สถาบันกษัตริย์นอร์เวย์ไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่ก็พยามยืนหยัดอยู่ในสังคมนอร์เวย์ที่มีความเป็นเสรีประชาธิปไตยสูง ภายใต้บริบทโลกปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ถือเป็นความท้าทายที่น่าจับตามอง
ทันทีที่สมเด็จพระเจ้าฮารัลด์ที่ 5 กษัตริย์นอร์เวย์เสด็จสวรรคต พระเจ้าโฮกุนที่ 8 ก็เสด็จขึ้นครองราชย์
ตามธรรมเนียมของฝรั่งและคติที่ว่าบ้านเมืองจะไม่ว่างเว้นกษัตริย์ กับประโยค “The king is dead, long live the King” กษัตริย์สิ้นพระชนม์แล้ว ขอกษัตริย์(พระองค์ใหม่) จงทรงพระเจริญ ซึ่งในทางเทคนิคหรือทางกฎหมายการขึ้นครองราชย์โดยมีอำนาจเต็มนั้นขึ้นอยู่กับประเพณีของประเทศนั้นๆ เช่น อังกฤษและไทย ที่ขึ้นกับพิธีบรมราชาภิเษก
กรณีของนอร์เวย์ พระราชพิธีบรมราชาภิเษกนั้นได้ถูกยกเลิกไปเป็นร้อยปีแล้ว ดังนั้นการขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติของกษัตริย์องค์ใหม่นั้นคือการปฎิญาณตนต่อรัฐสภา โดยกษัตริย์องค์ใหม่ คือ พระเจ้าโฮกุนที่ 8 ก็เพิ่งเสด็จไปในพิธีนี้เมื่อวันจันทร์ (1 ก.ย.) และทรงเลือกพระราชดำรัสประจำรัชกาลแบบเดียวกับกษัตริย์องค์ก่อนๆ ของนอร์เวย์ทุกพระองค์คือ “ทุกสิ่งเพื่อนอร์เวย์”
เมื่อไม่มีพิธีบรมราชาภิเษก ก็ไม่มีการสวมมงกุฎ และนี่คือเหตุผลว่าทำไมสื่อต่างประเทศถึงเรียกกษัตริย์นอร์เวย์ว่า “กษัตริย์ผู้ไม่เคยสวมมงกุฎ” ไม่มีพิธีเจิมน้ำมันศักดิ์สิทธิ์ ไม่มีพระแท่นหินศักดิ์สิทธิ์แบบธรรมเนียมกษัตริย์อังกฤษที่โลกคุ้นเคย ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากสองประการ คือหนึ่ง สถาบันกษัตริย์นอร์เวย์ที่เกิดขึ้นจากประชาชน และสอง การปรับตัวของสถาบันสู่ความเรียบง่าย
สถาบันกษัตริย์นอร์เวย์มีอายุไม่มาก เพราะเป็นประเทศเกิดใหม่ในปี 1905 ที่เพิ่งแยกตัวออกมาจากสวีเดน แม้ที่มาของประเทศจะมีภูมิย้อนหลังไปกว่าพันปี แต่สถาบันกษัตริย์สมัยใหม่นั้นก็มีอายุแค่ร้อยปีนิดๆ และที่สำคัญที่สุดคือที่มาของระบอบกษัตริย์นั้นมาจากประชามติของประชาชน คือแยกประเทศเรียบร้อย รัฐบาลทำประชามติและประชาชนส่วนใหญ่กว่า 79% เห็นตรงว่าควรมีกษัตริย์ รัฐบาลจึงทูลเชิญขึ้นครองราชย์
ประเทศเกิดใหม่ ราชวงศ์ใหม่นั้น ย่อมห่างไกลจากคำว่าเสถียรภาพ และนี่คือเหตุผลว่ากษัตริย์พระองค์แรก ซึ่งก็คือสมเด็จพระบรมปัยกา (ปู่ทวด) ของกษัตริย์องค์ปัจจุบันเลือกแต่งงานกับเจ้าหญิงอังกฤษ เพื่อให้ได้รับการสนับสนุนจากอังกฤษซึ่งเป็นมหาอำนาจของโลกในช่วงนั้น และนี่คือเหตุผลว่าราชวงศ์อังกฤษกับนอร์เวย์มีความแนบแน่นเพราะเป็นเครือญาติ และเป็นธรรมเนียมของราชวงศ์ที่จะเลือกแต่งกับสตรีจากราชตระกูล
ธรรมเนียมนี้ถูกทำลายโดยกษัตริย์องค์ก่อน ที่เลือกสตรีสามัญชน ทั้งที่มีกระแสต้านอย่างมากจากราชสำนัก แต่ทรงเด็ดเดี่ยวยืนยันว่าจะไม่แต่งงาน ไม่ผลิตรัชทายาทหากไม่ได้แต่งงานกับควีนซอนยา และดีเอ็นเอนี้ก็สืบทอดมายังกษัตริย์องค์ปัจจุบันที่ทรงเลือกแต่งงานกับสตรีสามัญชน แม่ม่ายลูกติด
ที่สำคัญคือ ตอนนี้ลูกติดถูกดำเนินคดีในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศ เป็นข่าวฉาวโฉ่ที่สั่นคลอนราชวงศ์อย่างมาก ยังไม่นับกรณีพระพี่นางของกษัตริย์ที่แต่งงานกับคนอเมริกันผิวสีที่มีข่าวไม่ดีนักในทางการเงิน และในเรื่องของความเชื่อ ซึ่งก็เป็นขี้ปากสร้างความไม่พอใจให้แก่คนนอร์เวย์อยู่แล้ว
ทั้งหมดนี้เห็นได้ว่า สถาบันกษัตริย์นอร์เวย์ไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่ก็พยามยืนหยัดอยู่ในสังคมนอร์เวย์ที่มีความเป็นเสรีประชาธิปไตยสูง ภายใต้บริบทโลกปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ถือเป็นความท้าทายที่น่าจับตามองยิ่ง




