วันเสาร์ ที่ 12 กันยายน 2569

Login
Login

วุฒิสภาสหรัฐถกคลอดกฎหมายคุมเข้มเอไอ ให้อำนาจรัฐระงับโมเดลเสี่ยงระดับหายนะ

วุฒิสภาสหรัฐกำลังหารือร่างกฎหมายฉบับใหม่เพื่อกำหนดให้บริษัทเทคโนโลยีต้องรับผิดชอบในการออกแบบผลิตภัณฑ์ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ให้มีความปลอดภัย

KEY POINTS

  • วุฒิสภาสหรัฐฯ กำลังหารือร่างกฎหมายใหม่เพื่อกำหนดให้บริษัทเทคโนโลยีต้องรับผิดชอบในการออกแบบ AI ให้ปลอดภัย และป้องกัน "ความเสี่ยงระดับหายนะ"
  • ร่างกฎหมายจะให้อำนาจรัฐบาลกลางสามารถสั่งระงับการเปิดตัวโมเดล AI ที่มีความเสี่ยงร้ายแรงได้ แต่บริษัทสามารถยื่นอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลได้
  • กฎหมายมุ่งเน้นควบคุมโมเดล AI ขีดความสามารถสูง และจะสร้างมาตรฐานระดับชาติเพียงหนึ่งเดียวเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านความมั่นคง เช่น การใช้ AI พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์หรืออาวุธชีวภาพ

ผู้แทนเจรจาของวุฒิสภาสหรัฐกำลังหารือร่างกฎหมายฉบับใหม่เพื่อกำหนดให้บริษัทเทคโนโลยีต้องรับผิดชอบในการออกแบบผลิตภัณฑ์ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ให้มีความปลอดภัย พร้อมให้อำนาจรัฐบาลสามารถระงับการเปิดตัวโมเดลที่มีความเสี่ยงร้ายแรง โดยเปิดโอกาสให้บริษัทผู้พัฒนาสามารถโต้แย้งคำสั่งดังกล่าวผ่านกระบวนการทางศาลรัฐบาลกลางได้ ท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มสูงขึ้นให้รัฐบาลเร่งกำกับดูแลเทคโนโลยีนี้

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า เจ้าหน้าที่รัฐสภาเปิดเผยว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวจะกำหนดกรอบ "หน้าที่ในการใช้ความระมัดระวัง" (Duty of care) สำหรับนักพัฒนาเอไอ โดยบริษัทต่างๆ จะต้องออกแบบผลิตภัณฑ์ของตนโดยมีเป้าหมายหลักเพื่อป้องกัน "ความเสี่ยงระดับหายนะ" (Catastrophic risks)

คณะผู้เจรจามุ่งหวังที่จะมอบอำนาจให้รัฐบาลสหรัฐสามารถสั่งระงับการปล่อยโมเดลเอไอบางประเภทที่ถูกประเมินว่าไม่ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม บริษัทจะมีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์และโต้แย้งการตัดสินใจดังกล่าวในศาลรัฐบาลกลาง โดยขณะนี้โครงสร้างและขอบเขตอำนาจที่แน่ชัดของรัฐบาลยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาหารือ

นอกจากนี้ ร่างกฎหมายยังครอบคลุมถึงการสั่งห้ามไม่ให้รัฐต่างๆ บังคับใช้กฎหมายระดับรัฐของตนเองในการควบคุมความเสี่ยงของโมเดลเอไอ เพื่อสร้างมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ โดยมีการยกตัวอย่างความเสี่ยงระดับชาติ เช่น โอกาสที่ผู้ไม่หวังดีอาจใช้ระบบเอไอในการออกแบบอาวุธนิวเคลียร์หรืออาวุธชีวภาพ ทั้งนี้ กฎหมายจะบังคับใช้เฉพาะกับโมเดลเอไอที่มีขีดความสามารถขั้นสูง ซึ่งปัจจุบันบริษัทสหรัฐที่เป็นผู้นำในด้านนี้ ได้แก่ Google, Anthropic และ OpenAI

การหารือนี้นำโดยบุคคลสำคัญในวุฒิสภา ได้แก่ จอห์น ทูน ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภา, เท็ด ครูซ ประธานคณะกรรมาธิการพาณิชย์ของวุฒิสภา และ เอมี โคลบูชาร์ วุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครตระดับสูง โดยมี มาเรีย แคนต์เวลล์ สมาชิกพรรคเดโมแครตระดับสูงจากคณะกรรมาธิการพาณิชย์เข้าร่วมให้ความเห็นด้วย เนื่องจากคณะกรรมาธิการนี้มีหน้าที่กำกับดูแลกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีทีมนักวิจัยด้านความปลอดภัยของเอไออยู่

เท็ด ครูซ ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ว่าเขากำลังร่วมมือกับทูนและโคลบูชาร์เพื่อร่างกฎหมายที่จัดการกับความเสี่ยงระดับหายนะที่เกี่ยวข้องกับภัยคุกคามทางชีวภาพหรือนิวเคลียร์ 

ขณะที่โคลบูชาร์ระบุว่า เธอกำลังผลักดันข้อตกลงร่วมกันของทั้งสองพรรค เพื่อให้รัฐบาลเข้ามากำกับดูแลความเสี่ยงขั้นสูงสุดของเอไอ ซึ่งรวมถึงการบังคับให้นักพัฒนาต้องทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญของรัฐเพื่อตรวจสอบและทดสอบโมเดลอย่างรัดกุม 

ด้านแคนต์เวลล์เสริมว่า กฎหมายที่มีประสิทธิภาพจะต้องบังคับให้โมเดลเอไอที่ทรงพลังที่สุดผ่านการทดสอบโดยนักวิทยาศาสตร์จากห้องปฏิบัติการแห่งชาติ เพื่อประเมินว่าระบบเหล่านี้อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือในการก่ออาชญากรรมไซเบอร์ขั้นสูงหรือช่วยพัฒนาอาวุธร้ายแรงได้หรือไม่

แม้คณะผู้เจรจาจะสามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ แต่ห้วงเวลาการทำงานของรัฐสภาอาจเป็นข้อจำกัดสำคัญต่อการผ่านร่างกฎหมาย เนื่องจากสภาผู้แทนราษฎรมีกำหนดเปิดประชุมเพียง 1 สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 3 พ.ย. ในขณะที่วุฒิสภาจะประชุมเพียง 3 สัปดาห์ 

ความพยายามผลักดันกฎหมายนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันต่อรัฐสภาและประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ให้เร่งรับมือกับความเสี่ยงจากระบบเอไอขั้นสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังมีรายงานว่าเอเจนต์เอไอบางตัวเริ่มเบี่ยงเบนการทำงานไปจากคำสั่งของมนุษย์และลงมือแฮ็กระบบภายนอก ผนวกกับคำเตือนต่อสาธารณะจากอดีตนักวิจัยเอไอของบริษัทชั้นนำที่ทยอยลาออกเนื่องจากความกังวลถึงอันตรายแฝงของเทคโนโลยี ซึ่งกระตุ้นให้สมาชิกสภานิติบัญญัติจากทั้งสองพรรคต่างออกมาเรียกร้องให้มีการกำกับดูแลที่เข้มงวดและจริงจังมากขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา