วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

ทีมไทยแลนด์เคลื่อนทัพ TAI ลุยแอฟริกา สีหศักดิ์นำภาคเอกชนปักธงไนจีเรีย-เอธิโอเปีย

หลังจากสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ประกาศย้ำ การดำเนินข้อริเริ่มนโยบายของไทยต่อภูมิภาคแอฟริกา (Thailand - Africa Initiative: TAI) เมื่อเดือน ธ.ค.2568 ก็ถึงเวลาต้องนำทัพภาคธุรกิจไทยลุยทวีปนี้เป็นครั้งแรก

KEY POINTS

  • รองนายกรัฐมนตรี สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว นำคณะ "ทีมไทยแลนด์" ซึ่งประกอบด้วยภาครัฐและเอกชนเยือนแอฟริกา ภายใต้นโยบาย Thailand - Africa Initiative (TAI)
  • ภารกิจหลักคือการสำรวจตลาดและแสวงหาโอกาสทางเศรษฐกิจในประเทศไนจีเรียและเอธิโอเปีย เพื่อเปิดตลาดใหม่ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลก
  • ไนจีเรียเป็นเป้าหมายสำคัญเนื่องจากเป็นตลาดขนาดใหญ่ มีประชากรมาก และอุดมด้วยทรัพยากรธรรมชาติ โดยมีโอกาสในอุตสาหกรรมเกษตร อาหาร และพลังงาน
  • เอธิโอเปียมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์และการบิน และเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกไปยังแอฟริกาตะวันออก โดยรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการลงทุน

หลังจากสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ประกาศย้ำ การดำเนินข้อริเริ่มนโยบายของไทยต่อภูมิภาคแอฟริกา (Thailand - Africa Initiative: TAI) เมื่อเดือน ธ.ค.2568 ก็ถึงเวลาต้องนำทัพภาคธุรกิจไทยลุยทวีปนี้เป็นครั้งแรก 

ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกเดือด  กระทรวงการต่างประเทศโดยกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา จะนำภาคเอกชนไทยสำรวจตลาดแสวงหาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในประเทศไนจีเรียและเอธิโอเปีย ระหว่างวันที่ 25-30 ส.ค.นี้ ตามนโยบายการทูตเศรษฐกิจ การเดินทางครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของทีมไทยแลนด์ ที่ภาครัฐและภาคเอกชนไปด้วยกัน ร่วมกันสร้างพันธมิตรระยะยาวและโอกาสทางการค้าใหม่ หน่วยงานที่ร่วมเดินทางไปด้วย ได้แก่ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) ส่วนภาคธุรกิจมีทั้งภาคส่วนสินค้าอุปโภคบริโภค อาหาร เครื่องดื่ม ผู้ผลิต เทรดดิง เป็นต้น

  •  โอกาสในวิกฤติ

สีหศักดิ์เผยว่า การเดินทางในครั้งนี้เป็นการเข้าถึงในระดับนโยบายและการเมืองเป็นหลัก ซึ่งจะเปิดให้ภาคเอกชนเมื่อเห็นช่องทางและโอกาสหลังจากนี้ก็สามารถจัดทริปเพื่อดำเนินธุรกิจได้เอง ยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงที่โลกผันผวน การแสวงหาตลาดใหม่จำเป็นยิ่ง หลังจากตลาดเดิมมีความท้าทาย 

 "เมื่อมีปัญหาช่วงนี้เราต้องหาโอกาสใหม่ๆ แม้สหรัฐยังคงเป็นตลาดสำคัญแต่มีปัญหาเรื่องภาษี กับอียูไทยกำลังเจรจาเอฟทีเอ ในเอเชียกลางเราก็เพิ่งไปคาซัคสถาน ตะวันออกกลางไปโอมานมาแล้ว แอฟริกาก็ถือเป็นโอกาสที่เขาอยากจับมือกับไทยเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมของเขา" รองนายกฯ กล่าวอย่างมุ่งมั่นถึงการจัดทัพภายใต้ TAI 

  •  รู้จักไนจีเรีย 

ไนจีเรียเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสามของทวีปแอฟริกา ประชากรกว่า 240 ล้านคน  มีประชากรวัยหนุ่มสาวเป็นจำนวนมาก เป็นผู้นำประชาคมเศรษฐกิจแห่งรัฐแอฟริกาตะวันตก (ECOWAS) และเป็นประเทศสำคัญในเขตการค้าเสรีทวีปแอฟริกา (AfCFTA) มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ เช่น น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ แร่ธาตุ  ทั้งยังมีพื้นที่เกษตรกรรมขนาดใหญ่ 

โอกาสความร่วมมือมีทั้งเกษตรสมัยใหม่ อุตสาหกรรมอาหาร  พลังงาน  ปิโตรเคมี  ปุ๋ย  ยาและเวชภัณฑ์  วัสดุก่อสร้าง  และเศรษฐกิจดิจิทัล หากจะเข้าถึงตลาดนี้ควรใช้วิธีส่งเสริมการค้าต่างตอบแทน  เช่น สินค้าเกษตรไทยแลกกับพลังงานไนจีเรีย, ให้ผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมงานแสดงสินค้าและกิจกรรมจับคู่ธุรกิจเพื่อสร้างเครือข่าย, พิจารณาสร้าง Business Council เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและหาพันธมิตรท้องถิ่น ซึ่งการเยือนระดับสูงของรองนายกฯ ในรอบนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันความร่วมมือ

อย่างไรก็ตามความท้าทายในไนจีเรียยังคงมีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่กฎระเบียบซับซ้อน  นโยบายไม่แน่นอน  ปัญหาคอร์รัปชัน ด้านโครงสร้างพื้นฐานมีปัญหาเหมือนหลายๆ ประเทศในแถบนี้ เช่น  ข้อจำกัดด้านไฟฟ้า คมนาคม  โลจิสติกส์, ความผันผวนด้านอัตราแลกเปลี่ยนและการเข้าถึงเงินทุนต่างประเทศ รวมถึงความไม่ปลอดภัยในบางพื้นที่ 

  •  รู้จักเอธิโอเปีย 

เอธิโอเปียเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์และการบินในภูมิภาค  สายการบิน Ethiopian Airlines เชื่อมโยงกับจุดหมายกว่า 140 แห่งทั่วโลก ในภาพรวมเอธิโอเปียเป็นตลาดขนาดใหญ่ มีประชากร 130 ล้านคน  มีแรงงานจำนวนมาก ต้นทุนการผลิตสามารถแข่งขันได้ โอกาสทางเศรษฐกิจในประเทศนี้เกิดจากหลายๆ ปัจจัย  เริ่มต้นจากปัจจัยทางการเมือง  รัฐบาลเพิ่งชนะการเลือกตั้ง ทำให้มีเสถียรภาพ แม้จะมีสถานการณ์ความไม่มั่นคงในภาคเหนือ แต่ไม่กระทบรัฐบาลกลาง 

ไม่เพียงเท่านั้นเอธิโอเปียกำลังปฏิรูปเศรษฐกิจ  มีนโยบายเปิดกว้างและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน มีการผ่อนคลายกฎหมายการเงิน  พัฒนาโลจิสติกส์และโทรคมนาคม รัฐบาลมีเป้าหมายต้องการการลงทุนเพื่อผลิตสินค้าภายในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้า สาขาเป้าหมายสำหรับภาคธุรกิจไทย ได้แก่   อาหาร  เครื่องดื่ม  การแปรรูปเกษตร  วัสดุก่อสร้าง  สิ่งทอ  เครื่องหนัง  ยานยนต์ ในตลาดนี้กล่าวได้ว่าสินค้าไทยมีจุดแข็งที่ภาพลักษณ์ดี คุณภาพน่าเชื่อถือ ราคาแข่งขันกับสินค้าจากยุโรปและญี่ปุ่นได้

สำหรับศักยภาพในระยะยาว เอธิโอเปียเหมาะเป็นฐานกระจายสินค้า/การผลิตสู่แอฟริกาตะวันออก เป็นศูนย์กลางการเมืองเพราะเป็นที่ตั้งของสหภาพแอฟริกา ส่วนความท้าทายอยู่ที่รัฐบาลเน้นการลงทุนมากกว่าการค้า,  การแข่งขันสูงทั้งจากจีน  อินเดีย  ตุรกี  สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่มาพร้อมเงินทุน สถาบันการเงิน และเทคโนโลยี, ระบบราชการของเอธิโอเปียยังต้องใช้เวลาปรับปรุง 

ความท้าทายอื่นๆ ที่ต้องพิจารณา เช่น ภูมิประเทศไม่มีทางออกทะเลต้องผ่านจิบูตี สถานการณ์ในทะเลแดงและตะวันออกกลางทำให้การขนส่งทางทะเลล่าช้า นอกจากนี้ เอธิโอเปียยังไม่ได้เป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก (WTO) ทำให้ไทยไม่สามารถนำเข้าสินค้าเกษตรบางชนิด เช่น กาแฟ ซึ่งเป็นสินค้าสำคัญของเอธิโอเปียโดยตรงได้ แม้ไทยจะลงนามในพิธีสาร Market Access Protocol ซึ่งเป็นขั้นตอนหนึ่งในการเข้าสู่ WTO ของเอธิโอเปียแล้วก็ตาม

ที่กล่าวมาเป็นข้อมูลเบื้องต้นสำหรับไนจีเรียและเอธิโอเปีย สองประเทศใหญ่ในแอฟริกาที่น่าสนใจไปปักธงธุรกิจไทย เท่าที่กรุงเทพธุรกิจพูดคุยกับนักธุรกิจที่สนใจร่วมทริป บางคนเคยมีลูกค้าในสองประเทศนี้อยู่แล้วแต่ห่างหายไปด้วยเหตุผลนโยบายของประเทศคู่ค้า บ้างก็ไม่เคยติดต่อค้าขายกันเลย ของจริงจะเป็นอย่างไรจะได้เห็นกับตาระหว่างวันที่ 25-30 ส.ค.นี้