มาเลเซียเริ่มกระบวนการเนรเทศชาวเมียนมาราว 1,500 คนกลับประเทศ ตามโครงการส่งตัวผู้อพยพไม่สนเสียงค้านจากยูเอ็นและกลุ่มสิทธิมนุษยชนหลายสิบกลุ่ม
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน การส่งกลับครั้งนี้เป็นเฟสแรกของแผนการส่งคนกลับมากถึง 5,000 คนตามที่ได้ตกลงไว้กับเมียนมา มาเลเซียกล่าวว่า โครงการนี้ขึ้นอยู่กับความสมัครใจ แต่สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) และองค์กรประชาสังคมต่างกังวลถึงความปลอดภัยเมื่อกลับไปถึงเพราะเมียนมายังอยู่ในภาวะสงครามกลางเมือง
ผู้เห็นเหตุการณ์ของรอยเตอร์เล่าว่า รถบัสหลายสิบคันพร้อมด้วยรถเจ้าหน้าที่ความมั่นคงเดินทางมาถึงสนามกีฬาใกล้ฐานทัพเรือลูมุต รัฐเปรัก เมื่อช่วงเช้า ก่อนถูกย้ายไปยังท่าเรือที่มีเรือกองทัพเรือเมียนมาสองลำและเรือพยาบาลหนึ่งลำจอดอยู่ ไม่ทราบแน่ชัดว่าใครอยู่บนรถบัส
โฆษกกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่ากระบวนการส่งตัวกลับประเทศได้เริ่มขึ้นแล้ว แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม โดยแนะนำให้สื่อมวลชนอ้างอิงข้อมูลจากแถลงการณ์ของกระทรวง เมื่อวันที่ 27 ส.ค. ซึ่งระบุว่า กระทรวงส่งชาวเมียนมากลับประเทศตามที่รัฐบาลเมียนมาระบุตัว จำนวน 1,476 คน
โฆษกรัฐบาลเมียนมาและสถานเอกอัครราชทูตเมียนมา ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ยังไม่ให้ความเห็นกับรอยเตอร์
ตามรายงานข่าวจากสื่อทางการ กระทรวงการต่างประเทศเมียนมากล่าวในเดือนนี้ว่า กำลังทำงานกับนานาประเทศเพื่ออำนวยความสะดวกให้การเดินทางกลับโดยสมัครใจของผู้พลัดถิ่นที่ผ่านการตรวจสอบแล้วเป็นไปอย่างปลอดภัยและมีศักดิ์ศรี
เมียนมาตกอยู่ในความวุ่นวายนับตั้งแต่การรัฐประหารเมื่อปี 2021 จุดชนวนให้เกิดสงครามกลางเมือง โดยกองทัพต้องต่อสู้กับกลุ่มติดอาวุธในสมรภูมิหลายแห่ง
UNHCR กล่าวว่า เงื่อนไขปัจจุบัน “ไม่สนับสนุนให้ผู้ลี้ภัยจากเมียนมากลับได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน” และ UNHCR ไม่ได้มีส่วนในการระบุตัวคนที่จะได้กลับ
ทั้งนี้ ช่วงไม่กี่ปีหลังมาเลเซียเข้มงวดการบังคับใช้กฎหมายเข้าเมืองมากขึ้น ท่ามกลางกระแสต่อต้านผู้ลี้ภัยของคนท้องถิ่น โดยเฉพาะชาวโรฮิงญาจากเมียนมา การจับกุมตัวคนกลุ่มนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย
ตามข้อมูลของ UNHCR มาเลเซียรองรับผู้ลี้ภัยจากเมียนมาราว 193,000 คน สองในสามเป็นชาวโรฮิงญา
กระแสถ้อยคำแสดงความเกลียดชัง (เฮตสปีช) และข้อมูลบิดเบือนบนโลกออนไลน์ในปีนี้ทำให้ชาวโรฮิงญาถูกคุกคามและจับตามากขึ้น รวมถึงการปิดโรงเรียนหลายแห่ง
นายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม กล่าวในเดือนนี้ว่า เขาจะเชิญประธานาธิบดีมิน อองไลง์ อดีตผู้นำกองทัพมาเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการเพื่อแลกกับการยอมรับผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญา
ในเดือน ก.ค. อันวาร์กล่าวว่า เมียนมาเห็นชอบรับผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญากลับมากถึง 5,000 คน ทำให้กลุ่มสิทธิมนุษยชนวิตกกังวล
ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า คนที่กลับไปรอบนี้มีผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญารวมอยู่ด้วยหรือไม่
เจมส์ บาวี ธาง บิก ตัวแทนกลุ่มผู้ลี้ภัยชาวชินในมาเลเซีย กล่าวว่า เขาได้รับข้อมูลจากผู้นำชุมชนว่าในกลุ่มผู้ที่จะถูกส่งกลับประเทศนั้นมีผู้แสวงหาที่ลี้ภัยรวมอยู่ด้วยหลายคน ซึ่งรวมถึงผู้ที่ถือบัตรรับรองสถานะผู้ลี้ภัยของ UNHCR ด้วย
เจมส์ระบุว่า จากข้อมูลของผู้ลี้ภัยที่เคยถูกส่งกลับมาก่อนหน้านี้ ผู้ที่ถูกส่งตัวกลับไปอาจต้องเผชิญกับการถูกบังคับเกณฑ์ทหารหรือการถูกควบคุมตัวในเมียนมา
“เรากลัวว่าพวกเขาอาจถูกบังคับให้ไปต่อสู้ในแนวหน้า สำหรับหลาย ๆ คน มันเหมือนกับส่งพวกเขาไปรับโทษประหารในบ้านของตนเอง” เจมส์ย้ำ
ที่มา: รอยเตอร์





