วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

เรือรบสหรัฐเทียบท่าพัทยา เสี่ยงเกิด 'การแสวงผลประโยชน์ทางเพศ-โรคระบาด'

หลังจากปฏิบัติหน้าที่ในตะวันออกกลางเป็นเวลานาน เรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐ USS Abraham Lincoln ก็เตรียมเทียบท่าพัทยา เมืองตากอากาศของประเทศไทยในเดือนนี้ สร้างความหวังว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่ทางการท้องถิ่นกำลังเดินหน้าปราบปรามธุรกิจบางส่วนในพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางเพศ

รอยเตอร์รายงานอ้างอิงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ไทย ระบุว่า เรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln มีกำหนดการเทียบท่าเรือแหลมฉบังในวันพุธ (2 ก.ย.) โดยมีเรือรบของกองทัพเรืออีกสองลำคอยคุ้มกัน และจะอนุญาตให้ทหารเรือและนาวิกโยธินเกือบ 5,000 นาย ได้พักผ่อนและพักฟื้นร่างกาย หลังจากปฏิบัติงานกลางทะเลมานาน 200 วัน

ทั้งนี้ ก่อนกองเรือสหรัฐมาถึง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เตรียมกำลังลาดตระเวนเพิ่มเติมบริเวณชายหาดหลักและเขตท่องเที่ยวกลางคืนของพัทยา นอกเหนือจากปฏิบัติการตรวจค้นในพื้นที่ซึ่งนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องสงสัยค้าประเวณีได้ 40-50 คน

พ.ต.อ. เอนก สระทองอยู่ ผู้กำกับการ สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์

“เรากำลังทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด แต่มันก็ยาก” และอธิบายเพิ่มเติมว่า ผู้ประกอบอาชีพบริการทางเพศ หรือเซ็กเวิร์กเกอร์ อาจหาลูกค้าได้ในที่สาธารณะโดยที่เจ้าหน้าที่ไม่ทราบ

รอยเตอร์ระบุว่า การค้าประเวณี ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายในประเทศไทย และแม้จะมีการปราบปรามเป็นครั้งคราว แต่ธุรกิจทางเพศก็ยังคงปรากฏให้เห็นอย่างเปิดเผยในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ รวมถึงพื้นที่บางส่วนของกรุงเทพฯ และพัทยา

ทั้งนี้ กองเรือลินคอล์น ออกจากท่าเรือซานดิเอโก บ้านเกิด เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีก่อน และต่อมาถูกเปลี่ยนเส้นทางไปยังตะวันออกกลางเพื่อสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารในสงครามระหว่างสหรัฐและอิสราเอลกับอิหร่าน และสร้างสถิติกลายเป็นเรือปฏิบัติการในทะเลนานที่สุดในยุคปัจจุบัน

แต่การประจำการที่ยืดเยื้อ ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพจิตของลูกเรือ ไม่นานมานี้มีรายงานเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพจิตและสภาพความเป็นอยู่ที่ย่ำแย่ของลูกเรือเผยออกมา โดยสำนักข่าวที่เน้นรายงานด้านการทหารสองแห่งเผยว่า มีลูกเรือบางคนถึงขั้นพยายามปลิดชีพตัวเอง และขวัญกำลังใจของทหารบนเรือก็ตกต่ำลง

คาดหวังกระตุ้นการค้า-ท่องเที่ยว

อย่างไรก็ดี นอกเหนือจากความกังวลเกี่ยวกับการค้าประเวณีแล้ว การมาเยือนของกองเรือดังกล่าว ก็สร้างความหวังในเชิงบวกด้วย

รอยเตอร์รายงานว่า ในหมู่บ้านชาวประมงของพัทยาที่บางส่วนกลายมาเป็น ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเนื่องจากอดีตทหารอเมริกันเคยมาหาที่พึ่งในช่วงสงครามเวียดนาม บางคนคาดหวังว่าจะได้รับการกระตุ้นทางการเงิน

ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า ทหารอเมริกันแต่ละคนอาจใช้จ่าย 1,000 ถึง 3,000 บาทต่อวัน ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่พวกเขาอยู่บนฝั่ง และอยู่ที่ว่าพวกเขาจะพักค้างคืนหรือไม่

อย่างไรก็ตาม โดยปกติแล้ว การขึ้นฝั่งจะแบ่งเป็นช่วงๆ หมายความว่า ทหารทุกคนไม่ได้ลงจากเรือพร้อมกัน

“มันน่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของพัทยาในระยะสั้น” ปรเมศวร์ กล่าว

ด้านธเนศ ศุภรสหัสรังสี ประธานสมาคมสหพันธ์การท่องเที่ยวชลบุรี กล่าวว่า ผลกระทบทางเศรษฐกิจโดยรวมต่อพัทยา เมืองที่มีห้องพักมากกว่า 300,000 ห้อง จะขึ้นอยู่กับว่า บุคลากรเหล่านั้นเลือกที่จะใช้เวลาอยู่ที่ใด เนื่องจากบางคนอาจเดินทางไปยังกรุงเทพฯ เมืองหลวงของประเทศไทยก็ได้

“เมื่อเราได้ยินข่าวว่าเรือรบของกองทัพเรือสหรัฐจะเทียบท่าที่พัทยา มันกลายเป็นแหล่งความหวังสำหรับเรา” ลิซ่า แฮมิลตัน ประธานสมาคมธุรกิจสถานบันเทิงยามค่ำคืนพัทยา กล่าว “ฉันอาศัยอยู่ในพัทยามานานกว่า 20 ปีแล้ว และฉันไม่เคยเห็นปีไหนที่เงียบเหงาเท่าปีนี้มาก่อน”

ระวังการแสวงผลประโยชน์ทางเพศ-โรคติดต่อ

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางคนมองว่า เงินท่องเที่ยวอาจไหลเข้าสู่ภาคส่วนที่ไม่เหมาะสมของอุตสาหกรรมบันเทิงในพัทยา ซึ่งมีขนาดใหญ่มากจนสำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐ (FBI) เคยบรรยายไว้เมื่อสิบปีก่อนว่าเป็น “หนึ่งในจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวทางเพศชั้นนำของโลก”

ผศ.ดร. พิพัฒพงศ์ ฟักแฟ อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์และการจัดการการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เตือน

“ความเสี่ยงต่อสุขภาพและความปลอดภัย เนื่องจากการหลั่งไหลของลูกค้าจำนวนมาก อาจเพิ่มโอกาสในการถูกเอารัดเอาเปรียบทางเพศ และการแพร่กระจายของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์”

อาจารย์ยังชี้ให้เห็นถึงรายงานเกี่ยวกับความเครียดและการพยายามปลิดชีพตนเองในกลุ่มบุคลากรบนเรือบรรทุกเครื่องบินลำดังกล่าว ซึ่งเพิ่มความกังวลมากขึ้นอีกเรื่องหนึ่ง

 

อ้างอิง: Reuters