วันศุกร์ ที่ 4 กันยายน 2569

Login
Login

เกิดอะไรขึ้น บอนด์จีน-สหรัฐ ‘สวนทางสุดขั้ว’ ส่วนต่างยีลด์กว้างสุดรอบ 20 ปี

‘บอนด์จีน-สหรัฐ’ กำลังสวนทางสุดขั้ว ดันส่วนต่างยีลด์ใกล้กว้างสุดในรอบ 20 ปี แต่แทนที่เงินจะไหลหนีจีน นักลงทุนต่างชาติกลับเข้าซื้อบอนด์จีนต่อเนื่อง รับแรงหนุนจาก ‘หยวนแข็ง’ และกระแส ‘ลดการพึ่งพาสินทรัพย์ดอลลาร์’

ส่วนต่างผลตอบแทนระหว่างพันธบัตรรัฐบาลจีนและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ กำลังขยายตัว “แตะระดับสูงเป็นประวัติการณ์” สะท้อนทิศทางเศรษฐกิจและนโยบายการเงินของสองมหาอำนาจที่กำลังเดินสวนทางกันอย่างชัดเจน

เว็บไซต์นิกเกอิ เอเชียอ้างข้อมูลจาก QUICK-FactSet แพลตฟอร์มข้อมูลทางการเงินและการลงทุน ซึ่งระบุว่า “ส่วนต่าง” ระหว่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลจีนอายุ 10 ปี กับพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ขยายตัวแตะราว 3.13% หรือ 313 basis points เมื่อวันพุธ ใกล้ระดับกว้างที่สุดนับตั้งแต่ปี 2006

เบื้องหลังช่องว่างดังกล่าว มาจากทิศทางตลาดพันธบัตรที่แตกต่างกัน โดยผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2023 จากความกังวลเรื่องหนี้ภาครัฐ เงินเฟ้อ และสงครามสหรัฐกับอิหร่าน ก่อนอยู่ที่ประมาณ 4.765% ในช่วงเช้าวันศุกร์

สวนทางกับจีนที่ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีที่ลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่าหนึ่งปี ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและอุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนแอ ส่งผลให้ตลาดพันธบัตรจีนกลายเป็นหนึ่งในไม่กี่ตลาดที่สวนกระแสการเทขายพันธบัตรทั่วโลก

วี คูน ชอง นักกลยุทธ์ตลาดเอเชียแปซิฟิกของ BNY ระบุว่า ช่องว่างผลตอบแทนที่กว้างขึ้นสะท้อนวัฏจักรเศรษฐกิจและนโยบายที่แตกต่างกันมากขึ้น โดยฝั่งสหรัฐเผชิญทั้งเงินเฟ้อ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่สูงขึ้น ความกังวลด้านการคลัง และปริมาณการออกพันธบัตรจำนวนมาก ขณะที่จีนยังคงเผชิญการใช้จ่ายภายในที่อ่อนแอ เศรษฐกิจซบเซา และราคาสินค้าแทบไม่ขยับ

แม้การส่งออกทำสถิติสูงสุดใหม่ แต่เศรษฐกิจจีนกลับขยายตัวเพียง 4.3% ในไตรมาส 2 ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่อ่อนแอยังคงกดดันการใช้จ่ายภายในประเทศ ทำให้รัฐบาลจีนต้องส่งสัญญาณเพิ่มมาตรการสนับสนุนและเร่งการใช้จ่ายทางการคลัง

อย่างไรก็ตาม แม้ผลตอบแทนพันธบัตรจีนจะต่ำกว่าสหรัฐมาก แต่เงินทุนต่างชาติเริ่มกลับเข้าสู่ตลาด โดยการถือครองพันธบัตรรัฐบาลจีนของนักลงทุนต่างชาติเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันในเดือนกรกฎาคม หลังจากลดการลงทุนติดต่อกันถึง 13 เดือน

หนึ่งในแรงหนุนสำคัญคือ “เงินหยวน” ซึ่งแข็งค่าขึ้นเกือบ 9% เมื่อเทียบกับดอลลาร์นับตั้งแต่ต้นปี 2025 ช่วยชดเชยผลกระทบจากส่วนต่างดอกเบี้ยที่เสียเปรียบสหรัฐ และทำให้ผลตอบแทนรวมของพันธบัตรรัฐบาลจีนเมื่อคำนวณเป็นดอลลาร์ สามารถเอาชนะพันธบัตรรัฐบาลหลายประเทศในกลุ่ม G10 ได้

สถาบันการเงิน Goldman Sachs มองว่า เงินหยวนยังมีมูลค่า “ต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐาน” เมื่อเทียบกับการเกินดุลการค้าขนาดใหญ่ของจีน และปักกิ่งอาจยอมให้เงินหยวนแข็งค่าขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งจะช่วยเพิ่มความน่าสนใจของสินทรัพย์สกุลหยวน

ขณะเดียวกัน นักลงทุนทั่วโลกกำลังมองหาทางเลือกในการกระจายการลงทุนออกจากสินทรัพย์ดอลลาร์ ท่ามกลางความกังวลเรื่องการขาดดุลการคลังและปริมาณพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่เพิ่มขึ้น ทำให้ “พันธบัตรรัฐบาลจีน” เริ่มถูกมองเป็นหนึ่งในสินทรัพย์สำรองทางเลือกที่มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น

ชองจาก BNY กล่าวว่า “พันธบัตรรัฐบาลจีนแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับตลาดอื่น ๆ ในช่วงที่เกิดแรงขายพันธบัตรทั่วโลก โดยสามารถสร้างผลตอบแทนที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับความเสี่ยง และช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนได้อย่างมีนัยสำคัญ”

ดังนั้น แม้ส่วนต่างผลตอบแทนพันธบัตรจีน-สหรัฐจะกว้างเป็นประวัติการณ์ แต่กลับไม่ได้ทำให้เงินทุนไหลออกจากจีนทั้งหมด ตรงกันข้าม ตลาดพันธบัตรจีนกำลังมีบทบาทมากขึ้นในฐานะสินทรัพย์กระจายความเสี่ยง ท่ามกลางตลาดพันธบัตรโลกที่เผชิญแรงขายอย่างหนัก

อ้างอิง: nikkei