นายกรัฐมนตรีฟรีดริช แมร์ซ ปฏิเสธที่จะร่วมงานกับพรรคทางเลือกเพื่อเยอรมนี (Alternative for Germany) หลังพรรคขวาจัดคว้าชัยชนะถล่มทลายในการเลือกตั้งท้องถิ่นรัฐซัคเซิน-อันฮัลท์ แต่ยอมรับว่าผลการเลือกตั้งสั่นคลอนพรรคตน “ถึงฐานราก”
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน การเลือกตั้งระดับรัฐในซัคเซิน-อันฮัลท์ของเยอรมนี เมื่อวันอาทิตย์ (6 ก.ย.) พรรคทางเลือกเพื่อเยอรมนี (AfD) ซึ่งเป็นพรรคขวาจัด มีแนวนโยบายต่อต้านผู้อพยพและสนับสนุนรัสเซีย ได้คะแนนเสียงเกือบ 44% เน้นย้ำว่ารัฐบาลผสมของนายกฯ แมร์ซ ไม่เป็นที่ชื่นชอบของประชาชน ผลการเลือกตั้งยังเป็นการส่งเสียงเตือนไปถึงเพื่อนบ้านของเยอรมนีอย่างฝรั่งเศส โปแลนด์ และประเทศอื่น ๆ ด้วย
อย่างไรก็ตาม พรรค AfD ซึ่งต้องการเนรเทศผู้อพยพ ยุติการสนับสนุนยูเครน และฟื้นฟูความสัมพันธ์กับมอสโก ไม่ได้รับเสียงข้างมากเด็ดขาดในสภานิติบัญญัติของรัฐ โดยได้ที่นั่ง 39 จาก 83 ที่นั่ง และหวังที่จะดึงตัวสมาชิกสภานิติบัญญัติฝ่ายอนุรักษนิยมรายบุคคลมาเข้าร่วมพรรค
ขณะนี้ AfD กำลังขอการสนับสนุนจาก ส.ส.สายอนุรักษนิยมของแมร์ซ เพื่อบริหารรัฐซัคเซิน-อันฮัลท์ ทางตะวันออกของประเทศ ซึ่งจะเป็นครั้งแรกหลังสงครามที่พรรคขวาจัดครองอำนาจในระดับรัฐของเยอรมนี
ผลการเลือกตั้งอาจท้าทายแนวนโยบายที่พรรคการเมืองหลักของเยอรมนีใช้มาอย่างยาวนาน รวมถึงพรรคคริสเตียนเดโมแครต (CDU) ของแมร์ซ ที่ไม่ร่วมมือกับพรรค AfD ตามนโยบายที่รู้จักกันในชื่อ “กำแพงไฟ” ซึ่งพรรค AfD กล่าวว่านโยบายนี้ไม่เป็นประชาธิปไตย
“นี่สั่นสะเทือนพรรคเราถึงฐานราก เราตกใจมาก” แมร์ซกล่าวและเสริมในการแถลงข่าวว่า นี่คือผลการเลือกตั้งอันย่ำแย่ที่สุดของพรรคในรอบหลายสิบปี
แม้ว่าแมร์ซจะแสดงท่าทีสำนึกผิดและให้คำมั่นว่าจะพยายามอย่างหนักยิ่งขึ้นเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แต่เขากลับปฏิเสธข้อเสนอแนะที่ว่าเขาอาจจะลาออก โดยกล่าวว่าจะยังคงยึดมั่นในวาระการปฏิรูปของรัฐบาลต่อไป





