รมว.กต.สหรัฐเยือนเปรูเพื่อรับมืออิทธิพลจีน ขณะที่สถานทูตจีนแถลงตอบโต้อย่างดุเดือด ปกป้องการลงทุนของจีนและวิจารณ์นโยบายวีซ่าที่เข้มงวดของรัฐบาลวอชิงตัน
KEY POINTS
- มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เยือนเปรูเพื่อหารือมาตรการรับมืออิทธิพลจีน โดยแสดงความกังวลต่อโครงการท่าเรือน้ำลึกชางคายและการลงทุนด้านพลังงาน
- สถานทูตจีนในเปรูออกแถลงการณ์ตอบโต้สหรัฐฯ อย่างรุนแรง โดยปกป้องการลงทุนของตนและระบุว่า "ซีกโลกตะวันตก ไม่ใช่สวนหลังบ้านของใคร"
- ผู้นำเปรูดำเนินนโยบายรักษาสมดุล โดยตกลงเข้าร่วมพันธมิตรด้านความมั่นคงกับสหรัฐฯ ขณะเดียวกันก็พยายามรักษาความสัมพันธ์ทางการค้าที่สำคัญกับจีนซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุด
มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ เดินทางเยือนเปรูเพื่อหารือมาตรการรับมืออิทธิพลของจีนที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรอบโครงการท่าเรือน้ำลึกชางคาย ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงลิมาออกแถลงการณ์ตอบโต้สหรัฐอย่างดุเดือด ปกป้องการลงทุนของจีนและวิจารณ์นโยบายวีซ่าที่เข้มงวดของรัฐบาลวอชิงตัน ด้านผู้นำเปรูพยายามดำเนินนโยบายรักษาสมดุล โดยตกลงเข้าร่วมพันธมิตรด้านความมั่นคงกับสหรัฐ ควบคู่ไปกับการรักษาความสัมพันธ์ทางการค้าที่สำคัญยิ่งกับจีน
สำนักข่าว South China Morning Post รายงานว่า กรุงลิมาถือเป็นจุดหมายสุดท้ายของรูบิโอในภารกิจการเยือนภูมิภาคนี้เป็นเวลา 3 วัน รูบิโอได้เข้าพบประธานาธิบดี เคอิโกะ ฟูจิโมริ ผู้นำฝ่ายอนุรักษนิยมของเปรูที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา โดยผู้นำเปรูพยายามดึงดูดความร่วมมือด้านความมั่นคงจากสหรัฐ ในขณะที่ยังคงต้องปกป้องผลประโยชน์ทางการค้ากับจีน ซึ่งปัจจุบันเป็นตลาดส่งออกที่รับซื้อสินค้าของเปรูในสัดส่วนสูงถึง 35-38%
รูบิโอได้เขียนบทความลงในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของเปรูก่อนหน้าการเยือนครั้งนี้ โดยโจมตีว่า "โครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคคอมมิวนิสต์จีน มักจะหลบเลี่ยงกรอบกฎหมายของเปรู และสร้างความเสี่ยงต่อความโปร่งใสและความมั่นคงของข้อมูล"
ท่าทีดังกล่าวเรียกเสียงวิจารณ์จากสถานเอกอัครราชทูตจีน ซึ่งออกแถลงการณ์ตอบโต้ว่า จีนไม่เคยแทรกแซงกิจการภายใน และไม่เคยบังคับให้ประเทศใดต้องเลือกข้าง พร้อมตอกย้ำว่า "ซีกโลกตะวันตก ไม่ใช่สวนหลังบ้านของใคร" ซึ่งเป็นการเสียดสีวาทกรรมที่รัฐบาลทรัมป์นำมาใช้เพื่อสกัดกั้นคู่แข่งในการเข้าควบคุมสินทรัพย์ยุทธศาสตร์ในภูมิภาค
นอกจากนี้ สถานทูตจีนยังได้วิจารณ์นโยบายตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐ โดยระบุว่านับตั้งแต่เดือน มิ.ย. ปีที่แล้ว จีนได้อนุญาตให้ชาวเปรูเดินทางเข้าประเทศจีนโดยไม่ต้องขอวีซ่าได้นานสูงสุด 30 วัน ในขณะที่การขอวีซ่าเข้า "บางประเทศ" กลับต้องเผชิญกับการตรวจสอบที่เข้มงวดและกระทั่งคำขู่ที่จะยกเลิกวีซ่าของคนทั้งครอบครัว ซึ่งเป็นการอ้างอิงถึงกรณีที่สหรัฐเคยเพิกถอนวีซ่าของรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ชิลีจากประเด็นข้อพิพาทเรื่องสายเคเบิลใต้น้ำที่เชื่อมไปยังฮ่องกง
ศูนย์กลางของการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ครั้งนี้คือท่าเรือน้ำลึกชางคาย มูลค่า 1.3 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่งเปิดดำเนินการเมื่อเดือน พ.ย. 2024 โดยมี คอสโก ชิปปิ้ง รัฐวิสาหกิจจีนถือหุ้น 60% โครงการนี้ถูกสหรัฐเพ่งเล็งอย่างหนักถึงความเป็นไปได้ในการใช้งานแบบสองวัตถุประสงค์ (Dual usage) โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเคยเตือนว่า "เงินทุนราคาถูกจากจีนต้องแลกมาด้วยอธิปไตย" นอกจากนี้ รูบิโอยังแสดงความกังวลในภาคพลังงานที่รัฐวิสาหกิจจีนเข้าควบคุมการกระจายกระแสไฟฟ้าทั้งหมดในกรุงลิมา ซึ่งมีประชากรกว่า 10 ล้านคน
สหรัฐจึงเสนอทางเลือกในการลงทุนใหม่ๆ เพื่อเป็นการคานอิทธิพล เช่น ข้อตกลงแร่ธาตุสำคัญ การสนับสนุนเงินทุน 5 ล้านดอลลาร์สำหรับเหมืองแร่เปรู การลงนามบันทึกความเข้าใจด้านปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ตลอดจนการที่เปรูกำลังพิจารณาซื้อเครื่องบินขับไล่ F-16 จำนวน 12 ลำ มูลค่าราว 2 พันล้านดอลลาร์
ด้านสถานทูตจีนโต้แย้งว่า การลงทุนของจีนโปร่งใสและเป็นไปตามกฎหมาย โดยมีมูลค่าสะสมกว่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์และไม่ก่อให้เกิดภาระหนี้สิน จีนยังคงเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของเปรูมาถึง 12 ปีซ้อน โดยเปรูได้เปรียบดุลการค้าสูงถึง 5.2 หมื่นล้านดอลลาร์นับตั้งแต่ข้อตกลงการค้าเสรีมีผลบังคับใช้เมื่อปี 2010
การที่ประธานาธิบดีฟูจิโมริเอนเอียงเข้าหาสหรัฐจึงก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนักการเมืองเปรูทั้งฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวา ฮวน เดล อากีลา สมาชิกวุฒิสภาเตือนว่าการกระชับสัมพันธ์กับสหรัฐไม่ควรส่งผลกระทบต่อจีน ซึ่งเป็นพันธมิตรหลักในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ขณะที่ฝ่ายซ้ายตั้งข้อสงสัยถึงความเป็นกลางของ คาร์ลอส เอสปา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเคยเป็นผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารของสถานทูตสหรัฐในกรุงลิมานานถึง 15 ปี
ภายหลังการหารือ ประธานาธิบดีฟูจิโมริได้ประกาศนำเปรูเข้าร่วมพันธมิตร Shield of the Americas ที่มีสมาชิกกว่า 15 ประเทศอย่างเป็นทางการ โดยมองว่าจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการปราบปรามองค์กรอาชญากรรม และยินดีที่รัฐบาลทรัมป์หันมาให้ความสำคัญกับลาตินอเมริกา ขณะที่รูบิโอให้คำมั่นว่าสหรัฐจะช่วยรับมือกับกลุ่มอาชญากรข้ามชาติและผู้ก่อการร้ายที่เป็นภัยคุกคามหลัก โดยหลีกเลี่ยงที่จะพาดพิงถึงจีนโดยตรง
อย่างไรก็ตาม ทิศทางในอนาคตของเปรูยังคงรักษาสมดุลอำนาจอย่างระมัดระวัง โดยฟูจิโมริเน้นย้ำถึงความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) ซึ่งเปรู สหรัฐ และจีน ล้วนเป็นสมาชิก พร้อมยืนยันว่าเปรูจะเดินหน้าส่งออกแร่ธาตุและสินค้าเกษตรไปยังเอเชีย ยุโรป และตลาดอื่นๆ ต่อไปเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ





