วันเสาร์ ที่ 26 กันยายน 2569

Login
Login

‘ปูติน’ ยินดี ‘สี-ทรัมป์’ ดีลเชิงบวก ขู่ตอบโต้ 'ยูเครน' แต่ยังไม่ปิดทางเจรจา

ประธานาธิบดีรัสเซียยังคงเปิดรับทุกข้อเสนอเพื่อยุติสงครามกับยูเครน แต่จะเดินหน้าตอบโต้ยูเครนที่เปิดฉากโจมตีกรุงมอสโกและหน่วยเลือกตั้งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

KEY POINTS

  • ปูตินประกาศจะใช้มาตรการทางทหารตอบโต้ที่ยูเครนโจมตีกรุงมอสโกและหน่วยเลือกตั้ง แต่ยืนยันว่ารัสเซียยังคงเปิดรับข้อเสนอเพื่อยุติสงคราม
  • ผู้นำรัสเซียอ้างว่ายูเครนเป็นฝ่ายยั่วยุก่อน และการตอบโต้ของรัสเซียมีขึ้นเพื่อทำให้ยูเครนตระหนักว่าการกระทำดังกล่าวจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง
  • ปูตินแสดงความยินดีต่อข้อตกลงเชิงบวกทุกรูปแบบที่อาจเกิดขึ้นจากการหารือระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย แถลงต่อสื่อมวลชนที่นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก โดยระบุว่ารัสเซียยังคงเปิดรับทุกข้อเสนอเพื่อยุติสงครามกับยูเครนที่ยืดเยื้อมานานถึง 4 ปีครึ่ง อย่างไรก็ตาม ผู้นำรัสเซียประกาศกร้าวว่าจะเดินหน้าใช้มาตรการตอบโต้ทางทหาร เพื่อตอบโต้ยูเครนที่เปิดฉากโจมตีกรุงมอสโกและหน่วยเลือกตั้งของรัสเซียเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

ปูตินเปิดเผยว่า รัฐบาลมอสโกเตรียมพร้อมที่จะกลับเข้าสู่กระบวนการเจรจากับรัฐบาลเคียฟหลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้งรัฐสภารัสเซียเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่สถานการณ์กลับพลิกผันเมื่อยูเครนเลือกที่จะยั่วยุด้วยการเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ใส่กรุงมอสโก รวมถึงการพุ่งเป้าไปที่หน่วยเลือกตั้ง ซึ่งส่งผลให้มีเจ้าหน้าที่จัดการเลือกตั้งเสียชีวิต 1 รายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ ปูตินยังอ้างย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่ยูเครนโจมตีนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กระหว่างการประชุมนานาชาติเมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมาด้วย

"พวกเขาเป็นฝ่ายเริ่มต้นก่อนในทุกสมรภูมิ ดังนั้นยูเครนจะต้องเผชิญกับการโจมตีตอบโต้จากรัสเซีย เพื่อให้ตระหนักว่าการกระทำอันเป็นการยั่วยุนั้นจะไม่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ใดๆ นอกจากจะทำให้สถานการณ์ของพวกเขาเลวร้ายลงไปอีก" ปูตินกล่าว

ผู้นำรัสเซียประเมินว่า สาเหตุที่ยูเครนเรียกร้องให้มีการหยุดยิงและกลับสู่โต๊ะเจรจานั้น เป็นผลพวงมาจากการโจมตีตอบโต้อย่างหนักหน่วงของรัสเซีย รวมถึงความยากลำบากของกองทัพเคียฟในการรับมือกับโดรนขับไล่ไอพ่นของรัสเซียที่บินในระดับความสูงที่ยากต่อการสกัดกั้น

ขณะเดียวกัน สถานการณ์บนสนามรบยังคงดุเดือด กองกำลังรัสเซียได้ยกระดับการโจมตีเมืองต่างๆ ของยูเครนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกรุงเคียฟที่เผชิญกับการระดมยิงขีปนาวุธและโดรนตลอดทั้งวันจนส่งผลให้มีพลเรือนเสียชีวิต 7 รายเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา 

ทางด้านประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ได้ออกมายืนยันว่า การโจมตีเป้าหมายในรัสเซียถือเป็นการตอบโต้ที่ชอบธรรมต่อการที่รัสเซียเข่นฆ่าพลเรือนและทำลายโครงสร้างพื้นฐานของยูเครน ซึ่งในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา กองทัพยูเครนได้เปิดฉากโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านอุตสาหกรรมน้ำมันและร้านค้าปลีกของรัสเซียอย่างต่อเนื่อง โดยบางจุดอยู่ลึกเข้าไปในพรมแดนรัสเซียถึง 3,000 กิโลเมตร

สำหรับแนวโน้มการแก้ไขความขัดแย้งในอนาคต แม้ปูตินจะยืนยันว่าข้อเสนอสันติภาพทุกแนวทางยังอยู่บนโต๊ะเจรจา แต่ด้วยสถานการณ์ความตึงเครียดที่เกิดขึ้น รัสเซียจำเป็นต้องไตร่ตรองอย่างรอบคอบและประเมินผลประโยชน์สูงสุดของประเทศก่อนที่จะตัดสินใจตอบสนองต่อข้อเสนอของยูเครน 

นอกเหนือจากประเด็นสงครามยูเครน ปูตินยังได้กล่าวถึงการหารือระหว่าง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ และ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ที่กรุงวอชิงตันในสัปดาห์นี้ โดยระบุว่ารัสเซียยินดีต่อข้อตกลงเชิงบวกทุกรูปแบบที่เกิดขึ้นระหว่างรัฐบาลวอชิงตันและปักกิ่ง

ส่วนจะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) ที่ประเทศจีนในระยะเวลาอันใกล้นี้หรือไม่นั้น ผู้นำรัสเซียชี้แจงว่าจะต้องขึ้นอยู่กับการประเมินสถานการณ์และเหตุการณ์ภายในประเทศเป็นสำคัญ