เปิดสุนทรพจน์ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง หลังเยือนสหรัฐ ย้ำอเมริกาไม่ใช่คู่แข่ง แนะทั้งสองประเทศยิ่งใหญ่ไปด้วยกัน
สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน แสดงความเชื่อมั่นในสุนทรพจน์ฉบับลายลักษณ์อักษรหลังเดินทางถึงสหรัฐเพื่อเยือนอย่างเป็นทางการว่า จีนและ สหรัฐ ในฐานะสองประเทศใหญ่สามารถแสวงหาแนวทางที่ถูกต้องในการอยู่ร่วมกันในยุคใหม่ โดยปี 2026 ถือเป็นปีสำคัญสำหรับการพัฒนาของจีนและสหรัฐ
สี จิ้นผิง ระบุว่า ตนเองและโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐเห็นพ้องจะสร้างความสัมพันธ์จีน-สหรัฐเชิงสร้างสรรค์ที่มีเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างการเยือนจีนของทรัมป์เมื่อเดือนพฤษภาคม ซึ่งมอบแนวทางเชิงยุทธศาสตร์สำหรับการพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคีในอนาคต
ประธานาธิบดีสี ระบุว่า จีนและสหรัฐควรทำงานไปในทิศทางเดียวกัน ส่งเสริมความสัมพันธ์อันมั่นคงที่มีความร่วมมือเป็นกระแสหลัก การแข่งขันในระดับเหมาะสม ความแตกต่างที่สามารถจัดการได้ และสันติภาพที่คาดหวังได้
สีระบุด้วยว่า จีนและสหรัฐต่างเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ และประชาชนของทั้งสองประเทศต่างเป็นประชาชนผู้ยิ่งใหญ่ ประชาชนของทั้งสองประเทศรักษาการแลกเปลี่ยนฉันมิตรมายาวนาน และมีผลประโยชน์ที่สอดประสานกันอย่างลึกซึ้ง
ผู้นำจีนย้ำ จีนและสหรัฐควรเป็นหุ้นส่วนกัน ไม่ใช่คู่แข่งกัน โดยการฟื้นฟูความยิ่งใหญ่ของชนชาติจีนและการทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งสามารถดำเนินไปควบคู่กัน ทั้งสองประเทศสามารถช่วยเหลืออีกฝ่ายให้ประสบความสำเร็จและส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของคนทั้งโลก
นอกจากนี้ ปธน.สี เน้นย้ำอีกว่า โลกกำลังพัฒนาและยุคสมัยกำลังเปลี่ยนแปลง ทว่าตรรกะทางประวัติศาสตร์ของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติระหว่างจีนกับสหรัฐยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ไมตรีจิตของการแลกเปลี่ยนฉันมิตรระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศยังคงไม่เปลี่ยนแปลง และความคาดหวังโดยรวมของประชาคมนานาชาติที่มีต่อจีนและสหรัฐยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
สี จิ้นผิง ยังคาดหวังด้วยว่าตนเองจะได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงลึกกับทรัมป์ในประเด็นสำคัญเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทวิภาคี และสถานการณ์โลก เสริมสร้างความหมายของความสัมพันธ์จีน-สหรัฐเชิงสร้างสรรค์ที่มีเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์อย่างต่อเนื่อง และขยายพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือด้านต่าง ๆ ระหว่างสองประเทศ
นอกจากนี้ สีจิ้นผิงคาดหวังจะได้มีปฏิสัมพันธ์กับประชาชนจากทุกสาขาอาชีพในสหรัฐเพื่อกระชับมิตรภาพให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น พร้อมเชื่อมั่นว่าด้วยความพยายามร่วมกัน การเยือนครั้งนี้จะประสบผลสำเร็จอย่างงดงาม และจะยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนทั้งสองประเทศ รวมถึงเพิ่มความหวังแก่สันติภาพของโลก




