วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

ทรัมป์ขึ้นภาษี 50% เล่นงานแคนาดา แต่ผู้เจ็บหนักที่สุด กลับเป็น ‘Toyota-Honda’

ทรัมป์หวังใช้ภาษี 50% กดดันแคนาดา แต่ ‘Toyota-Honda’ อาจกลายเป็น ‘ผู้จ่ายราคาแพงที่สุด’ เมื่อสองค่ายญี่ปุ่นครองกว่า 75% ของการผลิตรถยนต์ในแคนาดา และพึ่งฐานแห่งนี้ส่งรถป้อนตลาดสหรัฐมหาศาล

เมื่อประธานาธิบดีทรัมป์เตรียมขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์จากแคนาดาเป็น “50%” ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม มาตรการที่หวังกดดันรัฐบาลออตตาวา อาจส่งแรงกระแทกข้ามทวีปไปถึง “Toyota” และ “Honda”

เหตุผลคือ ทั้งสองบริษัทครองสัดส่วนรวมกันมากกว่า 75% ของรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตในแคนาดา และพึ่งพาฐานการผลิตแห่งนี้อย่างมากในการป้อนสู่ตลาดสหรัฐ จนอาจกลายเป็น “ผู้ที่เจ็บหนักที่สุด” จากกำแพงภาษีรอบนี้

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า ปีที่ผ่านมา รถที่ผลิตในแคนาดาคิดเป็นเกือบ 1 ใน 4 ของยอดขาย Honda ในสหรัฐ และราว 17% ของ Toyota ซึ่งสูงที่สุดในบรรดาค่ายรถรายใหญ่ ทำให้ทั้งสองบริษัทมีความเสี่ยงมากที่สุด หากทรัมป์เพิ่มภาษีจากปัจจุบัน 25% เป็น 50%

รถรุ่นสำคัญที่อยู่ในสมรภูมินี้ ได้แก่ Toyota RAV4 และ Honda CR-V ซึ่งผลิตในแคนาดาเพื่อส่งเข้าสหรัฐ และต่างเป็นหนึ่งในรถ SUV ที่ขายดีที่สุดในตลาดอเมริกัน

นักวิเคราะห์ประเมินว่า หากภาษี 50% มีผลจริง Toyota และ Honda อาจต้องลดกำลังการผลิต หรือถึงขั้นปิดสายการผลิตบางส่วนในแคนาดา เนื่องจากต้นทุนการส่งรถเข้าสหรัฐจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ผลกระทบอาจลุกลามไปถึงอุตสาหกรรมรถยนต์แคนาดา ซึ่งผลิตรถประมาณ 1.2 ล้านคันต่อปี และสนับสนุนการจ้างงานทั้งทางตรงและทางอ้อมราว 427,000 ตำแหน่ง

ปัญหายิ่งหนักขึ้น เพราะค่ายรถญี่ปุ่นกำลังเผชิญการแข่งขันจากรถยนต์ไฟฟ้าจีนราคาถูกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยุโรป และลาตินอเมริกา ขณะที่สหรัฐยังเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของ Toyota และ Honda และเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญที่คู่แข่งจีนอย่าง BYD ยังไม่สามารถเข้ามาแข่งขันได้เต็มที่

Toyota จึงเร่งลดความเสี่ยงด้วยการเพิ่มฐานการผลิตในสหรัฐ โดยมีแผนลงทุนสูงสุด 10,000 ล้านดอลลาร์ภายใน 5 ปี รวมถึงสร้างโรงงานรถยนต์แห่งใหม่ในรัฐเท็กซัส มูลค่า 3,600 ล้านดอลลาร์ และย้ายการผลิตรถกระบะ Tacoma บางส่วนจากเม็กซิโกเข้าสหรัฐ

ที่ผ่านมา Toyota ระบุว่า ภาษีสหรัฐสร้างต้นทุนให้บริษัทไปแล้วประมาณ 1.4 ล้านล้านเยน หรือราว 8,800 ล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณล่าสุด

ส่วน Honda ซึ่งกำลังพยายามพลิกฟื้นธุรกิจรถยนต์ที่ขาดทุนอยู่แล้ว ยิ่งต้องเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้น โดยผู้บริหารระบุว่า บริษัทอาจทบทวนแผนสร้างโรงงานประกอบรถยนต์แห่งที่ 8 ในอเมริกาเหนือ หากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับข้อตกลงการค้า USMCA ระหว่างสหรัฐ แคนาดา และเม็กซิโกยังดำเนินต่อไป

หากภาษี 50% มีผลจริง Toyota และ Honda อาจต้องหันไปส่งรถที่ผลิตในแคนาดาไปขายตลาดอื่น แล้วเพิ่มกำลังการผลิตจากโรงงานแห่งอื่นเพื่อชดเชยตลาดสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม การปรับห่วงโซ่การผลิตครั้งใหญ่เช่นนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะรถที่ผลิตสำหรับตลาดสหรัฐมักมีสเปกและมาตรฐานเฉพาะ ขณะที่โรงงานในประเทศอื่นอาจมีกำลังการผลิตเกือบเต็มอยู่แล้ว

สถานการณ์จึงกลายเป็นภาพย้อนแย้งของสงครามการค้ารอบใหม่ เมื่อมาตรการที่ตั้งใจใช้กดดัน “แคนาดา” อาจส่งแรงกระแทกหนักที่สุดไปยัง “ญี่ปุ่น” และบีบให้ Toyota กับ Honda ต้องเร่งย้ายฐานการผลิตเข้าสหรัฐมากขึ้น
 

อ้างอิง: reuters