หลังจากประกาศย้ำนโยบายไทยต่อแอฟริกา (Thailand - Africa Initiative) เมื่อเดือน ธ.ค.2568 ก็ถึงเวลาที่สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ต้องเยือนภูมิภาคนี้เป็นครั้งแรกในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เริ่มต้นที่ไนจีเรีย ปิดท้ายที่เอธิโอเปีย
KEY POINTS
- รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ นำทีมไทยแลนด์เยือนไนจีเรียและเอธิโอเปีย เพื่อขับเคลื่อนนโยบายมุ่งสู่แอฟริกา (TAI) และแสวงหาหุ้นส่วนเศรษฐกิจใหม่
- เลือกไนจีเรียเป็นเป้าหมายแรกในฐานะประตูสู่ตลาดแอฟริกาตะวันตกและเป็นผู้นำในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจ ECOWAS
- ไทยเตรียมเปิดสถานเอกอัครราชทูตในเอธิโอเปีย เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางในการประสานงานกับสหภาพแอฟริกา (AU) และขยายความสัมพันธ์ในทวีป
- การเยือนครั้งนี้มีภาคเอกชนร่วมเดินทางเพื่อสร้างความคุ้นเคยกับตลาดและหาพันธมิตรทางธุรกิจ โดยภาครัฐทำหน้าที่ส่งเสริมและสร้างความเชื่อมั่น
หลังจากประกาศย้ำนโยบายไทยต่อแอฟริกา (Thailand - Africa Initiative: TAI) เมื่อเดือน ธ.ค.2568 ก็ถึงเวลาที่สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ต้องเยือนภูมิภาคนี้เป็นครั้งแรกในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เริ่มต้นที่ไนจีเรีย ปิดท้ายที่เอธิโอเปีย
การเยือนครั้งนี้ไม่ได้มีแต่ภาครัฐ แต่มีภาคเอกชนเข้าร่วม Thailand - Nigeria Business Forum ที่นครเลกอส ไนจีเรีย และ Thailand - Ethiopia: Building Business Bridges ที่กรุงอาดดิสอาบาบาของเอธิโอเปียด้วย ในนามทีมไทยแลนด์
“ผมยังไม่เคยมาไนจีเรียเลยครับ” สีหศักดิ์เปิดฉากการให้สัมภาษณ์พิเศษกรุงเทพธุรกิจก่อนอธิบายเหตุผลของการเยือนออกเป็นสองส่วน ทั้งนโยบายการทูตเศรษฐกิจและนโยบายมุ่งสู่แอฟริกา
- เดินหน้าการทูตเศรษฐกิจ
ปัจจุบันโลกมีความผันผวน ระบบการค้าระหว่างประเทศเกิดความขัดแย้ง เจอกำแพงภาษี โดยเฉพาะสหรัฐที่เป็นตลาดหลักของไทย จำเป็นต้องหาหุ้นส่วนเศรษฐกิจใหม่ ก่อนหน้านี้ทีมไทยแลนด์เคยไปคาซัคสถานซึ่งเป็นประตูสู่เอเชียกลาง ไปรัสเซียที่ถึงแม้ถูกคว่ำบาตรแต่ก็มีโอกาสในการค้าการลงทุน และเป็นประตูไปสู่กลุ่มสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (Eurasian Economic Union: EAEU) ที่ไทยพยายามเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี
- นโยบายมุ่งสู่แอฟริกา
"ผมถือว่าไนจีเรียเป็นหัวใจสำคัญทั้งในเรื่องของการทูตเศรษฐกิจ และในนโยบายมุ่งสู่แอฟริกา" สีหศักดิ์กล่าวพร้อมอธิบายว่า ไนจีเรียมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ของแอฟริกา ตลาดใหญ่ 140 ล้านคน ประชากรอยู่ในวัยหนุ่มสาว ยิ่งกว่านั้นคือไนจีเรียเป็นผู้นำกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจแห่งรัฐแอฟริกาตะวันตก ( Economic Community of West African States: ECOWAS) ที่มีสมาชิก 12 ประเทศ ประชากรรวมกว่า 400 ล้านคน
ด้วยเหตุนี้ไนจีเรียจึงมีความสำคัญทั้งในตัวเองและเป็นเกตเวย์ไปสู่ประเทศในแอฟริกาตะวันตก
“จึงเลือกมาไนจีเรียเป็นประเทศแรก เพราะคิดว่ายังมีโอกาสอีกหลายอย่างและเราสามารถทำได้มากกว่านี้” สีหศักดิ์กล่าวโดยชี้ประเด็นการค้าระหว่างไทยกับไนจีเรียที่มีมูลค่าประมาณพันกว่าล้านดอลลาร์ ซึ่งน่าจะไปได้มากยิ่งขึ้น
- สร้างโอกาสร่วมกัน
รองนายกฯ ย้ำว่า การมาแอฟริกาไม่ได้มาขายของหรือมาตักตวงผลประโยชน์จากทรัพยากร แต่ไทยมาเพื่อสร้างโอกาสร่วมกัน เช่น ไนจีเรียมีผลผลิตปลาดุกมาก รอบนี้กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ (TICA) ได้มาริเริ่มโครงการพัฒนาผลผลิตและการตลาด ยกระดับสินค้าเกษตรเป็นสินค้าอาหารตามความเชี่ยวชาญของไทย
ไม่เพียงเท่านั้นรอบนี้มีภาคเอกชนไทยมาด้วยถึง 9 บริษัท เช่น อุตสาหกรรมปิโตรเคมี ไนจีเรียเป็นประเทศส่งออกน้ำมันอันดับต้น ๆ ของโลกจึงอยากพัฒนาอุตสาหกรรมให้มีมูลค่าเพิ่ม อยากพัฒนาสินค้าเกษตรให้เป็นสินค้าอาหาร ไนจีเรียยอมรับว่าไทยเป็นแนวหน้าด้านการผลิตอาหารสู่โลก สาขาอื่น ๆ ที่มีศักยภาพ เช่น การท่องเที่ยว จากความเชี่ยวชาญด้านเหล่านี้ของไทยเมื่อได้ร่วมมือกันจะได้ประโยชน์ Win Win กันทั้งสองฝ่าย
- สร้างความคุ้นเคยภาคเอกชน
การเยือนไนจีเรียนอกจากการพบปะภาครัฐยังมีการจัดงาน Thailand - Nigeria Business Forum ที่นครเลกอส เมืองศูนย์กลางการค้าของไนจีเรีย เพื่อให้เอกชนไทยสร้างความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมการทำธุรกิจ เช่นเดียวกับที่เอธิโอเปีย
"บางครั้งเรามีโอกาส แต่ถ้ายังไม่คุ้นเคยมันก็มีอุปสรรค ความคุ้นเคยก็คือเรื่องของกติกา กฎ ระเบียบ" สีหศักดิ์กล่าวและว่า รัฐเลกอส เป็นรัฐที่ทำธุรกิจง่ายที่สุดในไนจีเรียจึงเป็นโอกาสที่เอกชนจะได้ทำความเข้าใจถึงสภาพการทำธุรกิจ และการเข้าตลาดใหม่ควรมีหุ้นส่วนที่ดีเพื่อความมั่นใจเอกชนไทยหลายบริษัทยังไม่เคยเข้ามาตลาดนี้ การเข้ามาโดยลำพังอาจมีปัญหาขาดความมั่นใจ การมีพาร์ทเนอร์ที่ดีในฝั่งไนจีเรียย่อมช่วยได้ รวมถึงการมีผู้แทนธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ( EXIM Bank) เข้ามาให้หลักประกันเพิ่มเติมด้านการทำธุรกรรม ค้ำประกันเงินกู้
"เรามาแบบทีมไทยแลนด์ มีการผลักดัน ยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาล แสดงความจริงใจว่าเราอยากจะมาช่วยเขาเรื่องการพัฒนาสร้างโอกาส ร่วมมือด้านการพัฒนา" รองนายกฯ กล่าวพร้อมย้ำว่าทั้งหมดนี้จะเป็นรูปธรรมได้ก็ต้องขับเคลื่อนโดยภาคเอกชน
- ตอบทุกโจทย์ TAI
รองนายกฯ กล่าวด้วยว่า การเยือนครั้งนี้บรรลุทุกวัตถุประสงค์ ไทยไม่ได้มาเพื่อตักตวงผลประโยชน์อย่างเดียว แต่ก่อให้เกิดความร่วมมือสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ การที่ภาคเอกชนมาถึง 9 บริษัทเป็นการแสดงพลังของประเทศไทยซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี
ส่วนการพบกับผู้แทนระดับสูงของ ECOWAS และสหภาพแอฟริกา (African Union: AU) ไทยได้ผลักดันนโยบายในทุกมิติ เพราะนโยบายมุ่งสู่แอฟริกา มีทั้งมิติการเมือง เศรษฐกิจ การพัฒนา และประชาชน
“แต่การพบปะในระดับต่าง ๆ ยังน้อยไป ตอนนี้ทางแอฟริกาก็ตื่นตัวมองออกไปนอกภูมิภาค เห็นอาเซียนเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในเอเชีย เราก็มองมายังแอฟริกาซึ่งมีเขตการค้าเสรีทั่วทั้งทวีป เราสามารถใช้เป็นช่องทางเพิ่มพูนการค้าการลงทุนระหว่างกัน ไนจีเรียและเพื่อนบ้านจึงเป็นประเทศยุทธศาสตร์ที่สำคัญ”
- เตรียมเปิดสถานทูตเอธิโอเปีย
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจในไนจีเรียทีมไทยแลนด์มุ่งหน้าสู่เอธิโอเปีย พัฒนาการที่สำคัญกับประเทศนี้คือ ไทยเตรียมเปิดสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาดดิสอาบาบาโดยเร็วที่สุด ที่นี่เป็นที่ตั้งของ AU
ปัจจุบันเอกอัครราชทูต ณ กรุงไนโรบี ประเทศเคนยา ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้แทนไทยประจำ AU ถ้ามีสถานทูตจะประสานงานได้สะดวกยิ่งขึ้น
“เราตั้งใจไว้แล้วว่าถ้าจะมีสถานทูตอีกแห่งหนึ่งในแอฟริกาก็ต้องเป็นเอธิโอเปีย เพราะเป็นประเทศสำคัญ ประชากรร้อยกว่าล้านคน เป็นที่ตั้งของ AU เป็นช่องทางให้เราติดต่อและขยายความสัมพันธ์กับประเทศต่างๆ”
- เพิ่มความสัมพันธ์ประชาชนกับประชาชน
สีหศักดิ์กล่าวด้วยว่า แม้คนไทยที่ไนจีเรียจะมีน้อยเพียง 50 คน แต่ถ้าภาคเอกชนได้รู้จักกันจะมีการเดินทางไปมาหาสู่กันมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศไทยขึ้นชื่อเรื่องการท่องเที่ยว สายการบินเอธิโอเปียนแอร์ไลน์ของเอธิโอเปีย มีเที่ยวบินตรงอาดดิสอาบาบา-กรุงเทพฯ คนท้องถิ่นจำนวนมากนิยมไปเมืองไทยเพื่อตรวจสุขภาพ สิ่งเหล่านี้จะค่อย ๆ เพิ่มพูนความสัมพันธ์สร้างความคุ้นเคยระหว่างกัน
“สิ่งที่สำคัญที่สุดคือไม่ใช่มาจัดสัมมนาแล้วก็จบ แต่มีหลายอย่างที่ต้องทำต่อเนื่อง ตอนนี้มีความสนใจเกิดขึ้นก็ต้องทำให้เป็นพลวัต ซึ่งขึ้นอยู่กับทั้งสองฝั่ง ฝั่งไทยกลับไปต้องประเมินผลการเยือน อาจต้องมีกรอบความตกลงเพื่อทำให้เกิดความมั่นใจ เช่น ความตกลงคุ้มครองการลงทุน ยกเว้นภาษีซ้อน นี่คือส่วนของภาครัฐ ส่วนของภาคเอกชนก็ต้องพบปะกันมากขึ้น”
ในช่วงท้าย สีหศักดิ์สรุปถึงผลการเยือนหลาย ๆ ประเทศในช่วงหลังว่า เป็นเรื่องที่ต้องติดตามทั้งโอกาสและอุปสรรค อย่างที่คาซัคสถานอาจมีอุปสรรคเรื่องค่าขนส่งสูง รัสเซียมีอุปสรรคที่ยังถูกคว่ำบาตร แต่เอกชนต้องพิจารณาเพราะไม่ได้ถูกคว่ำบาตรไปเสียทัั้งหมด สินค้าบางอย่างยังมีโอกาส เช่นเดียวกับการเยือนแอฟริกา ที่เบื้องต้นมุ่งหมายให้ภาคเอกชนรู้จักกันก่อนเพื่อความคุ้นเคยก่อนจะต่อยอดความเป็นพันธมิตรทางธุรกิจให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น




