สัปดาห์ก่อนสื่อนอกรายงานว่าไทยอาจใช้ความร่วมมือทางทหาร เช่น การฝึกคอบร้าโกลด์ เป็นเครื่องมือต่อรองการเจรจาภาษีกับสหรัฐ รายงานนี้สร้างผลสะเทือนจนนักวิชาการต้องออกมาแนะนำว่าอย่าทำ!
KEY POINTS
- นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียได้หารือกับโดนัลด์ ทรัมป์ทางโทรศัพท์ ได้รับการยืนยันว่าข้อตกลงความมั่นคง AUKUS จะยังคงเดินหน้าต่อไป
- หลังการพูดคุยเรื่อง AUKUS นายกฯ ออสเตรเลียได้ร้องขอให้ทรัมป์พิจารณายกเว้นภาษีนำเข้า 12.5% ที่สหรัฐฯ เรียกเก็บจากออสเตรเลีย
- นายกฯ ออสเตรเลียอ้างถึงสถานะความเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งของประเทศ เพื่อเป็นเหตุผลในการต่อรองขอยกเว้นภาษีดังกล่าว
สัปดาห์ก่อนสื่อนอกรายงานว่าไทยอาจใช้ความร่วมมือทางทหาร เช่น การฝึกคอบร้าโกลด์ เป็นเครื่องมือต่อรองการเจรจาภาษีกับสหรัฐ รายงานนี้สร้างผลสะเทือนจนนักวิชาการต้องออกมาแนะนำว่าอย่าทำ! ขณะที่รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องออกตัวว่าไม่มีเรื่องนี้ แต่สำหรับประเทศอย่างออสเตรเลีย อาจใช้การทหารมาต่อรองการค้าก็ได้
นายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบาเนซีของออสเตรเลียแถลงข่าวเมื่อเช้าวันศุกร์ (14 ส.ค.) ว่า เมื่อคืนวันพฤหัสบดี (13 ส.ค.) ที่ผ่านมา ตนได้โทรศัพท์คุยกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ พูดคุยกันในหลายประเด็น
ในการแถลงข่าวอัลบาเนซีเริ่มต้นด้วยการพูดถึง AUKUS ข้อตกลงความมั่นคงระหว่างออสเตรเลีย สหรัฐ และอังกฤษ พันธมิตรตะวันตกที่เหนียวแน่นกันมานานแสนนาน
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า AUKUS เป็นโครงการกลาโหมใหญ่สุดของออสเตรเลีย เริ่มตั้งแต่สหรัฐจะนำเรือดำน้ำชั้นเวอร์จิเนียมาประจำการในออสเตรเลียตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป, ออสเตรเลียจะซื้อเรือดำน้ำชั้นเวอร์จิเนียหลายลำตั้งแต่ประมาณปี 2030 นอกจากนี้ สหราชอาณาจักรและออสเตรเลียจะร่วมกันสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ชั้น AUKUS รุ่นใหม่มาทดแทนเรือดำน้ำชั้นคอลลินส์ที่เก่าเต็มที
รัฐบาลแคนเบอร์ราให้คำมั่นสนับสนุนโครงการ AUKUS เป็นจำนวนเงิน 3.68 แสนล้านดอลลาร์ออสเตรเลียตลอดเวลา 30 ปี ซึ่งรวมถึงการลงทุนฐานการผลิตในสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกาหลายพันล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม AUKUS เคยถูกทบทวนเมื่อเดือน ต.ค.2025 โดยเอลบริดจ์ โคลบี ปลัดกระทรวงกลาโหมสหรัฐฝ่ายนโยบาย ผู้เคยวิจารณ์ AUKUS มาก่อนว่า เรือดำน้ำมีน้อย เป็นอาวุธสำคัญที่อุตสาหกรรมสหรัฐยังผลิตได้ไม่พอกับความต้องการใช้ แล้วทำไม “สหรัฐจึงยกสินทรัพย์มีค่าราวเพชรยอดมงกุฎไปให้ในยามที่เราจำเป็นต้องใช้มากที่สุด”
คำพูดนี้สร้างความหวาดวิตกให้กับรัฐบาลแคนเบอร์รา จนโฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐในเวลานั้นต้องให้เหตุผลว่า การทบทวนเป็นไปเพื่อสร้างหลักประกันว่า “โครงการ AUKUS ซึ่งเป็นของรัฐบาลชุดก่อนสอดคล้องกับวาระนโยบาย America First ของประธานาธิบดี (ทรัมป์)”
ผ่านไปเกือบหนึ่งปีเมื่อมีโอกาสยกหูหากัน อัลบาเนซีจึงยกเรื่องนี้มาคุยกับทรัมป์ และเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ทั้งตนและทรัมป์เห็นพ้องกันว่า AUKUS จะยังคงเป็นประโยชน์สำหรับทั้งสามประเทศ สมควร “เดินหน้าเต็มสตีม”
“เราได้ทบทวนความคืบหน้าสำคัญที่เกิดขึ้นภายใต้โครงการ AUKUS ซึ่งยังคงดำเนินต่อไปอย่างเต็มที่” นายกฯ ออสเตรเลียกล่าว
ด้านโคลบี หัวหน้าคณะทบทวน AUKUS เมื่อปีก่อน ซึ่งอยู่ระหว่างเดินสายเยือนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาไล่ตั้งแต่ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ไทย ปิดท้ายที่กัมพูชา กล่าวว่า สหรัฐรู้สึกพึงพอใจกับความคืบหน้าที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่การทบทวนเสร็จสิ้นลง
- จาก AUKUS ถึงการต่อรองภาษี
ในการแถลงข่าวอัลบาเนซีกล่าวต่อไปว่า การสนทนาทางโทรศัพท์กับทรัมป์เป็นไปอย่าง “ได้ผลและสร้างสรรค์มาก คุยกันยาวและมีสาระ” เขาขอให้ทรัมป์ยกเว้นภาษีนำเข้า 12.5% จากออสเตรเลียด้วย
ทั้งนี้ ออสเตรเลียเจอภาษีในอัตรา 12.5% ซึ่งรัฐบาลทรัมป์เก็บภาษีนำเข้าจากคู่ค้าหลักส่วนใหญ่ที่ 10%-12.5% ภายใต้มาตรา 301 หลังสหรัฐสอบสวนพบว่า 60 เขตเศรษฐกิจไม่สามารถป้องกันการใช้แรงงานบังคับในซัพพลายเชนของตนได้ สร้างความเสียหายแก่แรงงานอเมริกัน
ในการคุยประเด็นภาษีกับทรัมป์ อัลบาเนซีกล่าวถึงข้อตกลงการค้าเสรีออสเตรเลีย-สหรัฐ และการแก้ไขปัญหาหลาย ๆ อย่างของออสเตรเลีย เช่น แรงงานทาสยุคใหม่ และขอให้ทรัมป์ “พิจารณายกเว้นภาษีทั้งหมดหรืออย่างน้อย ๆ ก็ไม่เพิ่ม”
“ผมพูดเรื่องนี้จริงจัง มันเป็นการหารืออย่างสร้างสรรค์ว่าทำไมออสเตรเลียควรได้รับการปฏิบัติอย่างน้อย ๆ ก็ต้องดีที่สุด”
“ผมขอว่า ควรพิจารณาสถานะเพื่อนสหรัฐของออสเตรเลีย ประธานาธิบดีก็เห็นชอบว่าจะพิจารณาคำขอของผม” อัลบาเนซีกล่าวในการแถลงข่าวเมื่อช่วงเช้าวันศุกร์
ที่ผ่านมาออสเตรเลียเสียเปรียบดุลการค้าสหรัฐจากการนำเข้าเครื่องจักร เทคโนโลยี และเครื่องบิน จึงให้เหตุผลว่าควรได้รับการยกเว้นจากภาษี
- ความสำคัญของออสเตรเลีย
AUKUS ก่อตั้งขึ้นในปี 2021 ส่วนหนึ่งของความพยายามรับมืออิทธิพลจีนที่กำลังเพิ่มมากขึ้นในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก จีนเรียกข้อตกลงนี้ว่าเป็นอันตราย อาจกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันอาวุธในภูมิภาค
ข้อตกลงมูลค่า 3.68 แสนล้านดอลลาร์ออสเตรเลียนี้ ประกอบด้วยสองเสาหลัก
เสาหลักที่ 1 จัดหาและส่งมอบเรือดำน้ำโจมตีพลังงานนิวเคลียร์ ออสเตรเลียจะซื้อเรือดำน้ำชั้นเวอร์จิเนียมือสองจากสหรัฐจำนวนสามลำ และอาจซื้อเพิ่มอีกสองลำ หลังจากนั้นจะมีการสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์รุ่นใหม่ทั้งหมด ออกแบบโดยอังกฤษ แล้วผลิตในออสเตรเลียและอังกฤษโดยใช้เทคโนโลยีจากสามประเทศ
เสาหลักที่ 2 พันธมิตรสามประเทศจะร่วมมือกันในด้าน “ขีดความสามารถขั้นสูง”แบ่งปันความเชี่ยวชาญทางทหารในด้านต่างๆ เช่น ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงระยะไกล หุ่นยนต์ใต้น้ำ และเอไอ
เชื่อกันว่าวัตถุประสงค์หลักของ AUKUS คือการรับมืออิทธิพลจีนที่เพิ่มมากขึ้นในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก รวมถึงบทบาทสร้างความตึงเครียดมากขึ้นของจีนในพื้นที่พิพาท เช่น ทะเลจีนใต้ แม้สหรัฐ อังกฤษ และออสเตรเลีย ไม่มีใครพูดว่าทำข้อตกลงนี้เพราะจีน แต่ระยะหลังทั้งสามประเทศก็พูดเสมอว่า ความมั่นคงในภูมิภาคนี้น่ากังวลขึ้นทุกขณะ
เมื่อประมวลเหตุการณ์ด้านความมั่นคงเห็นได้ว่าออสเตรเลียเป็นตัวแสดงสำคัญในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก นายกฯ อัลบาเนซีมีสิทธิอันชอบธรรมในการใช้ AUKUS เป็นเครื่องมือต่อรองภาษี ส่วนจะได้ผลหรือไม่นั้นต้องขึ้นอยู่กับประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป





