วันศุกร์ ที่ 11 กันยายน 2569

Login
Login

‘เวียดนาม’ จับมือรัสเซีย ปูทาง ‘โรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรก’

เวียดนามเดินเกมกระชับสัมพันธ์รัสเซียครั้งใหญ่ ดันความร่วมมือพลังงานตั้งแต่น้ำมัน-ก๊าซ ถึง ‘โรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรก’ พร้อมขยายสัมพันธ์ด้านกลาโหม แม้ถูกจับตาจากนานาชาติ ท่ามกลางสงครามยูเครน

ในระหว่างการหารือที่กรุงมอสโกในสัปดาห์นี้ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย และโต เลิม เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์และประธานาธิบดีเวียดนาม เห็นพ้อง “ยกระดับความร่วมมือด้านพลังงาน” ตั้งแต่น้ำมันและก๊าซ ไปจนถึงพลังงานนิวเคลียร์ นับเป็นการเยือนรัสเซียระดับรัฐครั้งแรกของผู้นำเวียดนาม นับตั้งแต่สหภาพโซเวียตล่มสลายในปี 1991

สำนักข่าวเวียดนาม (VNA) รายงานว่า “พลังงาน” ยังคงเป็นหนึ่งในเสาหลักของความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์แบบรอบด้านระหว่างสองประเทศ โดยเตรียมขยายความร่วมมือจากน้ำมันและก๊าซไปสู่พลังงานนิวเคลียร์ พลังงานลม และโรงไฟฟ้าก๊าซ 

ขณะเดียวกันยังต้องการผลักดันวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลให้เป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ของความสัมพันธ์

ปูตินระบุว่า รัสเซียและเวียดนามยังมีศักยภาพสูงในการร่วมมือด้านไฟฟ้าพลังน้ำ พลังงานนิวเคลียร์ และการต่อเรือ โดย Rosatom บริษัทพลังงานนิวเคลียร์ของรัฐบาลรัสเซีย เตรียมก่อสร้าง “โรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรกของเวียดนาม” ในจังหวัดนิญถ่วน ทางตอนกลางของประเทศ พร้อมถ่ายทอดความเชี่ยวชาญ เทคโนโลยี และช่วยฝึกอบรมบุคลากรเวียดนาม

ทั้งสองประเทศยังลงนามกรอบความร่วมมือระหว่าง Petrovietnam และ Zarubezhneft เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาคลังสำรองน้ำมันดิบเชิงยุทธศาสตร์ในเวียดนาม

นอกเหนือจากพลังงาน เวียดนามและรัสเซียเตรียมพิจารณาจัดตั้งกลไกหารือทางทะเลระดับทวิภาคี ขณะที่ผู้นำกองทัพของทั้งสองฝ่ายตกลงขยายความร่วมมือด้านกลาโหม ครอบคลุมการหารือเชิงยุทธศาสตร์ การฝึกอบรม เทคโนโลยี และภารกิจรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ

โต เลิมย้ำว่า การพัฒนาความสัมพันธ์กับรัสเซีย เป็น “นโยบายที่สม่ำเสมอและเป็นทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์อันดับต้น ๆ” ในนโยบายต่างประเทศของเวียดนาม แม้บางประเทศจะแสดงปฏิกิริยาต่อการที่ฮานอยยังคงรักษาความสัมพันธ์อันดีกับมอสโก แต่เวียดนามยังคงยืนหยัดในจุดยืนเดิม

ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ มีรากฐานยาวนานตั้งแต่ยุคสงครามเวียดนาม เมื่อสหภาพโซเวียตให้ความช่วยเหลือเวียดนามเหนือทั้งด้านอาวุธ ระบบป้องกันภัยทางอากาศ เครื่องบิน และบุคลากรทางทหาร ก่อนมีบทบาทช่วยฟื้นฟูและพัฒนาอุตสาหกรรมของเวียดนามหลังสงคราม

ปัจจุบัน รัสเซียและเวียดนามตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าทวิภาคีจาก 4.77 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025 เป็น 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 ขณะที่ปูตินกำลัง “พิจารณายกเว้นวีซ่า” ให้แก่นักท่องเที่ยวเวียดนามที่เดินทางไปรัสเซีย

ด้านสงครามยูเครน รัสเซียชื่นชมเวียดนามที่รักษา “จุดยืนที่สมดุลและเป็นกลาง” โดยฮานอยพยายามรักษาความสัมพันธ์กับทั้งมอสโกและชาติตะวันตก พร้อมหลีกเลี่ยงการวิพากษ์วิจารณ์รัสเซียโดยตรง โดยหลังเสร็จสิ้นการเยือนมอสโก โต เลิมมีกำหนดเดินทางต่อไปยังฝรั่งเศส เพื่อพบกับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง

อ้างอิง: nikkei