ตัวเลขจ้างงานสหรัฐเดือนสิงหาคมออกมาดีกว่าคาดมาก โดยเพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่ง เทียบกับที่นักเศรษฐศาสตร์คาดเพียง 53,000 ขณะที่ อัตราว่างงานคงที่ที่ 4.1% ตามคาด
KEY POINTS
- การจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่ง ซึ่งสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้มาก ขณะที่อัตราการว่างงานทรงตัวที่ 4.1%
- ตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งทำให้ตลาดเพิ่มการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไป
- การตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของเฟดจะขึ้นอยู่กับข้อมูลเงินเฟ้อ (CPI และ PPI) ที่จะประกาศในสัปดาห์หน้าเป็นปัจจัยสำคัญ
ซีเอ็นบีซี รายงานว่า เศรษฐกิจสหรัฐสร้างงานเพิ่มขึ้นในอัตราที่ค่อนข้างแข็งแรงในเดือนสิงหาคม พลิกกลับจากช่วงฤดูร้อนที่การจ้างงานชะลอลง ขณะที่อัตราว่างงานยังทรงตัว
การจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นแบบปรับฤดูกาลแล้ว 162,000 ตำแหน่งในเดือนดังกล่าว ขณะที่อัตราว่างงานคงที่ที่ 4.1% ตามรายงานของสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ (BLS) เมื่อวันศุกร์ นักเศรษฐศาสตร์ที่สื่อดาวโจนส์สำรวจคาดเพิ่มเพียง 53,000 ตำแหน่ง
ยอดเดือนสิงหาคมนี้เป็นการเพิ่มขึ้นรายเดือนที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม
คริส รัปคีย์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Fwdbonds กล่าวว่า “โดยสุทธิแล้ว ตลาดแรงงานยังมีชีวิตชีวาและแข็งแรง สร้างตำแหน่งงานใหม่หลายพันตำแหน่ง ช่วยให้การเติบโตทางเศรษฐกิจอยู่ในแดนบวกอย่างชัดเจน”
รายงานนี้สอดคล้องกับสิ่งที่เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐเคยระบุว่าตลาดแรงงานมีเสถียรภาพ และน่าจะทำให้เฟดหันไปโฟกัสรายงานเงินเฟ้อฝั่งผู้บริโภค (CPI) และผู้ผลิต (PPI) ที่จะออกสัปดาห์หน้า ซึ่งจะเป็นตัวแปรสุดท้ายก่อนตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยในอีกไม่ถึงสองสัปดาห์
ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหุ้นสหรัฐ หรือตลาดฟิวเจอร์สเคลื่อนไหวลดลงเป็นหลักหลังรายงานเผยแพร่ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล โดยเฉพาะฝั่งระยะสั้นที่นโยบายเฟดส่งผลกระทบมากที่สุด พุ่งขึ้นแรง
หลังตัวเลขออกมาดีกว่าคาด ตลาดปรับเพิ่มน้ำหนักความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ย โดยเทรดเดอร์ยังคงให้น้ำหนักราว 60% ต่อโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 0.25 จุด ในการประชุมคณะกรรมการ FOMC วันที่ 15–16 กันยายน ตามข้อมูลจากเครื่องมือติดตามเฟด FedWatch ของ CME Group
เอลเลน เซนต์เนอร์ หัวหน้านักกลยุทธ์เศรษฐกิจของ Morgan Stanley Wealth Management กล่าวว่า “ตัวเลขจ้างงานที่ออกมาดีกว่าคาดน่าจะเพิ่มความกังวลต่อความเสี่ยงการขึ้นดอกเบี้ย แต่ว่าผลลัพธ์สุดท้ายยังอยู่ในมือของตัวเลขเงินเฟ้อสัปดาห์หน้า หากตัวเลขออกมาอ่อนกว่าคาด เฟดก็น่าจะรู้สึกสบายใจที่จะมองข้ามสัญญาณเงินเฟ้อที่อาจมาจากตลาดแรงงาน”
- ทรัมป์ย้ำเฟดต้องลดดอกเบี้ย
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกรายงานตัวเลขจ้างงานเดือนสิงหาคมว่าเป็น “ตัวเลขจ้างงานที่ยอดเยี่ยม” และกล่าวว่าเฟดควรลดดอกเบี้ย ไม่ใช่ขึ้นดอกเบี้ย
“คณะกรรมการเฟดซึ่งมีผู้นำคนใหม่ที่ยอดเยี่ยม ต้องรู้จักใช้สมองหน่อย จงเป็นผู้รักชาติ (BE PATRIOTS) เสียบ้าง” ทรัมป์ระบุในโพสต์บนโซเชียลมีเดีย “อัตราดอกเบี้ยที่สูงทำให้สหรัฐอเมริกาเสียเปรียบอย่างไม่ยุติธรรมอย่างยิ่ง และผมจะไม่ยอมให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น!”
ทรัมป์ยังขู่เพิ่มเติมว่าจะตัดความสัมพันธ์ทางการค้ากับประเทศที่สหรัฐขาดดุลการค้าด้วย หากเฟดไม่ลดดอกเบี้ย ขณะที่สหรัฐมีดุลการค้าขาดดุลกับชาติมากกว่า 90 ประเทศ
“LOWER THE RATE OR I’LL STOP TRADING WITH COUNTRIES WITH WHICH WE HAVE A DEFICIT (ลดดอกเบี้ยลง ไม่งั้นผมจะหยุดค้าขายกับประเทศที่เราขาดดุลด้วย) ซึ่งศาลฎีกาสหรัฐในคำตัดสินเรื่องภาษีที่งี่เง่าและมีต้นทุนสูงมาก ได้ยืนยันอย่างชัดเจนว่า ‘ประธานาธิบดี’ มีสิทธิ์ทำได้อย่างเต็มที่” ทรัมป์เขียน
โดยทั่วไป ผู้กำหนดนโยบายมักให้ความสำคัญกับอัตราว่างงานมากกว่าเมื่อต้องประเมินสุขภาพของตลาดแรงงาน และตัวเลขดังกล่าวก็ทรงตัวมาหลายปีแล้ว และยังลดลง 0.2 จุดเปอร์เซ็นต์จากปีก่อนหน้า ข่าวดีก็คือ ระดับการว่างงานยังคงทรงตัว แม้ว่าจะมีการเพิ่มขึ้น 0.2 จุดเปอร์เซ็นต์ในอัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงาน ซึ่งเป็นสัดส่วนของคนที่มีงานทำหรือกำลังหางานอยู่
แบบสำรวจภาคครัวเรือน ซึ่งใช้ในการคำนวณอัตราว่างงาน แสดงให้เห็นว่าจำนวนผู้มีงานทำเพิ่มขึ้น 569,000 คน ขณะเดียวกันจำนวนคนที่เข้าสู่กำลังแรงงานเพิ่มขึ้น 683,000 คน
ตัวชี้วัดการว่างงานทางเลือกอีกตัวหนึ่ง ซึ่งรวมทั้งผู้ท้อแท้ที่เลิกหางาน และผู้ที่ทำงานพาร์ทไทม์ด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจ ลดลงมาอยู่ที่ 7.7% ลดลง 0.2 จุดเปอร์เซ็นต์ สู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2025
นอกจากการเพิ่มขึ้นที่แข็งแกร่งในเดือนสิงหาคมแล้ว ยอดในเดือนก่อนหน้าก็มีการปรับทบทวนขึ้นด้วย โดยตัวเลขเดือนกรกฎาคมถูกปรับจากเดิมที่ระบุว่าลดลง 23,000 ตำแหน่ง มาเป็นเพิ่มขึ้น 21,000 ตำแหน่ง ส่วนเดือนมิถุนายนถูกปรับเพิ่มจากเดิม เป็นการจ้างงานเพิ่มขึ้น 31,000 ตำแหน่ง หรือมากกว่าตัวเลขเดิม 11,000 ตำแหน่ง
ต่างจากหลายเดือนก่อนหน้า การเพิ่มขึ้นของการจ้างงานรอบนี้กระจายตัวในหลายภาคส่วนมากขึ้น
ภัตตาคารและบาร์นำมาเป็นอันดับหนึ่งด้วยการจ้างงานเพิ่ม 59,000 ตำแหน่ง ด้านภาคการศึกษาในภาครัฐเพิ่มขึ้น 42,000 ตำแหน่ง และภาคการผลิตเพิ่ม 16,000 ตำแหน่ง ขณะที่ภาคสาธารณสุขซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักของการจ้างงานในช่วงที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเพียง 13,000 ตำแหน่ง เทียบกับค่าเฉลี่ย 12 เดือนก่อนหน้าที่ 32,000 ตำแหน่งต่อเดือน
- เอไอกระทบต่อการจ้างงาน
มีสัญญาณบางอย่างว่าปัญญาประดิษฐ์เริ่มส่งผลต่อตลาดแรงงาน โดยอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ “ข้อมูลและสารสนเทศ” รายงานการสูญเสียตำแหน่งงาน 23,000 ตำแหน่ง ทำให้ค่าเฉลี่ย 12 เดือนในกลุ่มนี้เป็นการสูญเสียงาน 8,000 ตำแหน่ง
ค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมงเพิ่มขึ้น 0.3% สอดคล้องกับที่ตลาดคาด ขณะที่การเพิ่มขึ้นในรอบปีที่ 3.1% สูงกว่าที่คาดไว้ 0.1 จุดเปอร์เซ็นต์
ความคาดหวังของตลาดต่อทิศทางดอกเบี้ยผันผวนมากในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา
หลังถ้อยแถลงของประธานเฟด เควิน วอร์ช เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เทรดเดอร์ได้เพิ่มน้ำหนักคาดการณ์อย่างมากว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง 0.25%ในการประชุมวันที่ 15–16 กันยายน
อย่างไรก็ตาม ถ้อยแถลงในสัปดาห์นี้จากผู้ว่าการเฟด คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ และเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ทำให้แนวโน้มดังกล่าวไม่แน่นอนขึ้น FOMC ยังไม่ได้ปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงเลย นับตั้งแต่การปรับลด 3 ครั้งในช่วงครึ่งหลังของปี 2025
ผู้กำหนดนโยบายแสดงความกังวลต่อปัญหาเงินเฟ้อมากขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งอยู่เหนือเป้าหมาย 2% ของเฟดมาตลอดช่วง 5 ปีครึ่งที่ผ่านมา
รายงานการจ้างงานฉบับนี้ปูทางไปสู่รายงานดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของ BLS ที่จะประกาศในวันพฤหัสบดีและศุกร์ตามลำดับ
วอลเลอร์กล่าวว่าเขาจะสนับสนุนการ “คงดอกเบี้ย” ตราบเท่าที่รายงานเหล่านั้นแสดงให้เห็นว่าเงินเฟ้อกำลังชะลอลงในเชิงรายเดือน ขณะที่ จอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก บอกกับซีเอ็นบีซี เมื่อต้นสัปดาห์ว่าเขาอยู่ในโหมด “รอดูตัวเลขไปก่อน (wait-and-see)” ส่วนกรรมการผู้ว่าการ ไมเคิล บาร์ ก็ส่งสัญญาณว่า ตราบเท่าที่เงินเฟ้อ “กำลังชะลอลง” เขาก็ยินดีจะคงดอกเบี้ยเช่นกัน
อย่างไรก็ดี ทั้งบาร์และวอลเลอร์ต่างกล่าวว่าพร้อมจะขึ้นดอกเบี้ย หากข้อมูลที่ออกมาไม่เป็นไปตามที่หวัง





