ทูตสหรัฐประจำไทเปโดยพฤตินัยเตือน ความขัดแย้งใด ๆ ข้ามช่องแคบไต้หวันจะส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อเศรษฐกิจโลกยิ่งกว่าสงครามโลกครั้งที่ 2 การพบกันระหว่างผู้นำสหรัฐ-จีน ที่กำลังมาถึงเป็นโอกาสเลี่ยงการประเมินผิดพลาด
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน นายเรย์มอนด์ กรีน ผู้อำนวยการสถาบันอเมริกันในไต้หวัน หรือเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำไต้หวันโดยพฤตินัย กล่าวในเวทีความมั่นคงในไทเปว่า ไม่มีหัวข้อใดจะเหมาะสมกับสถานการณ์หรือสำคัญไปมากกว่าการได้มาซึ่งสันติภาพในช่องแคบไต้หวัน
“นอกเหนือจากความสูญเสียด้านชีวิตผู้คนแล้ว ความขัดแย้งใด ๆ บริเวณช่องแคบไต้หวันจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกยิ่งกว่าสงครามโลกครั้งที่ 2” นายกรีนกล่าว
“สหรัฐภายใต้รัฐบาลทรัมป์ได้กำหนดให้การรักษาเสถียรภาพและสันติภาพในภูมิภาคอินโดแปซิฟิกเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญลำดับต้น ๆ” นายกรีนเสริมและว่า นั่นรวมถึง การดำเนินงานการทูต “อย่างแข็งขัน” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับสูงสุด
“การประชุมสุดยอดระหว่างสหรัฐและจีนที่กำลังจะมาถึงนี้ ถือเป็นโอกาสในการส่งเสริมความสัมพันธ์และเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์ บนพื้นฐานของความเป็นธรรม และการต่างตอบแทน ซึ่งจะช่วยหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดและการประเมินสถานการณ์ที่คลาดเคลื่อนได้” นายกรีนกล่าวเสริม
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะเดินทางไปสหรัฐในเดือนนี้ เพื่อพบกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นายกรีนกล่าวว่า สหรัฐเองก็ได้เน้นย้ำถึงการเยือนและการเป็นพันธมิตรกับภูมิภาคอินโดแปซิฟิก เพื่อรักษา “สมดุลแห่งอำนาจอันเป็นประโยชน์ต่อภูมิภาค”
“ประการที่ 3 และเกี่ยวข้องอย่างยิ่งกับการหารือในวันนี้ เราสนับสนุนการทำงานของไต้หวันเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการป้องกันตนเอง” ทูตสหรัฐโดยพฤตินัยย้ำ
สืบเนื่องจากภัยคุกคามจากจีนเพิ่มมากขึ้น รัฐบาลของประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ จึงเพิ่มงบประมาณกลาโหมและให้ความสำคัญกับการปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัย โดยงบฯ กลาโหมปีหน้าสูงเกินกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวันเป็นครั้งแรก
ที่มา: รอยเตอร์





