วันจันทร์ ที่ 14 กันยายน 2569

Login
Login

ทรัมป์ไม่กังวล‘สี จิ้นผิง’ ยกเลิกเยือนสหรัฐปมขายอาวุธไต้หวัน

ทรัมป์เผย ไม่กังวลหาก'สี จิ้นผิง' จะยกเลิกการเยือนสหรัฐที่ตั้งตารอกันมากในเดือนนี้ตามที่มีข่าวว่าจีนขู่ ย้ำสัมพันธ์ดีมาก

“ไม่เลย ผมไม่กังวลเรื่องนั้น เรามีความสัมพันธ์ที่ดีมากต่อกัน เขาอยากเข้ากันได้กับเรา และเราก็ต้องการ เราไปกันได้ดี” ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันอาทิตย์ (13 ก.ย.) ขณะเข้าร่วมงานแข่งขันกอล์ฟไอริชโอเพน เมืองดูนเบก ประเทศไอร์แลนด์

การแสดงความเห็นของทรัมป์เกิดขึ้นหลังจากมีรายงานข่าวชิ้นหนึ่งว่า จีนเตือนสหรัฐว่าจะยกเลิกการเยือนของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง หากสหรัฐอนุมัติขายอาวุธชุดใหม่ให้ไต้หวัน ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่สำหรับรัฐบาลปักกิ่ง

ทรัมป์กล่าวว่าเขากำลังพิจารณาข้อตกลงซื้อขายอาวุธมูลค่า 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์ให้กับไต้หวัน ซึ่ง สีเคยเตือนประธานาธิบดีสหรัฐมาแล้วว่าอาจเกิดความขัดแย้งขึ้นได้หากจัดการประเด็นไต้หวันไม่เหมาะสม

ก่อนหน้านี้ทรัมป์เคยกล่าวว่า เขาคุยกับสี “มากมาย” เรื่องไต้หวันตอนพบกันในเดือน พ.ค. และให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์นิวส์ในเวลานั้นว่า เขาอยากให้ปักกิ่ง “เย็นลง” ในเรื่องนี้

ผู้นำสองเขตเศรษฐกิจใหญ่สุดของโลกมีกำหนดพบกันในเดือนนี้ที่กรุงวอชิงตัน เมื่อทั้งสองฝ่ายพยายามจัดการความตึงเครียดกรณีไต้หวัน การค้า เอไอ และตะวันออกกลาง ตอนพบกันในเดือน พ.ค. เป็นการแสดงออกถึงความอบอุ่นระหว่างกัน ทั้ง ๆ ที่เพิ่งตึงเครียดกันมาหมาด ๆ โดยเฉพาะเรื่องสงครามอิหร่าน

จีนเป็นผู้ซื้อน้ำมันอิหร่านรายใหญ่ ปักกิ่งแข็งขืนกับเสียงเรียกร้องของทรัมป์ให้ตัดสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับเตหะราน ประธานาธิบดีสหรัฐพยายามเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านเพื่อบีบให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซ และให้ทำข้อตกลงยุติความขัดแย้งเสียที

สำหรับสี ดูเหมือนจะไม่รีบช่วยทรัมป์ยุติสงครามที่สหรัฐเปิดฉากร่วมกับอิสราเอล ถึงตอนนี้เข้าสู่เดือนที่ 7 แล้ว และถ้าทรัมป์จะเล่นงานบริษัทจีนที่ช่วยเหลือเศรษฐกิจอิหร่านให้รุนแรงยิ่งขึ้น ก็เสี่ยงสร้างความเสียหายย้อนกลับถึงสหรัฐเช่นกัน

เห็นได้ว่า ทั้งสองประเทศต่างแสดงท่าทีกระตือรือร้นอยากรักษาความสัมพันธ์ให้ดำเนินไปอย่างราบรื่น หลังจากเกิดสงครามภาษีตอบโต้กันไปมาเมื่อปีที่แล้วสร้างความตื่นตระหนกแก่ตลาดการเงินและก่อให้เกิดความกังวลว่าภาวะเศรษฐกิจโลกจะถดถอย หลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายทำข้อตกลงสงบศึกการค้ากันซึ่งยังคงมีผลบังคับใช้เป็นส่วนใหญ่ แม้ยังคงมีความตึงเครียดอย่างต่อเนื่องในประเด็นการควบคุมการส่งออกแร่หายากและเทคโนโลยีขั้นสูงก็ตาม อย่างไรก็ดี ข้อตกลงดังกล่าวมีกำหนดจะสิ้นสุดลงในวันที่ 10 พ.ย.นี้