วันพฤหัสบดี ที่ 5 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

‘เวียดนาม’ จับมือรัสเซีย ปูทาง ‘โรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรก’

เวียดนามเดินเกมกระชับสัมพันธ์รัสเซียครั้งใหญ่ ดันความร่วมมือพลังงานตั้งแต่น้ำมัน-ก๊าซ ถึง ‘โรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรก’ พร้อมขยายสัมพันธ์ด้านกลาโหม แม้ถูกจับตาจากนานาชาติ ท่ามกลางสงครามยูเครน

ในระหว่างการหารือที่กรุงมอสโกในสัปดาห์นี้ ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย และโต เลิม เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ และประธานาธิบดีเวียดนาม เห็นพ้อง “ยกระดับความร่วมมือด้านพลังงาน” ตั้งแต่น้ำมัน และก๊าซ ไปจนถึงพลังงานนิวเคลียร์ นับเป็นการเยือนรัสเซียระดับรัฐครั้งแรกของผู้นำเวียดนาม นับตั้งแต่สหภาพโซเวียตล่มสลายในปี 1991

สำนักข่าวเวียดนาม (VNA) รายงานว่า “พลังงาน” ยังคงเป็นหนึ่งในเสาหลักของความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์แบบรอบด้านระหว่างสองประเทศ โดยเตรียมขยายความร่วมมือจากน้ำมัน และก๊าซไปสู่พลังงานนิวเคลียร์ พลังงานลม และโรงไฟฟ้าก๊าซ 

ขณะเดียวกันยังต้องการผลักดันวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลให้เป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ของความสัมพันธ์

ปูตินระบุว่า รัสเซีย และเวียดนามยังมีศักยภาพสูงในการร่วมมือด้านไฟฟ้าพลังน้ำ พลังงานนิวเคลียร์ และการต่อเรือ โดย Rosatom บริษัทพลังงานนิวเคลียร์ของรัฐบาลรัสเซีย เตรียมก่อสร้าง “โรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรกของเวียดนาม” ในจังหวัดนิญถ่วน ทางตอนกลางของประเทศ พร้อมถ่ายทอดความเชี่ยวชาญ เทคโนโลยี และช่วยฝึกอบรมบุคลากรเวียดนาม

ทั้งสองประเทศยังลงนามกรอบความร่วมมือระหว่าง Petrovietnam และ Zarubezhneft เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาคลังสำรองน้ำมันดิบเชิงยุทธศาสตร์ในเวียดนาม

นอกเหนือจากพลังงาน เวียดนาม และรัสเซีย เตรียมพิจารณาจัดตั้งกลไกหารือทางทะเลระดับทวิภาคี ขณะที่ผู้นำกองทัพของทั้งสองฝ่ายตกลงขยายความร่วมมือด้านกลาโหม ครอบคลุมการหารือเชิงยุทธศาสตร์ การฝึกอบรม เทคโนโลยี และภารกิจรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ

โต เลิม ย้ำว่า การพัฒนาความสัมพันธ์กับรัสเซีย เป็น “นโยบายที่สม่ำเสมอ และเป็นทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์อันดับต้นๆ” ในนโยบายต่างประเทศของเวียดนาม แม้บางประเทศจะแสดงปฏิกิริยาต่อการที่ฮานอยยังคงรักษาความสัมพันธ์อันดีกับมอสโก แต่เวียดนามยังคงยืนหยัดในจุดยืนเดิม

ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ มีรากฐานยาวนานตั้งแต่ยุคสงครามเวียดนาม เมื่อสหภาพโซเวียตให้ความช่วยเหลือเวียดนามเหนือทั้งด้านอาวุธ ระบบป้องกันภัยทางอากาศ เครื่องบิน และบุคลากรทางทหาร ก่อนมีบทบาทช่วยฟื้นฟู และพัฒนาอุตสาหกรรมของเวียดนามหลังสงคราม

ปัจจุบัน รัสเซีย และเวียดนาม ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าทวิภาคีจาก 4.77 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025 เป็น 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 ขณะที่ปูตินกำลัง “พิจารณายกเว้นวีซ่า” ให้แก่นักท่องเที่ยวเวียดนามที่เดินทางไปรัสเซีย

ด้านสงครามยูเครน รัสเซียชื่นชมเวียดนามที่รักษา “จุดยืนที่สมดุล และเป็นกลาง” โดยฮานอยพยายามรักษาความสัมพันธ์กับทั้งมอสโก และชาติตะวันตก พร้อมหลีกเลี่ยงการวิพากษ์วิจารณ์รัสเซียโดยตรง โดยหลังเสร็จสิ้นการเยือนมอสโก โต เลิม มีกำหนดเดินทางต่อไปยังฝรั่งเศส เพื่อพบกับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง

อ้างอิง: nikkei