ทรัมป์เตรียมขอให้ยุโรปจ่ายคืนสหรัฐที่เคยให้ความช่วยเหลือทางทหารและส่งอาวุธไปให้ยูเครนทำสงครามกับรัสเซียก่อนหน้านี้ พร้อมส่งสัญญาณระงับขายอาวุธให้ชาติพันธมิตร
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์โซเชียลมีเดียเมื่อวันพฤหัสบดี (3 ก.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น ทวงเงินยุโรปและประณามรายงานข่าวที่ว่าอาวุธสหรัฐร่อยหรอจากสงครามในอิหร่าน ก่อนเสริมว่า สหรัฐกำลังเร่งผลิตและเพิ่มคลังแสง
“เราจะเก็บสิ่งเหล่านี้ไว้ใช้เองในสหรัฐอเมริกา แทนที่จะขายให้ประเทศอื่น แต่การขายให้พันธมิตรจะเริ่มขึ้นอีกครั้งในเร็วๆ นี้”
“เงินหลายแสนล้านดอลลาร์ถูกมอบให้กับยูเครนและนาโตฟรีๆ ไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้งๆ ที่ยุโรปจ่ายได้หากถูกร้องขอ แต่เรากำลังทวงเงินก้อนนั้นแม้ล่าช้าไปหน่อย!” ทรัมป์โพสต์โดยกล่าวโทษรัฐบาลชุดก่อนของประธานาธิบดีโจ ไบเดน
ปีที่แล้ว สหรัฐและนาโตพัฒนาโครงการ “บัญชีความต้องการอาวุธเร่งด่วนของยูเครน” (Prioritized Ukraine Requirements List) กำหนดให้ประเทศในยุโรปจ่ายเงินเพื่อจัดหาอาวุธจากสหรัฐให้แก่ยูเครน
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อเดือนที่แล้วว่า กองทัพสหรัฐใช้ขีปนาวุธพิสัยไกลแม่นยำสูงไปเป็นจำนวนมากในสงครามกับอิหร่านก่อให้เกิดความกังวลถึงความพร้อมของกองทัพในการรับมือกับความขัดแย้งในอนาคต
สงครามทั้งในยูเครนและอิหร่าน รวมถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น อาจส่งผลต่อการที่พรรครีพับลิกันของทรัมป์จะยังคงครองเสียงข้างมากในทั้งสองสภาในปีหน้าได้หรือไม่
ในวันพฤหัสบดีราคาน้ำมันพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ครั้งใหม่ ผลจากปฏิบัติการโจมตีอิหร่านครั้งล่าสุดของสหรัฐ และภัยคุกคามครั้งใหม่ของอิสราเอลต่อเตหะราน ทำให้กังวลกันอีกครั้งว่าอุปทานน้ำมันในตะวันออกกลางจะสะดุด ขณะที่เรือขนส่งน้ำมันยังติดค้างอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ
ด้านนายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พยายามกล่าวโทษการโจมตีเป้าหมายพลังงานรัสเซียโดยยูเครน ว่ามีส่วนทำให้ราคาน้ำมันและก๊าซสูงขึ้น
“ขณะนี้เรากำลังเผชิญกับวิกฤติพลังงานเนื่องจากทั้งสงครามในยูเครน เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่ายูเครนตัดสินใจที่จะระเบิดแหล่งพลังงานและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมของรัสเซีย ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันในระดับโลกเพิ่มสูงขึ้น รวมความขัดแย้งในอิหร่าน” นายเบสเซนต์กล่าวกับฟ็อกซ์นิวส์





