จีนส่งออกเครื่องบินรบ J-10C ผลิตเองในประเทศให้อุซเบกิสถาน และกำลังเล็งขายให้บังกลาเทศ อินโดนีเซีย และที่อื่นๆ อาศัยข้อได้เปรียบจากราคาค่อนข้างต่ำ พร้อม ๆ กับหาตลาดเพิ่ม ขยายขอบเขตความเป็นพันธมิตรทางทหาร
KEY POINTS
- อุซเบกิสถานกลายเป็นลูกค้ารายที่สองต่อจากปากีสถานในการจัดซื้อเครื่องบินรบ J-10C จากจีน ซึ่งถือเป็นการเข้าสู่ตลาดที่เคยพึ่งพาอาวุธจากรัสเซียเป็นหลัก
- จีนกำลังขยายตลาดส่งออกเครื่องบินรบ J-10C โดยมีหลายชาติแสดงความสนใจ เช่น บังกลาเทศ อินโดนีเซีย อียิปต์ และอิหร่าน
- ความสนใจใน J-10C เพิ่มขึ้นหลังมีรายงานว่าสามารถเอาชนะเครื่องบินรบ Rafale ได้ในการปะทะระหว่างอินเดียกับปากีสถาน โดยจีนใช้ข้อได้เปรียบด้านราคาที่ต่ำกว่าเพื่อเจาะตลาดใหม่ๆ
จีนส่งออกเครื่องบินรบ J-10C ผลิตเองในประเทศให้อุซเบกิสถาน และกำลังเล็งขายให้บังกลาเทศ อินโดนีเซีย และที่อื่นๆ อาศัยข้อได้เปรียบจากราคาค่อนข้างต่ำ พร้อม ๆ กับหาตลาดเพิ่ม ขยายขอบเขตความเป็นพันธมิตรทางทหาร
เว็บไซต์นิกเคอิเอเชียรายงาน กระทรวงกลาโหมอุซเบกิสถานโพสต์โซเชียลมีเดียเมื่อปลายเดือน ส.ค. คลิปเครื่องบินรบ J-10C ระหว่างปฏิบัติการบนท้องฟ้าจำนวนหกลำ แต่ละลำประดับลวดลายธงชาติ คลิปบรรยายว่าฝูงบินทันสมัยนี้กำลังปกป้องน่านฟ้าของประเทศ
หนังสือพิมพ์โกลบอลไทม์สของพรรคคอมมิวนิสต์จีนรายงานว่า อุซเบกิสถานเป็นประเทศที่ 2 ถัดจากปากีสถาน ที่ซื้อเครื่องบิน J-10C
รายงานข่าวจากรอยเตอร์เมื่อปลายเดือน ส.ค. ระบุว่า บังกลาเทศก็ใกล้จะเจรจาซื้อเครื่องบินรุ่นนี้และเฮลิคอปเตอร์โจมตีจากจีนอย่างเป็นทางการแล้วเช่นกัน ด้านสื่อท้องถิ่นระบุว่า บังกลาเทศเล็งซื้อเครื่องบินรบ J-10C มากถึง 24 ลำ
นานาชาติสนใจ J-10C มากขึ้นหลังเหตุปะทะกันระหว่างอินเดียกับปากีสถาน ในเดือน พ.ค.2025 ระหว่างนั้นมีรายงานว่าปากีสถานใช้เครื่องบิน J-10Cs จากจีน และสามารถสอยเครื่องบินรบ Rafale ผลิตโดยฝรั่งเศสของอินเดียได้
J-10C เป็นเครื่องบินรบรุ่นสี่ ล่องหนไม่ได้ โดยทั่วไปแล้วมักถูกมองว่าเป็นรองเครื่องบินรุ่น Rafale หลังจากมีรายงานว่า J-10C ลำหนึ่งยิง Rafale ตกหลายลำระหว่างการสู้รบ หลายประเทศจึงหารือขอซื้อเครื่องบินจากจีนมากขึ้น ตามข้อมูลของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ นับถึง พ.ค.2025 มีอียิปต์ อินโดนีเซีย และอิหร่านแสดงความสนใจนอกเหนือจากอุซเบกิสถานและบังกลาเทศ
สถาบันวิจัยสันติภาพระหว่างประเทศสต็อกโฮล์ม (เอสไอพีอาร์ไอ) รายงานว่า ระหว่างปี 2021-2025 จีนส่งออกอาวุธ 5.6% ของการส่งออกโลก 61% ของอาวุธจีนส่งไปปากีสถาน
จีนมองว่าการส่งออกอาวุธเป็นเครื่องมือการทูตทหาร และพยายามขยายฐานลูกค้าโดยเน้นไปที่เขตเศรษฐกิจเกิดใหม่ที่อาจเข้าไม่ถึงอาวุธชาติตะวันตกราคาแพง
สื่อจีนรายงานเมื่อวันที่ 2 ก.ย.ว่า อียิปต์และแอลจีเรียแสดงความสนใจอย่างมากอยากได้เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศรุ่น YY-20 ของจีน โดยกองทัพอากาศจีนและอียิปต์ได้จัดการฝึกซ้อมร่วมกันเมื่อเดือน ส.ค.มีการใช้เครื่องบิน YY-20 เติมเชื้อเพลิงกลางอากาศให้กับเครื่องบินขับไล่ Rafale ของอียิปต์
ไม่เพียงเท่านั้นกองทัพอากาศจีนยังได้นำเครื่องบินทหารที่ผลิตเองภายในประเทศมาจัดแสดงในงานแสดงการบินอียิปต์ เปิดฉากเมื่อวันอังคาร (1 ก.ย.) ที่ผ่านมา เช่น เครื่องบิน YY-20 เครื่องบินขับไล่ J-16 เครื่องบินแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าทางอากาศ KJ-500 และเฮลิคอปเตอร์ Z-20K
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนเดินทางเยือนกรุงไคโรเมื่อวันที่ 2 ก.ย. พบกับประธานาธิบดีอับเดล ฟัตตาห์ เอลซิสซีของอียิปต์ผู้นำทั้งสองเห็นพ้องที่จะกระชับความร่วมมือทางทหาร
สีกล่าวว่า จีนสนับสนุนการ “สร้างโครงสร้างความมั่นคงรูปแบบใหม่สำหรับตะวันออกกลาง”ส่งเสริมให้ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคลดการพึ่งพาสหรัฐด้านการทหาร
- ทดสอบอิทธิพลรัสเซียในเอเชียกลาง
เว็บไซต์เอเชียไทม์สรายงานว่า การซื้อเครื่องบินจีนของอุซเบกิสถานไม่ใช่แค่การปรับปรุงฝูงบินรบที่เก่าคร่ำคร่าให้ทันสมัยของรัฐบาลทาชเคนต์ แต่ยังเป็นการก้าวเข้าสู่สมรภูมิการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ที่สำคัญอย่างยิ่งของจีน ในภูมิภาคที่ต้องพึ่งพาอากาศยานจากสหภาพโซเวียตและรัสเซียมาอย่างยาวนาน
ที่ผ่านมาอุซเบกิสถานใช้เครื่องบินรบ MiG-29s, Su-27s และ Su-25s ออกแบบในยุคโซเวียตมาโดยตลอด J-10C จึงเป็นการนำซัพพลายเออร์ อีโคซิสเต็มอาวุธ โครงสร้างการบำรุงรักษา และการฝึกอบรมในระบบใหม่รวมเข้ากับรากฐานเดิมของโซเวียตและรัสเซีย
- มิติใหม่เครื่องบินจีน
จีนส่งออกเครื่องบินรบ J-10C ไปยังปากีสถานเป็นประเทศแรกเริ่มส่งมอบในปี 2022 และผนวกรวมเครื่องบินรบนี้เข้ากับกองทัพอากาศที่ใช้งานอุปกรณ์จากจีนเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว แต่อุซเบกิสถานเป็นบททดสอบที่แตกต่างออกไป เพราะเป็นการเข้าสู่ตลาดเครื่องบินรบที่ใช้อุปกรณ์ของโซเวียตและรัสเซียมานานหลายสิบปี
รัสเซียได้เปรียบเชิงโครงสร้างในตลาดเครื่องบินรบของเอเชียกลางมาโดยตลอด สินค้าคงคลังในยุคโซเวียตทำให้ต้องพึ่งพาชิ้นส่วนอะไหล่ การบำรุงรักษา การฝึกอบรม และอาวุธที่เข้ากันได้จากรัสเซียในระยะยาว แต่การพึ่งพานั้นกำลังลดลง
ข้อมูลจากเอสไอพีอาร์ไอระบุว่า การส่งออกอาวุธหลักของรัสเซียลดลงอย่างมากระหว่างปี 2016-2020 และ 2021-2025 เนื่องจากสงครามในยูเครนทำให้การผลิตอาวุธของรัสเซียตึงตัว ผลักดันให้ลูกค้าเก่าบางรายต้องหาซัพพลายเออร์รายใหม่





