วันพุธ ที่ 9 กันยายน 2569

Login
Login

สหรัฐทำลายเรือน้ำมันอิหร่านอีก 5 รวมเป็น 8 ลำ สงครามทวีความรุนแรง

สหรัฐเผยได้ทำลายเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านอีก 5 ลำ รวมเป็น 8 หลังเรือรบกองทัพเรือสหรัฐ ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของอิหร่าน อิหร่านตอบโต้ยิงใส่ฐานทัพสหรัฐในจอร์แดน

KEY POINTS

  • กองกำลังสหรัฐทำลายเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านเพิ่ม 5 ลำ รวมเป็น 8 ลำ เพื่อตอบโต้ความพยายามยิงขีปนาวุธโจมตีเรือรบสหรัฐ
  • เรือรบและเจ้าหน้าที่ของสหรัฐไม่ได้รับความเสียหายหรือบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว และยังคงปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนตามปกติ
  • เรือบรรทุกน้ำมันที่ถูกทำลายเป็นของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) โดยสหรัฐได้แจ้งเตือนให้ลูกเรือสละเรือก่อนลงมือ

บลูมเบิร์ก รายงานว่า กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) เปิดเผยว่า กองกำลังสหรัฐได้ทำลายเรือบรรทุกน้ำมันดิบของอิหร่านจำนวน 5 ลำในวันอังคาร (8 ก.ย. 69) เพื่อตอบโต้กรณีที่มีความพยายามใช้ขีปนาวุธโจมตีเรือรบกองทัพเรือสหรัฐ ถึง 2 ครั้งติดต่อกันในรอบสองวัน

 

กองทัพสหรัฐระบุเมื่อวันอังคารว่า เรือของสหรัฐ (ซึ่งไม่ได้ระบุชื่อเรือ) ไม่ได้รับความเสียหายจากการโจมตี และยังคงปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนในน่านน้ำภูมิภาคต่อไป พร้อมแถลงว่าไม่มีเจ้าหน้าที่สหรัฐได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

 

แถลงการณ์ระบุเสริมว่า เรือของอิหร่านที่ถูกทำลายนั้นสังกัดกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) โดย CENTCOM ระบุว่ากองกำลังสหรัฐได้เตือนให้ลูกเรือทิ้งเรือก่อนที่จะถูก "ทำให้ไม่สามารถใช้งานได้" นอกจากนี้ยังระบุว่า สหรัฐได้ทำลายเรือบรรทุกน้ำมันดิบอีก 3 ลำไปเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุความพยายามโจมตีเรือบรรทุกเครื่องบินและเรือบรรทุกขีปนาวุธนำวิถีของสหรัฐ แต่ล้มเหลว

  • สหรัฐขู่ทำลายเรืออิหร่านเพิ่ม หากยังพยายามโจมตีกองทัพสหรัฐ

มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวตอบคำถามสื่อมวลชนระหว่างการเยือนโคลอมเบียว่า "เมื่อพวกเขาพยายามโจมตีเรือรบของสหรัฐ พวกเขาก็จะถูกโจมตีคืนเช่นกัน การตอบโต้ไปมานั้นตรงไปตรงมามาก ทุกครั้งที่พวกเขาทำแบบนั้น หรือพยายามจะทำ พวกเขาก็จะต้องสูญเสียเรือบรรทุกน้ำมัน"

 

การโจมตีตอบโต้แบบตาต่อตาฟันต่อฟันครั้งนี้ ตอกย้ำถึงความยากลำบากของสหรัฐในการเปลี่ยนผ่านจากการสู้รบอย่างเปิดเผยไปสู่การใช้แรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อเตหะรานอย่างต่อเนื่อง ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลาโหมกล่าวซ้ำหลายครั้งว่า ศักยภาพทางการทหารของอิหร่านถูกทำลายจนหมดสภาพ ขณะที่ สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพิ่งกล่าวเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า แคมเปญกดดันทางเศรษฐกิจ "น่าจะหมายความว่าจะไม่มีการกลับมาใช้วิธีการทหารขนาดใหญ่อีก"

 

(ทั้งนี้ รายงานข่าวเรื่องการโจมตีเรือรบสหรัฐถูกเปิดเผยโดยหนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal เป็นแห่งแรก)

สงครามอิหร่านซึ่งสหรัฐเปิดฉากขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ โดยอ้างเหตุผลหลักว่าเพื่อยับยั้งโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน ได้เปลี่ยนจุดเน้นมาเป็นการบีบให้เตหะรานยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศที่สำคัญอีกครั้ง ปัจจุบันกองทัพเรือสหรัฐ กำลังปิดล้อมเรือทุกลำที่บรรทุกน้ำมันดิบของอิหร่าน ขณะที่อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธใส่เรือระหว่างประเทศที่พยายามเดินทางออกจากอ่าวเปอร์เซีย ทั้งนี้ ก่อนเกิดสงคราม 1 ใน 5 ของน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ของโลกต้องขนส่งผ่านช่องแคบแห่งนี้

 

  • น้ำมันจ่อแตะ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปิดตลาดที่ประมาณ 98 ดอลลาร์ และยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง หลังจากมีรายงานเหตุระเบิดใกล้บริเวณจุดทอดสมอของเกาะคาร์ก (Kharg Island) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันหลักของอิหร่าน เกาะแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งประมาณ 15 ไมล์ (24 กิโลเมตร) และเป็นจุดขนถ่ายน้ำมันดิบสูงถึง 90% ของการส่งออกทั้งหมดของประเทศ

 

ทรัมป์กล่าวซ้ำหลายครั้งว่า กองทัพอิหร่านถูกทำลายล้างจนไม่สามารถโจมตีสินทรัพย์ของอเมริกาได้อีก คณะทำงานของสหรัฐได้ประกาศในเดือนสิงหาคมว่าจะมุ่งเน้นไปที่การบีบเค้นอิหร่านทางเศรษฐกิจและชะลอการบุกทางทหาร แต่การโจมตีตอบโต้ไปมาก็กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง โดยเมื่อวันอังคาร กระทรวงการคลังสหรัฐได้ประกาศคว่ำบาตรบริษัทหลายสิบแห่งที่สนับสนุนภาคการบินของอิหร่าน

 

ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวทัสนิมซึ่งเป็นสำนักข่าวครึ่งทางการของอิหร่านรายงานว่า ขีปนาวุธของสหรัฐได้ยิงตกใส่เรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านนอกชายฝั่งเกาะคาร์ก

 

ด้านสำนักข่าวฟาร์ส อ้างแถลงการณ์ของ IRGC รายงานว่า อิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธใส่ฐานทัพอากาศแห่งหนึ่งในจอร์แดน

 

โทรทัศน์รัฐบาลอิหร่านอ้างแถลงการณ์จาก IRGC เตือนว่า ลูกเรือบรรทุกน้ำมันทั้งหมดในบริเวณท่าเรือคูเวตและบาห์เรน "ควรรีบทิ้งเรือทันที ไม่ว่าจะจอดสมออยู่หรือเทียบท่าก็ตาม เนื่องจากเรือเหล่านี้จะตกเป็นเป้าหมายการโจมตี"

 

นอกจากนี้ เมื่อวันอังคาร อิหร่านยังอ้างว่าสามารถยึดโดรนใต้น้ำสุดล้ำสมัยของสหรัฐได้ ขณะที่ฝ่ายสหรัฐ ปฏิเสธและระบุว่าเป็นเพียงโดรนที่ "ชำรุดและทำงานผิดพลาด" เท่านั้น

 

อิหร่านกำลังอยู่ระหว่างการเจรจากับโอมานเกี่ยวกับข้อตกลงเปิดเส้นทางเดินเรือ แต่ทั้งสองประเทศมีแนวโน้มที่จะจัดเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือที่สัญจรผ่าน ซึ่งสหรัฐและพันธมิตรต่างคัดค้านการเก็บค่าธรรมเนียมในน่านน้ำสากลที่เคยเปิดให้ใช้ฟรีแห่งนี้

 

รายงานข่าวเรื่องเหตุระเบิดใกล้เกาะคาร์กเมื่อวันอังคารได้กลายเป็นปัจจัยเร่งให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากเกาะแห่งนี้มีความสำคัญอย่างมากต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน แม้การโจมตีของสหรัฐบนเกาะแห่งนี้จะมุ่งเป้าไปที่เป้าหมายทางการทหารเป็นหลัก แต่ทรัมป์เคยขู่ไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะโจมตีโรงงานน้ำมัน และเคยเสนอแนวคิดที่จะเข้ายึดศูนย์กลางการส่งออกแห่งนี้อีกด้วย