วันอังคาร ที่ 8 กันยายน 2569

Login
Login

นิกเกอิวิเคราะห์ 1 ปีรัฐบาลอนุทิน หมายตาทุนจีนหนุนเศรษฐกิจ

ในโอกาสที่นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งครบหนึ่งปีในวันจันทร์ (7 ก.ย.) นิกเกอิเอเชียนำเสนอบทวิเคราะห์ นายกฯ หมายตาการลงทุนจากจีนเพิ่มมากขึ้น เพื่อมาพลิกฟื้นเศรษฐกิจตกต่ำของไทยที่ยังล้าหลังในด้านอุตสาหกรรมก้าวหน้าอย่างเซมิคอนดักเตอร์

KEY POINTS

  • รัฐบาลอนุทินมุ่งเน้นการดึงดูดการลงทุนจากจีน เพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยที่เติบโตช้าและล้าหลังในอุตสาหกรรมขั้นสูงอย่างเซมิคอนดักเตอร์
  • รัฐบาลกำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งปัญหาเศรษฐกิจเติบโตต่ำกว่าเป้าหมาย คะแนนนิยมที่ลดลง และเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการฮั้ว ส.ว.
  • การมุ่งเป้าไปที่ทุนจีนทำให้ไทยต้องแสดงท่าทีสนับสนุนจีนมากขึ้นในประเด็นไต้หวัน เพื่อแลกกับคำมั่นสัญญาการลงทุนในอุตสาหกรรม AI และหุ่นยนต์
  • ผู้เชี่ยวชาญมองว่า แม้เม็ดเงินลงทุนจากจีนจะเป็นที่น่าสนใจ แต่ก็อาจสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจไทยได้น้อยกว่าการลงทุนจากญี่ปุ่นในอดีต

ในโอกาสที่นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งครบหนึ่งปีในวันจันทร์ (7 ก.ย.) นิกเกอิเอเชียนำเสนอบทวิเคราะห์  นายกฯ หมายตาการลงทุนจากจีนเพิ่มมากขึ้น เพื่อมาพลิกฟื้นเศรษฐกิจตกต่ำของไทยที่ยังล้าหลังในด้านอุตสาหกรรมก้าวหน้าอย่างเซมิคอนดักเตอร์

รายงานจากนิกเกอิเอเชีย ระบุด้วยว่า ไม่เพียงเท่านั้นอนุทินยังเผชิญกับแรงสนับสนุนรัฐบาลลดน้อยถอยลง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเศรษฐกิจรวมถึงเรื่องการฮั้ว ส.ว.ฉาว

“หากการสมรู้ร่วมคิดในวุฒิสภาเป็นเรื่องจริง ก็เป็นเรื่องที่น่ารังเกียจ ผมได้กล่าวอย่างชัดเจนแล้วว่ารัฐบาลนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับวุฒิสภา” อนุทินกล่าวกับผู้สื่อข่าวระหว่างการเยือนออสเตรเลียเมื่อปลายเดือน ส.ค. โดยปฏิเสธการมีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ในข้อกล่าวหาที่กำลังสั่นคลอนรัฐบาล

คดีฮั้ว ส.ว. เป็นการกล่าวหาเรื่องการประสานการลงคะแนนและซื้อเสียงในหมู่ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา พนักงานสอบสวนกำลังตรวจสอบ ส.ว.เกือบ 140 คน หรือประมาณ 70% ของวุฒิสภาทั้งหมด แม้ว่าวุฒิสภาจะเป็นองค์กรที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดอย่างเป็นทางการ แต่เชื่อกันว่า ส.ว.หลายคนมีความเชื่อมโยงกับพรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นพรรคอนุรักษนิยมนำโดยอนุทิน

ไม่เพียงเท่านั้นกระทรวงมหาดไทยที่อนุทินดูแลในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็มีเรื่องทุจริตสอบท้องถิ่น โครงการเอไอที่ไม่โปร่งใสก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์เช่นกัน

กลางเดือน ส.ค. ผลสำรวจความคิดเห็นของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้าโพล) ผู้ให้ข้อมูล 38% มองว่า รัฐบาลอนุทินไม่น่ารอดเรื่องฉาวเหล่านี้ไปได้ พรรคประชาชน ฝ่ายค้านกำลังเตรียมยื่นลงมติไม่ไว้วางใจภายในไม่กี่สัปดาห์นี้

“รัฐบาลอนุทินเป็นรัฐบาลแรกในรอบหลายปี หรือหลายสิบปีที่ได้รับเสียงสนับสนุนแข็งแกร่งจากสภาและฝ่ายอนุรักษนิยม แม้จะมั่นคง แต่รัฐบาลก็บริหารงานแบบไม่สอดคล้องกันทั้งวิสัยทัศน์และเป้าหมาย หลายคนผิดหวังกับผลงานของรัฐบาล หรือไม่มีผลงานเลยก็ว่าได้” ณพล จาตุศรีพิทักษ์ จากสถาบัน ISEAS-Yusof Ishak ของสิงคโปร์ให้ความเห็น

ทั้งนี้ เศรษฐกิจยังคงเป็นความท้าทายใหญ่ของรัฐบาล ด้วยเป้าหมายที่วางไว้ว่าต้องเติบโตอย่างน้อย 3% แต่ผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของไทยในไตรมาสสอง ขยายตัวเพียง 1.9% เท่านั้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ลดลง 0.9% จากไตรมาสหนึ่ง การเติบโตยังตามหลายเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม ที่เศรษฐกิจขยายตัว 8.39% จีดีพีไทยจึงอ่อนแอที่สุดประเทศหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การเติบโตที่ชะลอตัวนี้ส่วนหนึ่งเป็นผลจากไทยยกระดับอุตสาหกรรมล่าช้า สิงคโปร์และมาเลเซีย ซึ่งเศรษฐกิจเติบโตรวดเร็วควบคู่กับไทยตั้งแต่ทศวรรษ 1980 เป็นต้นมา ได้ใช้ประโยชน์จากความต้องการเซมิคอนดักเตอร์และอุตสาหกรรมดิจิทัลที่เชื่อมโยงกับปัญญาประดิษฐ์ อัตราการเติบโตในช่วงเดือน เม.ย.-มิ.ย.ที่ผ่านมา อยู่ที่ 5.9% และ 6% ตามลำดับ

เจ้าหน้าที่ในรัฐบาลคนหนึ่งเผยว่า ไทยเป็นที่ตั้งโรงงานผลิตของหลาย ๆ บริษัท เช่น เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ ซึ่งป้อนสินค้าให้กับเอ็นวิเดีย บริษัทชิปเอไอสหรัฐ แต่ “ไทยยังคงพึ่งพาการนำเข้าสินค้าขั้นกลางอย่างหนัก จำกัดโอกาสที่อุตสาหกรรมภายในจะได้ประโยชน์”

ขณะที่อดีตรัฐมนตรีเศรษฐกิจรายหนึ่ง ระบุ “เราไม่สามารถเลิกพึ่งพาภาคการผลิตและการท่องเที่ยวได้ และการเติบโตทางเศรษฐกิจของเรากำลังสูญเสียแรงส่งโดยที่เราไม่รู้ตัว”

ระหว่างการเยือนจีนเมื่อกลางเดือน ก.ค. อนุทินเคยพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เข้าร่วมการประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก และพบกับผู้บริหารบริษัทจีน เช่น ผู้ผลิตสมาร์ทโฟน “เสียวหมี่” ได้คำมั่นลงทุนราว 7 หมื่นล้านบาท

ในปี 2025 การลงทุนโดยตรงจากจีนที่ผ่านการอนุมัติแล้วเพิ่มขึ้น 14% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.981 แสนล้านบาท

“นอกจากนี้ การลงทุนของจีนจะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมไทย ทั้งด้านเอไอและหุ่นยนต์ด้วย” เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าว

บางคนมองว่า ท่าทีหนุนรัฐบาลปักกิ่งมากขึ้นของไทยในประเด็นไต้หวันคือราคาที่ต้องจ่ายเพื่อดึงดูดการลงทุนดังกล่าว ในแถลงการณ์ร่วมช่วงที่อนุทินเยือนจีนแสดงการสนับสนุนอย่างแข็งขันต่อ “การรวมชาติไต้หวันกับจีนอย่างสันติ”

“การเมืองภายในอาจมีส่วน (ในท่าทีสนับสนุนจีนของรัฐบาล) รัฐบาลอนุทินประสบปัญหาในการทำนโยบายสำคัญ และเผชิญกับเสียงโต้แย้ง ท่ามกลางบรรยากาศแบบนี้การดึงดูดการลงทุนเพิ่มเติมจากจีนจึงเป็นความสำคัญอันดับต้น ๆ” ฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยให้ความเห็น

นับตั้งแต่ทศวรรษ 1980 ประเทศไทยได้รับประโยชน์จากการลงทุนของบริษัทญี่ปุ่น เช่น โตโยต้า มอเตอร์ ซึ่งช่วยสร้างงานและถ่ายทอดเทคโนโลยีไทยเป็นที่รู้จักในฐานะประเทศที่เป็นมิตรกับญี่ปุ่น แต่อิทธิพลทางเศรษฐกิจของจีนก็กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว

“การลงทุนโดยตรงของจีนมีแนวโน้มเพิ่มมูลค่าให้เศรษฐกิจไทยได้น้อยกว่าเอฟดีไอจากญี่ปุ่นในอดีต” สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม มีนักลงทุนไม่กี่รายที่สามารถลงทุนขนาดใหญ่เช่นนั้นได้ ดังนั้นเม็ดเงินลงทุนจากจีนจึงน่าสนใจที่สุดสำหรับรัฐบาลไทย

นิกเกอิเอเชียสรุปว่า ยุทธศาสตร์เน้นเงินทุนจากจีนของไทยจะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อ บริษัทจีนได้รับการสนับสนุนให้เข้ามาดำเนินงานในประเทศไทยและสนับสนุนอุตสาหกรรมไทยได้

ที่มา: นิกเกอิ