วันเสาร์ ที่ 12 กันยายน 2569

Login
Login

ซาอุฯ สั่งปิดท่อส่งน้ำมันสายหลัก ‘ฮูตี’ รุกคืบยึดเกาะ ทางเข้าทะเลแดง

กลุ่มกบฏฮูตีบุกยึดครองเกาะปากทางเข้าทะเลแดงตอนใต้ได้สำเร็จ ขณะเดียวกันทางการซาอุดีอาระเบียสั่งปิดท่อส่งน้ำมันสายหลักหลังถูกโจมตีด้วยโดรน

KEY POINTS

  • กลุ่มกบฏฮูตีบุกยึดเกาะมายุน ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญบริเวณปากทางเข้าทะเลแดงตอนใต้
  • ซาอุดีอาระเบียสั่งปิดท่อส่งน้ำมันสายหลักเป็นการชั่วคราว หลังถูกโจมตีด้วยโดรน ส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันอย่างหนัก
  • สถานการณ์ความขัดแย้งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน บุกยึดครองเกาะยุทธศาสตร์บริเวณปากทางเข้าทะเลแดงตอนใต้ได้สำเร็จ ถือเป็นการเปิดแนวรบใหม่ที่กระทบการส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียอย่างหนัก ขณะเดียวกันทางการซาอุดีอาระเบียจำเป็นต้องสั่งปิดท่อส่งน้ำมันสายหลักหลังถูกโจมตีด้วยโดรน ขณะราคาน้ำมันดิบพุ่งทะยานทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

สำนักข่าว AP รายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลเยเมน และเจ้าหน้าที่ของกลุ่มกบฏฮูตีเปิดเผยว่า กลุ่มฮูตีสามารถยึดครองเกาะมายุน หรือเกาะเปริม ซึ่งเป็นเกาะภูเขาไฟขนาดเล็กในช่องแคบบับเอลมันเดบได้สำเร็จ นับเป็นการขยายอาณาเขตของกลุ่มฮูตีครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี บนหนึ่งในเส้นทางเดินเรือที่สำคัญที่สุดของโลก 

สอดรับกับยุทธศาสตร์ของอิหร่านที่ต้องการดันราคาน้ำมันและก๊าซในตลาดโลกให้สูงขึ้นเพื่อใช้กดดันสหรัฐ ส่งผลให้ตลาดเกิดความกังวลจนราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้ทะยานทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งถือเป็นการเพิ่มอำนาจต่อรองให้กับรัฐบาลเตหะรานในการเจรจา

ในเวลาไล่เลี่ยกัน กระทรวงพลังงานซาอุดีอาระเบียสั่งระงับการใช้งานท่อส่งน้ำมันตะวันออก-ตะวันตก โดยระบุว่าเป็น "มาตรการป้องกันล่วงหน้า" หลังท่อส่งน้ำมันถูกโดรนลอบโจมตี 

ทางกระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบียพุ่งเป้าไปที่กลุ่มติดอาวุธจากอิรัก แต่เลือกที่จะยังไม่ใช้กำลังตอบโต้เพื่อเปิดทางให้รัฐบาลอิรักได้สืบสวนและจัดการเอง ขณะที่แหล่งข่าวระดับภูมิภาคระบุว่ากลุ่มฮูตีเป็นผู้ช่วยวางแผนปฏิบัติการดังกล่าว 

ทั้งนี้ ท่อส่งน้ำมันแห่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อซาอุดีอาระเบีย เพราะสามารถลำเลียงน้ำมันได้กว่า 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน นับเป็นทางเลือกในการหลีกเลี่ยงจากการพึ่งพาช่องแคบฮอร์มุซที่เผชิญการคุกคามจากอิหร่าน โดยก่อนหน้านี้ในเดือน ก.ค. ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐเพิ่งร่วมกันทิ้งระเบิดใส่กลุ่มติดอาวุธในอิรักเพื่อตอบโต้กรณีการโจมตีลักษณะเดียวกัน

ทั้งนี้ กองกำลังฮูตีประกาศกร้าวว่าจะใช้ยุทธวิธี "ตาต่อตา ฟันต่อฟัน" กับซาอุดีอาระเบีย โดยระบุว่าเส้นทางเดินเรือพาณิชย์จะมีความปลอดภัยสำหรับบริษัทอื่นๆ ยกเว้นเพียงเรือของทางการซาอุดีอาระเบียเท่านั้น 

ด้านซาอุดีอาระเบียตอบโต้ด้วยการทิ้งระเบิดถล่มสนามบินในเมืองท่าม็อคคาที่อยู่ห่างจากช่องแคบราว 80 กิโลเมตร 

แต่เจ้าหน้าที่ทหารของเยเมนกลับแสดงความประหลาดใจที่กองทัพอากาศซาอุดีอาระเบียไม่ยอมสกัดกั้นการยึดเมืองตั้งแต่ต้น โดยประเมินว่าทางการซาอุดีอาระเบียอาจไม่ได้รับไฟเขียวจากสหรัฐในการเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศแบบเต็มรูปแบบ พร้อมตำหนิว่าการขาดการประสานงานของกองกำลังพันธมิตรกลับมอบโอกาสทองให้กับกลุ่มฮูตี

วิกฤติครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณการเดินเรือผ่านช่องแคบบับเอลมันเดบลดลงถึง 60% นับตั้งแต่ฮูตีเริ่มพุ่งเป้าโจมตีเรือในช่วงปลายปี 2023 โดยอ้างจุดยืนเคียงข้างชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา 

แม้ซาอุดีอาระเบียจะพยายามปรับเปลี่ยนไปใช้เส้นทางทะเลแดงตอนเหนือ ผ่านคลองสุเอซของอียิปต์ เพื่อเชื่อมสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งเป็นเส้นทางที่ไกลกว่ามากสำหรับลูกค้าในเอเชีย แต่ล่าสุดกลุ่มฮูตียังคงขยายวงคุกคาม เข้าโจมตีเรือของซาอุดีอาระเบียในบริเวณตอนเหนือของทะเลแดงเมื่อปลายเดือน ส.ค. ที่ผ่านมาด้วย

นอกจากนี้ รัฐบาลอิหร่านได้เรียกร้องให้ซาอุดีอาระเบียยุติการปิดล้อมพื้นที่ครอบครองของกลุ่มฮูตี พร้อมส่งสัญญาณว่าข้อตกลงยุติความขัดแย้งใดๆ ระหว่างอิหร่านและสหรัฐในอนาคตจำเป็นต้องรวมประเด็นการไกล่เกลี่ยในเยเมนเข้าไปด้วย สะท้อนถึงบทบาทสำคัญของฮูตีต่อเตหะราน 

ในขณะที่ซาอุดีอาระเบียยังคงสงวนสิทธิ์ในการปกป้องตนเองอย่างเต็มที่ แต่ก็เปิดกว้างต่อความพยายามทางการทูตเพื่อหารือแนวทางฟื้นฟูเสถียรภาพและความมั่นคงในภูมิภาคต่อไป