เยอรมนี ออสเตรีย กรีซ เดนมาร์ก และเนเธอร์แลนด์ เตรียมลงนามข้อตกลงภายในปีนี้ ส่งตัวผู้อพยพที่ไม่มีถิ่นที่อยู่ถูกต้องตามกฎหมายไปยังประเทศที่สามนอกสหภาพยุโรป
KEY POINTS
- 5 ชาติอียู (เยอรมนี, ออสเตรีย, กรีซ, เดนมาร์ก, เนเธอร์แลนด์) เตรียมลงนามข้อตกลงภายในปีนี้ เพื่อจัดตั้ง "ศูนย์ส่งกลับ" ผู้อพยพผิดกฎหมายไปยังประเทศที่สามนอกสหภาพยุโรป
- เป้าหมายของแผนคือเพื่อสกัดกั้นคลื่นผู้อพยพ แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายชื่อประเทศที่จะเป็นที่ตั้งของศูนย์ดังกล่าว
- แผนการนี้เผชิญความกังวลจากกลุ่มสิทธิมนุษยชนและสภายุโรป (Council of Europe) เกี่ยวกับความโปร่งใสและความเสี่ยงในการละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้ลี้ภัย
สำนักข่าว Reuters รายงานว่า เยอรมนี ออสเตรีย กรีซ เดนมาร์ก และเนเธอร์แลนด์ ประกาศเป้าหมายเตรียมลงนามข้อตกลงภายในปีนี้ เพื่อส่งตัวผู้อพยพที่ไม่มีถิ่นที่อยู่ถูกต้องตามกฎหมายไปยังประเทศที่สามนอกสหภาพยุโรป (อียู) นับเป็นความพยายามล่าสุดในการสกัดกั้นคลื่นผู้อพยพ ท่ามกลางความกังวลจากกลุ่มสิทธิมนุษยชนถึงความโปร่งใสและสวัสดิภาพของผู้ขอลี้ภัย
เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ที่ผ่านมา กลุ่มประเทศที่เรียกตนเองว่า "กลุ่ม 5 ชาติ" (Group of Five) ได้ประชุมที่ประเทศเดนมาร์ก บรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับขั้นตอนที่เป็นรูปธรรมเพื่อจัดตั้งศูนย์ส่งกลับ (Return facilities) ร่วมกับประเทศนอกสหภาพยุโรป
อย่างไรก็ดี ปัจจุบันยังไม่มีการเปิดเผยรายชื่อประเทศเป้าหมายที่จะเป็นสถานที่ตั้งศูนย์ดังกล่าว
อเล็กซานเดอร์ โดบรินด์ต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของเยอรมนี แถลงต่อสื่อมวลชนที่กรุงโคเปนเฮเกนว่า "เราต้องการบรรลุข้อตกลงกับประเทศที่สามภายในปีนี้ เพื่อปูทางไปสู่การจัดตั้งศูนย์กลางการส่งกลับ"
ทั้งนี้ กลุ่ม 5 ชาติได้จัดการหารือมาแล้วหลายครั้งตลอดทั้งปี และมีกำหนดจะประชุมร่วมกันอีกครั้งที่นครมิวนิก ประเทศเยอรมนี ในช่วงปลายเดือน ก.ย. นี้
ด้าน มอร์เทน บอดสคอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงตรวจคนเข้าเมืองและการบูรณาการของเดนมาร์ก คาดการณ์ว่าเดนมาร์กจะพร้อมส่งตัวผู้อพยพไปยังศูนย์ดังกล่าวได้ภายในสิ้นปี 2027 โดยระบุว่านี่คือ "โอกาสในการสร้างชีวิตใหม่ในประเทศหุ้นส่วน"
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงตรวจคนเข้าเมืองและการบูรณาการของเดนมาร์ก ยังเสริมว่ากลุ่ม 5 ชาติจะเดินหน้าหารือร่วมกับหน่วยงานของสหประชาชาติ (UN) ทั้งองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอพยพย้ายถิ่น (IOM) และสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เพื่อกำหนดขั้นตอนต่อไป
แต่โฆษกของ UNHCR ออกมาระบุว่าทางหน่วยงานยังไม่ได้รับการติดต่อเกี่ยวกับรายละเอียดของข้อเสนอนี้ จึงยังไม่สามารถให้ความเห็นใดๆ ได้
แผนการจัดตั้งศูนย์ส่งกลับนอกพรมแดนอียู สอดคล้องกับมติของรัฐสภายุโรปเมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ที่ได้อนุมัติการเปลี่ยนแปลงนโยบายการย้ายถิ่นฐานครั้งใหญ่ เพื่อเร่งรัดกระบวนการส่งกลับ และเปิดทางให้รัฐสมาชิกตั้งศูนย์รับรองในต่างประเทศได้
อย่างไรก็ตาม สภายุโรป (Council of Europe) ซึ่งเป็นองค์กรนอกอียู ที่ส่งเสริมสิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย และหลักนิติธรรมในภูมิภาค ได้เตือนตั้งแต่เดือน ก.ค. ว่า ศูนย์ส่งกลับดังกล่าวเสี่ยงมากที่จะละเมิดสิทธิมนุษยชน
สอดคล้องกับ ชาร์ลอตต์ สเลนเต เลขาธิการสภาผู้ลี้ภัยแห่งเดนมาร์กที่ย้ำว่า ศูนย์ลักษณะนี้รองรับการส่งกลับได้เพียงจำนวนน้อย และไม่สามารถหยุดยั้งผู้อพยพจากการเสี่ยงใช้เส้นทางที่อันตรายกว่าเดิมได้ ซ้ำยังอาจนำไปสู่การละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานอีกด้วย
ภาคประชาสังคมและกลุ่มสิทธิมนุษยชนจึงเสนอว่า รัฐบาลยุโรปควรหันไปมุ่งเน้นการบังคับใช้กติกาสัญญาว่าด้วยการย้ายถิ่นฐานและการลี้ภัยของอียูแทน ซึ่งจะตรวจสอบคัดกรองบริเวณชายแดนที่เข้มงวดขึ้น เร่งกระบวนการลี้ภัยและส่งกลับให้รวดเร็ว ตลอดจนขยายระบบดิจิทัลเพื่อบริหารจัดการคำร้องขอลี้ภัย ซึ่งล้วนเป็นมาตรการที่มีประสิทธิภาพและครอบคลุมมากกว่าการผลักดันผู้อพยพออกไปยังศูนย์ส่งกลับในประเทศที่สามที่ยังคงเป็นประเด็นถกเถียงอยู่ในขณะนี้





