้ทันที

วายบี ดาโต๊ะ เซรี รีซัล เมอริกัน ไนนา เมอริกัน  ประธานองค์การส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศมาเลเซีย (MATRADE: The Malaysia External Trade Development Corporation) ให้สัมภาษณ์พิเศษคณะผู้สื่อข่าวนานาชาติว่า INSP เปรียบเสมือนกลไกหลักและ “จิตวิญญาณ” ของงาน MIHAS ในขณะที่ผู้ซื้อจากนานาชาติต่างมีความต้องการผลิตภัณฑ์และบริการฮาลาลคุณภาพสูงจากมาเลเซียอย่างต่อเนื่อง บรรดาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในท้องถิ่นจึงจำเป็นต้องใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มนี้อย่างเต็มที่ โครงการเชิงกลยุทธ์นี้ถือเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจในท้องถิ่นโดยตรง โดยช่วยเปิดโอกาสให้เข้าถึงเครือข่ายการค้าระดับโลกที่มีมูลค่าสูง พร้อมทั้งผลักดันการส่งออกให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว MIHAS ย้ำภาพ ‘มาเลเซีย’ ศูนย์กลางโลกฮาลาล  หวังยอดขาย 5 พันล้านริงกิต

 

  •  ตั้งเป้ายอดขาย 5 พันล้านริงกิต

  ประธาน MATRADE กล่าวว่า  อุตสาหกรรมฮาลาลมีขนาดใหญ่มากและมีความพร้อมอย่างเต็มที่ จึงเป็นโอกาสสำหรับทุกคนที่เข้ามามีส่วนร่วมจะได้รับประโยชน์ร่วมกัน ไม่ใช่แค่เฉพาะประเทศที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิมเท่านั้น ตัวอย่างเช่นประเทศนิวซีแลนด์

“ทราบไหมครับว่าโรงฆ่าสัตว์ในนิวซีแลนด์กว่า 70% ได้รับการรับรองมาตรฐานฮาลาล เหตุผลก็เพราะพวกเขาเป็นหนึ่งในผู้ผลิตปศุสัตว์รายใหญ่ของโลก ในขณะที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมซึ่งมีจำนวนมากถึง 2 พันล้านคน ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงตัดสินใจว่าแทนที่จะต้องแยกโรงฆ่าสัตว์ออกเป็นสองระบบ ก็ใช้ระบบเดียวที่ได้มาตรฐานฮาลาลไปเลยดีกว่า”

จากตัวอย่างที่ว่าแม้แต่ประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่ไม่ได้นับถือศาสนาอิสลาม ก็ยังหันมาใช้โรงฆ่าสัตว์ที่ได้มาตรฐานฮาลาล นั่นแสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมฮาลาลกำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและก้าวกระโดด ประธาน MATRADE คาดหวังยอดขายจากงาน MIHAS 2026  อยู่ที่ราว 5 พันล้านริงกิต (ราว 41,000 ล้านบาท) ในปีหน้า ต่อมาหลังสิ้นสุดงาน ในวันเสาร์ (26 ก.ย.) ประธาน MATRADE เผยตัวเลขยอดขายเบื้องต้นที่ 5.1 พันล้านริงกิต ถือว่าทำได้สูงกว่าที่ตั้งเป้าเอาไว้

  •  ฮาลาลไม่ได้จำกัดแค่อาหาร

เมื่อพูดถึงฮาลาล ผู้คนมักนึกถึงอาหารเป็นสิ่งแรกแต่ฮาลาลมีมากกว่านั้น ธุรกิจที่มาร่วม MIHAS ไม่ได้มีแค่อาหารและเครื่องดื่มเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงวัตถุดิบเฉพาะทาง เทคโนโลยีชีวภาพ การเงินอิสลาม โลจิสติกส์ และการศึกษา ซึ่งล้วนขับเคลื่อนการปรับเปลี่ยนไปสู่การส่งออกที่เน้นภาคบริการและการผนึกกำลังกับห่วงโซ่อุปทานโลกให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

 “ถ้าคุณอยากทำอาหาร วัตถุดิบต้องฮาลาล ส่วนผสมก็ต้องฮาลาล คุณต้องมีบรรจุภัณฑ์ หากบรรจุภัณฑ์ไม่ฮาลาล สิ่งของทั้งหมดก็จะปนเปื้อนซึ่งไม่ใช่ฮาลาล หลังจากบรรจุภัณฑ์ฮาลาลแล้ว คุณต้องมีคอนเทนเนอร์ลอจิสติกส์ ไม่มีการปนเปื้อนข้ามแดน ฮาลาลบ้างไม่ฮาลาลบ้างจะเป็นที่น่าสงสัย” ประธาน MATRADE กล่าวและว่า JAKIM หน่วยงานออกใบอนุญาตฮาลาลของมาเลเซียมีกระบวนการที่เข้มงวดครอบคลุมตั้งแต่จนจบ ถือเป็นมาตรฐานสูงสุดที่ได้รับการยกย่อง

  •  เสียงเรียกร้อง MIHAS ในต่างแดน

 MIHAS เป็นงานสินค้าฮาลาลใหญ่ที่สุดในโลก โด่งดังถึงขนาดมีเสียงเรียกร้องให้จัดในต่างแดน

“เราเคยทำสองครั้งครับ ไปจัดที่ดูไบ ช่วงงาน MENOPE Middle East Natural and Organic Product Expo เพราะดูไบตั้งอยู่ใจกลางตะวันออกกลางพอดี การเดินทางไปที่นั่นจึงสะดวกมาก สามารถบินตรงจากเมืองใหญ่ต่างๆ ได้ง่าย อีกทั้งดูไบยังขึ้นชื่อเรื่องการเป็นเจ้าภาพจัดงานเอ็กซ์โปที่มีความสำคัญและมีชื่อเสียงระดับโลก นี่จึงเป็นเหตุผลที่ผมเลือกดูไบ

นอกจากนี้ ยังมีบางประเทศที่อาจอยู่ไกลจากกัวลาลัมเปอร์มาก เช่น ประเทศในแถบอเมริกาใต้หรือชิลี ซึ่งหากเดินทางมายังดูไบก็จะใกล้กว่า อีกที่คือที่เซี่ยงไฮ้” ประธาน MATRADE กล่าว

  •  ใช้เอไอยกระดับการค้าทั่วโลก

ภายในงาน MIHAS มีการจับคู่ทางธุรกิจกันโดยตรง ดำเนินการผ่านเครือข่ายผู้แทนการค้าของ MATRADE ที่มีสำนักงานถึง 47 แห่งทั่วโลก (นับเป็นหน่วยงานภาครัฐที่มีเครือข่ายในต่างประเทศใหญ่เป็นอันดับสอง) โดยคู่ค้าเหล่านี้จะผ่านกระบวนการคัดกรองและตรวจสอบเบื้องต้นมาอย่างละเอียดถี่ถ้วน ทำให้เมื่อมาพบปะกันในงาน โอกาสที่จะเกิดความไม่ลงตัวหรือจับคู่กันไม่ได้นั้นแทบจะเป็นศูนย์

อย่างไรก็ตาม MIHAS ปีนี้มีการนำเทคโนโลยีเอไอเข้ามาเสริม ผู้ที่มาร่วมงานสามารถดาวน์โหลดใช้งาน “MIHAS AI” ได้ ช่วยแก้ปัญหากรณีที่ผู้ร่วมงานอาจไม่สามารถเข้าถึงหรือทำความรู้จักกับผู้จัดแสดงสินค้าทั้งหมดที่มีอยู่ถึง 1,400 รายได้อย่างทั่วถึง ทำให้ไม่พลาดโอกาสทางธุรกิจที่ต้องการ ระบบนี้จะช่วยให้ผู้ใช้งานระบุความต้องการหรือความสนใจทางธุรกิจได้ เช่น ต้องการน้ำมันปาล์ม ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากปาล์ม น้ำมันสำหรับปรุงอาหาร หรือกำหนดรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับรูปแบบฉลากและปริมาณสินค้า จากนั้นเอไอจะทำหน้าที่เชื่อมต่ออย่างชาญฉลาดกับระบบเอไอของผู้จัดแสดงสินค้าและระบบอื่นๆ ของฝั่งผู้ขาย ซึ่งกระบวนการนี้จะช่วยลดโอกาสในการพลาดโอกาสทางธุรกิจลงได้

เมื่อมีการเชื่อมต่อกันแล้วจะเกิดการปฏิสัมพันธ์กันอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ไม่ต้องรอถึงปีหน้ากว่าจะได้ติดต่อกันใหม่ เพราะเอไอสามารถสร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง 365 วัน

ไม่เพียงเท่านั้นเอไอยังแปลภาษาได้ถึงแปดภาษา ได้แก่ ภาษาอังกฤษ, มลายู, อินโดนีเซีย, รัสเซีย, ฝรั่งเศส, สเปน, ภาษาจีนกลาง  และอารบิก ซึ่งประธาน MATRADE ได้เสนอให้บริษัทผู้พัฒนาเอไอเพิ่มภาษาในแถบแอฟริกาเข้าไปด้วย เท่ากับว่า MIHAS จะไม่มีอุปสรรคด้านภาษาอีกต่อไป

  •  ความร่วมมือของอาเซียน

วายบี ดาโต๊ะ เซรี รีซัล กล่าวด้วยว่า ประเทศอาเซียนสนใจฮาลาลมากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างงานไทยเฟ็กซ์ในประเทศไทย มีเมกาฮาลาลเป็นส่วนประกอบสำคัญของงาน มีองค์กรรับรองบางแห่งที่ตอนนี้ร่วมมือกับ JAKIM ของมาเลเซีย ล่าสุดได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีดาโต๊ะ สรี อาหมัด ซาอิน ฮามิดี ซึ่งเป็นประธานสภาพัฒนาฮาลาลในมาเลเซียด้วย ส่วนในกรอบของอาเซียนนั้นมีแผนตั้งสภาฮาลาลอาเซียน

“แน่นอนครับว่าอาเซียนก็มีกติกาของตัวเอง พวกเขาจะต้องได้รับความเห็นพ้องต้องกันจากทุกประเทศ ผมหวังว่าสภาฮาลาลอาเซียนจะเกิดขึ้นได้จริง เราจะได้เห็นอนาคตที่สดใส การเติบโต ความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมฮาลาลอาเซียน” วายบี ดาโต๊ะ เซรี รีซัล กล่าวและว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่เรียกว่าเขตการค้าเสรีอาเซียนอยู่แล้ว ดังนั้น เมื่อเปรียบเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ ประเทศสมาชิกอาเซียนย่อมมีโอกาสและสิทธิพิเศษที่ดีกว่าในการได้รับผลประโยชน์จากอุตสาหกรรมฮาลาล

  •  มาเลเซีย ’เป็นกลางเชิงรุก’

เมื่อมองเศรษฐกิจภาพใหญ่ ท่ามกลางห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงัก เกิดการย้ายฐานการผลิตตามนโยบาย China Plus One มาเลเซียปรับตัวภายใต้อย่างไร ประธาน MATRADE กล่าวว่า มาเลเซียเป็นประเทศหนึ่งที่ได้รับประโยชน์  

“แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ต้องระมัดระวังพอสมควรเพราะเราเป็นประเทศขนาดเล็ก ปัจจุบันการค้าการส่งออกของเราจัดอยู่ในอันดับที่ 23 ของโลก โดยสหรัฐอเมริกายังคงเป็นแหล่งเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) รายใหญ่ที่สุด ดังนั้น ในขณะที่เราทำธุรกิจกับมหาอำนาจทั้งสองขั้วนี้ เราก็นำแนวคิดที่เรียกว่า ‘ความเป็นกลางเชิงรุก’ (active neutrality) มาปรับใช้ด้วย ความเป็นกลางเชิงรุกหมายความว่าเรามีอิสระที่จะทำการค้ากับใครก็ได้ที่เราต้องการ และเป็นผู้ตัดสินใจเองว่าจะทำการค้ากับใครหรือไม่ทำการค้ากับใคร”

  • 22 ปี MIHAS ยกระดับมาตรฐานการเข้าถึงตลาด

MIHAS จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2004 โดยกระทรวงการลงทุน การค้า และอุตสาหกรรม (MITI) ร่วมกับหน่วยงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศของมาเลเซีย (MATRADE) จากนั้นก็เติบโตเรื่อยมาจนกลายเป็นเวทีสำคัญสำหรับการค้าฮาลาล และมีส่วนช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมฮาลาลในระดับโลก ทั้งในด้านมาตรฐาน การกำกับดูแล และการเข้าถึงตลาด

ปัจจุบันครอบคลุมอุตสาหกรรมถึง 14 สาขา ตั้งแต่อาหารและเครื่องดื่ม เภสัชภัณฑ์ ไปจนถึงการเงินอิสลาม แฟชั่นสุภาพมิดชิด (Modest Fashion) ผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล เทคโนโลยี ภาคบริการ และการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิม สำหรับการจัดงาน MIHAS ครั้งที่ 22 นี้ มาในแนวคิด “Shaping Trust, Driving Resilience” (สร้างความเชื่อมั่น ขับเคลื่อนความยืดหยุ่น) โดยจะมุ่งเน้นไปที่การกำกับดูแลที่วางรากฐานมาตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ (Regulated-by-design) และการค้าที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี

MIHAS ปีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่แข็งแกร่งจากตลาดต่างประเทศ ด้วยการรวบรวมผู้ซื้อไว้ราว 450 ราย ซึ่งรวมถึงกลุ่มผู้ซื้อระดับพรีเมียมจำนวน 50 ราย

กลุ่มผู้ซื้อที่เข้าร่วมงานประกอบด้วยตัวแทนจากทั้งตลาดดั้งเดิมและตลาดใหม่ในสัดส่วนที่สมดุล ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเข้าถึงตลาดทั่วโลกของโครงการ INSP ทั้งนี้ ประเทศที่เข้าร่วมงานเป็นครั้งแรก อาทิ คอโมโรสและรวันดา ต่างมุ่งใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศฮาลาลที่แข็งแกร่งของมาเลเซียโดยตรง เพื่อจัดหาสินค้าและบริการที่มีคุณภาพสูง ในขณะที่ตลาดฮาลาลโลกกำลังขยายตัวสู่มูลค่า 10 ล้านล้านดอลลาร์ ภายในปี 2030 โครงการ