วันพฤหัสบดี ที่ 17 กันยายน 2569

Login
Login

จากโตเกียวถึงกรุงเทพฯ ญี่ปุ่นหนุน AWLF สานพลังหญิง l World Pulse

ช่วงนี้ไทยเนื้อหอม มีการประชุมใหญ่หลายรายการที่กรุงเทพฯ รวมทั้งงาน Asia Women Leaders Forum (AWLF) ระหว่างวันที่ 16-17 ก.ย. ที่มีสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เป็นผู้สนับสนุนสำคัญ และญี่ปุ่นก็โดดเด่นมากขึ้นในเรื่องการเป็นผู้นำของผู้หญิง จากผลงานของซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศ

World Pulse มีโอกาสพูดคุยกับมาซาโตะ โอตากะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ถึงความเป็นมาเป็นไปของการจัดงาน AWLF ท่านทูตเล่าว่า เดิมทีรัฐบาลญี่ปุ่นเคยจัดงาน  WAW หรือ World Assembly for Women มาก่อน เท่ากับว่าญี่ปุ่นมีประวัติอันแข็งแกร่งมากในการนำผู้นำหญิงจากทั่วโลกมารวมตัวกันในกรุงโตเกียว พูดเรื่องสถานะและอนาคตของความเสมอภาคทางเพศ

“ผมคิดว่าพวกเขากำลังสานต่อภารกิจนี้ และยังสานต่อในประเทศไทยด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเรายินดีเป็นอย่างยิ่ง นั่นคือเหตุผลที่เราให้การสนับสนุน” ท่านทูตกล่าว

ส่วนการมีนายกฯ หญิงแล้วเกิดแรงส่งหรือการเปลี่ยนแปลงในภาพรวมอย่างไรบ้างนั้น ทูตโอตากะกล่าวว่า การมีนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกถือเป็นหมุดหมายสำคัญมากสำหรับญี่ปุ่น

"ผมคิดว่าผู้คนยังมองไปไกลกว่าประเด็นนั้น การเป็นนายกรัฐมนตรีนั่นก็เรื่องหนึ่ง แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือความสำเร็จต่างๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างที่เธอดำรงตำแหน่ง รวมถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนั้น และบทบาทของนายกรัฐมนตรีในอนาคตด้วยเช่นกัน มีอีกหลายเรื่องให้ต้องทำ ผมคิดว่าเราทำสำเร็จไปทีละเรื่อง ตัวอย่างเช่น มีการออกกฎหมายอาญาเพื่อสร้างหลักประกันว่าผู้หญิงได้รับการคุ้มครอง ดังนั้นเป้าหมายยังอยู่อีกไกล แต่เราเข้าใกล้มากขึ้นทุกขณะ" 

ไม่เพียงแต่นายกฯ หญิงเท่านั้น ญี่ปุ่นยังมีผู้ว่าราชการหญิง ที่โด่งดังคือ ยูริโกะ โคอิเกะ ผู้ว่าราชการกรุงโตเกียว และมีนายกเทศมนตรีหญิงอีกหลายคน สำหรับเทรนด์ในภาคเอกชนนั้น ท่านทูตเล่าว่า ภาคเอกชนเริ่มตระหนักถึงศักยภาพของผู้หญิงที่ควรถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ตอนนี้มีตัวอย่างให้เห็นในหลายบริษัท และผู้นำหญิงจากภาคธุรกิจหลายคนเข้าร่วมประชุม AWLF ที่กรุงเทพฯ 

"แต่เราต้องมองที่บริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กด้วย พวกเขาอาจไม่ก้าวหน้าเหมือนบริษัทใหญ่ ดังนั้น เราจึงต้องมองภาพรวมและทำให้มั่นใจได้ว่าทุกส่วนของธุรกิจสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในภารกิจนี้ได้"

ท่านทูตกล่าวต่อไปว่า  จริง ๆ แล้วญี่ปุ่นก้าวหน้าไปมากในแง่การทำงานของผู้หญิง เดิมทีอัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานของผู้หญิงญี่ปุ่นเคยเป็นรูปตัว M อย่างชัดเจน  (การขึ้นลงตามช่วงอายุ  ช่วง 20 ปีกราฟขึ้น 30 ปีกราฟลง 40-50 ปี กราฟขึ้นอีกครั้ง แล้วกลับมาลงในช่วงอายุ 60 ปี)  แต่ตอนนี้กราฟรูปตัว M แทบไม่มีแล้ว เหมือนกับประเทศอื่น ๆ

อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนด้านความเสมอภาคทางเพศในญี่ปุ่นยังอยู่ที่แวดวงการเมือง 

“เรายังมีสมาชิกรัฐสภาหญิงไม่มากพอ โดยเฉพาะในสภาผู้แทนราษฎร นั่นหมายความว่าโอกาสที่ผู้หญิงจะเข้ามาร่วมรัฐบาลได้เป็นรัฐมนตรีก็น้อยลงไปด้วย” ทูตกล่าวซึ่งประเด็นนี้ทุกคนตระหนักเป็นอย่างดี และเป็นเรื่องที่ญี่ปุ่นจะดำเนินการต่อ 

"อดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะเองก็ตระหนักถึงเรื่องนี้  และท่านได้ทุ่มเทผลักดันอย่างจริงจังเพื่อให้มั่นใจว่าผู้หญิงจะได้รับตำแหน่งที่เหมาะสมและคู่ควรในภาครัฐ" ทูตโอตากะกล่าวถึงอดีตนายกฯ ผู้ล่วงลับ โดยอากิเอะ อาเบะ ภริยาอดีตนายกฯ อาเบะ ประธานมูลนิธิสนับสนุนการมีส่วนร่วมทางสังคม ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของ AWLF ก็มาร่วมแสดงปาฐกถาเปิดงานที่กรุงเทพฯ ด้วย 

ในฐานะเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย ท่านทูตยกตัวอย่างดัชนีความเหลื่อมล้ำทางเพศของเวิลด์อีโคโนมิกฟอรัม ไทยอยู่ในอันดับ 66 ส่วนญี่ปุ่นอยู่ในอันดับ 124 แสดงให้เห็นว่าไทยมีความก้าวหน้าไปมากทีเดียว อย่างไรก็ตาม ไทยเองก็ยังมีสิ่งที่ต้องทำมากมาย กล่าวคือต้องทำให้มั่นใจได้ว่าผู้คนที่มีระดับรายได้แตกต่างกันสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในกระแสการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ 

“ผมมองว่านี่คือความท้าทายครั้งใหญ่ของไทย ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการปฏิรูปทั้งด้านการศึกษาและสังคม แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่ายและต้องใช้เวลา แต่สิ่งเหล่านี้จะช่วยเปิดโอกาสให้ผู้หญิงสามารถก้าวเข้าสู่เส้นทางอาชีพของตนเองได้อย่างแท้จริงในอนาคต” 

จบประเด็นหนัก ๆ มาคุยเรื่องเบา ๆ กันบ้าง วันที่ 26 ก.ย.นี้จะครบรอบ 139 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ญี่ปุ่น หรือนับถอยหลังหนึ่งปีสู่วาระ 140 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตในปีหน้า ฝ่ายญี่ปุ่นมีแผนจะทำอะไรบ้าง ท่านทูตแย้มว่า ในเดือน ต.ค.จะมีการประกาศเปิดตัวตราสัญลักษณ์และมีงานเฉลิมฉลองมากมายไปจนถึงปีหน้า แฟนคลับญี่ปุ่นติดตามกันได้ 

เบื้องต้น World Pulse ติดตามข่าวจากเฟซบุ๊กเพจ Embassy of Japan in Thailand/สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ตอนนี้กำลังเปิดให้ประชาชนทั่วไปร่วมลงคะแนนเลือกตราสัญลักษณ์ 140 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–ญี่ปุ่น จาก 5 ผลงานเข้ารอบสุดท้าย ลงคะแนนกันได้ถึงเวลา 23.59 น. วันที่ 23 ก.ย. ตามเวลาประเทศไทย ทั้ง 5 ผลงานล้วนงดงามผสานอัตลักษณ์ไทยและญี่ปุ่น แทบตัดสินใจไม่ถูกกันเลยทีเดียว เห็นทีผู้อ่านคงต้องไปติดตามและลงคะแนนเลือกกันเองตามอัธยาศัย!