วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

TECO ชวนเปิดพื้นที่สื่อสารกับไต้หวัน ท่ามกลางภูมิรัฐศาสตร์โลกเปลี่ยน

ทำงานเพลินๆ เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนครบหนึ่งปี สำหรับ “ปีเตอร์ หลัน” ผู้แทนรัฐบาลไต้หวัน สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย (TECO) ที่ทำงานในไทยรอบนี้เป็นวาระที่ 2 จึงถึงเวลาพบปะพูดคุยกับสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 6 ส.ค.

KEY POINTS

  • ผู้แทนรัฐบาลไต้หวัน (TECO) ชี้ว่าสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่เปลี่ยนแปลงทำให้ไทยซึ่งเป็นศูนย์กลางอาเซียนมีความสำคัญยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องเปิดพื้นที่สื่อสารกับไต้หวันเพื่อรับมือโอกาสและความท้าทายใหม่ๆ
  • ปีเตอร์ หลัน ชี้แจงความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ "นโยบายจีนเดียว" ว่าไม่ได้หมายถึงการห้ามมีปฏิสัมพันธ์กับไต้หวัน แต่เป็นนโยบายที่แต่ละประเทศสามารถกำหนดแนวทางได้เองตามผลประโยชน์ของชาติ
  • การสื่อสารที่เปิดกว้างและตรงไปตรงมาเป็นเงื่อนไขสำคัญในการสร้างความร่วมมือด้านการลงทุน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างเซมิคอนดักเตอร์และ AI ซึ่งไต้หวันพร้อมแบ่งปันประสบการณ์

ทำงานเพลินๆ เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนครบหนึ่งปี สำหรับ “ปีเตอร์ หลัน” ผู้แทนรัฐบาลไต้หวัน สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย (TECO)  ที่ทำงานในไทยรอบนี้เป็นวาระที่ 2 จึงถึงเวลาพบปะพูดคุยกับสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 6 ส.ค. 

แม้จะตรงกับวันที่ประธานาธิบดีมิน ออง ไลง์ของเมียนมามาเยือนไทยอย่างเป็นทางการ แต่สื่อมวลชนก็ให้ความสนใจกับงาน Tea and Talk with TECO Representative Peter Lan ร่วมสนทนาเชิงลึกในหลายประเด็น เจ้าภาพเปิดฉากการสนทนาด้วยการตั้งข้อสังเกต 4 ประการในการทำงานปีแรกเริ่มต้นจากสถานการณ์ด้านภูมิรัฐศาสตร์  เมื่อดูการแข่งขันระหว่างผู้เล่นหลักดูเหมือนว่าโลกกำลังแตกแยกเป็นส่วนๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสงครามยูเครน ความขัดแย้งในอิหร่าน  หรือสิ่งที่เกิดขึ้นในเวเนซุเอลา

ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ปีเตอร์มองว่ากลุ่มประเทศโลกใต้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง และองค์ประกอบสำคัญที่สุดของกลุ่มประเทศโลกใต้เหล่านี้ก็คือ อาเซียน และอย่างที่ทุกคนทราบดีคือ "ประเทศไทยตั้งอยู่ใจกลางอาเซียน หรืออาเซียนภาคพื้นทวีป" 

“ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่อำนาจหรือพลังจากภายนอกจะพยายามอย่างเต็มที่ที่จะเข้ามาในประเทศไทยและกระทำการใดๆ ที่ผิดปกติหรือคาดไม่ถึง” ปีเตอร์กล่าว 

จากสถานการณ์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ หากมองไปถึงด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่ปัจจุบันมีเทรนด์ไม่พึ่งพาประเทศใดประเทศหนึ่งเป็นฐานการผลิตเพียงแห่งเดียว ซึ่งส่งผลต่อระบบซัพพลายเชนโลก ผู้อำนวยการใหญ่ TECO ย้ำว่า ประเทศไทยเป็นหัวใจของอาเซียนภาคพื้นทวีป มีภูมิหลังอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งมาก  ทำให้ไทยกลายเป็นจุดสำคัญยิ่งบนกระดานหมากรุกซัพพลายเชน

ประการที่ 3 การเติบโตของเซมิคอนดักเตอร์และเอไอ เป็นสภาพแวดล้อมใหม่ของอุตสาหกรรม เมื่อการลงทุนใหม่ประเภทนี้เข้ามายังประเทศไทยรวมทั้งการลงทุนจำนวนมากของไต้หวัน ย่อมทำให้เกิดความท้าทายใหม่ด้วย และประการที่ 4 ที่ปีเตอร์ตั้งข้อสังเกต ซึ่งคนอื่นๆ อาจไม่จำเป็นต้องเห็นตรงกับเขาก็ได้ นั่นคือ ในการทำหน้าที่ครั้งที่ 2 ในประเทศไทย อาจเป็นครั้งแรกที่คนนอกเริ่มพูดถึงการเมืองไทยมีเสถียรภาพมากขึ้น หลังจาก 15 ปีที่ผ่านมามีการรัฐประหาร  รัฐบาลจากการเลือกตั้งอยู่ได้ไม่นาน  

“คุณอาจไม่เห็นด้วยกับผม แต่คนนอกเขาพูดแบบนี้ คุณลองรวบรวมปริศนาเหล่านี้เข้าด้วยกันสิ สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ซัพพลายเชน ความท้าทายด้านเทคโนโลยีใหม่ และเสถียรภาพทางการเมืองที่คาดหวังได้” ปีเตอร์กล่าวและว่า เขาไม่ได้ตั้งใจและไม่ต้องการแสดงความเห็นเรื่องการเมืองภายในเพียงแค่นำเสนอมุมมองจากคนนอกที่สนใจอยากเข้ามาลงทุนในประเทศไทย  

  •  ภารกิจ TECO 

ผู้อำนวยการใหญ่ TECO กล่าวต่อไปว่า ตลอด 50 ปีที่ผ่านมา ไต้หวันลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีชาวไต้หวัน 200,000 คนอาศัยอยู่ที่นี่ และกำลังเผชิญกับความท้าทายต่างๆ ที่กล่าวมา 

“อีกหนึ่งงานที่สำคัญมากสำหรับเราคือการทำให้แน่ใจว่าการเปลี่ยนแปลงและการเปลี่ยนผ่านจากนักลงทุนเหล่านั้นเป็นไปอย่างราบรื่น เนื่องจากพวกเขาเป็นกำลังสำคัญทางด้านเทคโนโลยี” โอกาสใหม่นี้จะเกิดขึ้น “ตราบที่เรามีช่องทางการสื่อสารที่เหมาะสมและการพูดคุยอย่างตรงไปตรงมา” 

“ผมยังคงเน้นย้ำถึงความสำคัญนี้ในระหว่างการสัมภาษณ์เสมอ และนั่นคือสิ่งเดียวที่เรามองหา เราพูดถึงนวัตกรรม เราพูดถึงการสร้างความยืดหยุ่น เราพูดถึงการลงทุนใหม่ๆ แต่ถ้าหากไม่มีการสื่อสารหรือความเข้าใจซึ่งกันและกัน สิ่งเหล่านั้นจะไม่เกิดขึ้น หรือจะเกิดขึ้นในรูปแบบที่ไม่คาดคิด ซึ่งอาจจะไม่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย” 

  ผู้อำนวยการใหญ่ TECO ขยายความถึงการสื่อสารซึ่งมีหลายระดับ ระดับสูงสุดคือช่องทางการสื่อสารอย่างเป็นทางการ ซึ่งหมายถึงการสื่อสารระหว่างรัฐบาลกับรัฐบาล หรือช่องทางการสื่อสารที่เป็นทางการอื่นๆ ระดับที่ 2 เป็นระดับสื่อมวลชน ด้วยความช่วยเหลือจากเพื่อนๆ สื่อ  การสื่อสารระดับนี้ก้าวหน้าในรอบหนึ่งปีที่ผ่านมา ส่วนระดับที่ 3   หมายถึง สาธารณชนทั่วไปรวมถึงโซเชียลมีเดีย การแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนกับประชาชน หรือโครงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ซึ่งไต้หวันยังคงมีโครงการฝึกอบรมหรือโครงการแลกเปลี่ยนระยะสั้นแบบนั้นสำหรับชาวไทย 

"เมื่อพูดถึงการเปิดช่องทางการสื่อสาร สิ่งที่ผมหมายถึงจริงๆ ก็คือ หลายคนอยากให้เพื่อนชาวไทยของเราเข้าใจผิดว่า เมื่อใดก็ตามที่มีการติดต่อสื่อสาร การพูดคุย หรือแม้แต่การสนทนาส่วนตัวกับไต้หวัน ก็จะเกิดปัญหาขึ้น ผมคิดว่านี่เป็นหนึ่งในความท้าทายที่สำคัญที่สุดที่เราต้องหารือกับเพื่อนชาวไทยของเราต่อไป" 

  • นโยบายจีนเดียวในมุมมองไต้หวัน

ในฐานะ “สาธารณรัฐจีน” (Republic of China) ที่ถูกตัดสัมพันธ์ทางการทูตเพิ่มขึ้นทุกขณะ ไต้หวันจึงเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในนโยบายจีนเดียว (One China Policy) ในมุมมองของปีเตอร์ประเทศใดก็ตามที่ไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับไต้หวัน จะมีนโยบาย “จีนเดียว” ของตนเอง แต่ตอนนี้เกิดการเข้าใจผิดครั้งใหญ่ว่า นโยบายนี้หมายถึง  การมีปฏิสัมพันธ์ การสนทนา การอภิปราย หรือการแลกเปลี่ยนใดๆ กับไต้หวันล้วนเป็นปัญหา 

"ผมคิดว่าเพื่อนชาวไทยหลายคนคิดแบบนั้น การคิดถึง 'นโยบายจีนเดียว' หมายถึงเส้นแดง ห้ามมีปฏิสัมพันธ์กับไต้หวัน ห้ามพูดคุยกับไต้หวัน ห้ามไปไต้หวัน  นั่นเป็นหนึ่งในความเข้าใจผิดใหญ่ที่สุดที่เราต้องต่อกรด้วย และพูดตามตรง มันกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของเราไปแล้ว   ในฐานะนักการทูตที่ประจำอยู่ในประเทศไทย เราอาจต้องการให้แน่ใจได้ว่าเพื่อนชาวไทยของเราจากทุกสาขาอาชีพ รวมถึงเจ้าหน้าที่ นักธุรกิจ และประชาชนทั่วไป คิดถึงความหมายที่แท้จริงของนโยบายจีนเดียว”

ตามการตีความของเขา ประการแรก  นโยบายจีนเดียวเป็นการตัดสินใจโดยอำนาจอธิปไตยของประเทศเจ้าบ้าน เป็นนโยบายที่ประเทศเจ้าบ้านมีอำนาจควบคุมอย่างเต็มที่ สามารถตัดสินใจได้ตามความประสงค์และผลประโยชน์สูงสุดของตนเองว่าจะปฏิสัมพันธ์กับไต้หวันและจีนไปพร้อมๆ กันอย่างไร 

ประการที่ 2 เป็นนโยบายที่มีพลวัต หมายความว่า ขึ้นอยู่กับผลประโยชน์ของประเทศเจ้าบ้าน พวกเขาสามารถตัดสินใจเปลี่ยนแปลงเนื้อหาหรือวิธีการนำไปปฏิบัติได้ตลอดเวลา

"ความท้าทายใหญ่สุดสำหรับเราคือการบอกกับผู้คนในประเทศไทยว่า ใช่ เราทราบดีว่ามีนโยบายจีนเดียว แต่จะกำหนดเนื้อหาที่แท้จริงหรือวิธีการนำไปปฏิบัติอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับการหารืออย่างตรงไปตรงมาในหมู่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด รวมถึงไต้หวันด้วย ดังนั้น ผมคิดว่านั่นคือสาระสำคัญที่เราต้องการสื่อสารกับเพื่อนชาวไทยทุกคน" 

  •  โอกาสด้านเอไอ-เซมิคอนดักเตอร์

ตอนนี้สังคมไทยพูดกันมากเรื่องใช้เศรษฐกิจไฮเทคอย่างชิปและเซมิคอนดักเตอร์ เป็นตัวขับเคลื่อนใหม่ซึ่งไต้หวันยอดเยี่ยมอยู่แล้ว เป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีความร่วมมือระหว่างกันเพื่อก้าวข้ามช่องว่างด้านเทคโนโลยี ปีเตอร์มองว่า มีปัญหาในสองระดับ ระดับแรกคือระดับนโยบายหรือระดับการเมือง หมายความว่า ถ้าไม่มีช่องการสื่อสารและหารือที่เหมาะสม ย่อมไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการลงทุนที่เหมาะสมได้ 

"เพราะสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ใหม่ๆ  และสถานการณ์ในระดับภูมิภาคทำให้ภาคอุตสาหกรรมเหล่านั้นมีความอ่อนไหวเป็นอย่างมาก มันไม่ใช่แค่การดำเนินธุรกิจแบบเดิมๆ อีกต่อไป อุตสาหกรรมและการลงทุนประเภทนั้นจะถูกมองว่าเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติ เป็นต้น ดังนั้นหากเราไม่มีการหารือและวางแผนอย่างจริงจัง เราก็ไม่สามารถก้าวไปสู่ระดับต่อไปได้" 

ประการที่ 2 ปีเตอร์กล่าวว่า เป็นเรื่องของตัวอุตสาหกรรมเอง เมื่อเดือน ก.พ.  TECO จัดฉายภาพยนตร์สารคดีเรื่อง A Chip Odyssey สี่รอบ ภาพยนตร์เรื่องนี้เล่าถึงการสร้างอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวันในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา 

"ถ้าคุณยังไม่เคยดูก็มาดูได้ที่ออฟฟิศของเรา แต่ถ้าคุณดูแล้วคุณจะเข้าใจว่ามันยากและท้าทายแค่ไหนในช่วงเริ่มต้น ที่เราระดมทรัพยากรทั้งหมดจากรัฐบาล จากสถาบันวิจัย จากมหาวิทยาลัย ตั้งทีมไปเรียนรู้เทคโนโลยีนั้นในต่างประเทศ แล้วกลับมาเริ่มต้นจากไม่มีอะไรเลย  เชิญมอริส จาง ที่ทำงานในสหรัฐมา 20 ปีให้กลับมาไต้หวัน มาตั้งบริษัททีเอสเอ็มซี มันไม่ง่ายเลย" 

"บริษัทที่ถูกกล่าวถึงในภาพยนตร์กว่า 150 แห่งคืออีโคซิสเต็มทั้งหมดตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำทั้งออกแบบ เวเฟอร์ แพ็กเกจจิง ทดสอบ มีหมดทุกอย่าง ทุกอย่างจากทุกภาคส่วนในประเทศของเราที่เข้ามาสนับสนุน มันไม่ได้สร้างขึ้นในชั่วข้ามคืน" ปีเตอร์กล่าวและสรุปว่า หากสามารถพูดคุยกันได้อย่างจริงจัง 

"เรายินดีที่จะแบ่งปันประสบการณ์ของเรา ตราบใดที่เจ้าบ้านและพันธมิตรอื่นๆ เต็มใจที่จะให้เวลาเราพูดอย่างเท่าเทียมและยุติธรรม ด้วยวิธีนี้เราจะมีเวทีที่แท้จริงในการสานต่อการสนทนา”

เมื่อกล่าวถึงภาพยนตร์ เดือนก่อนมีงานเทศกาลสารคดีและภาพยนตร์ไต้หวัน ที่มีบุคคลไปข่มขู่คุกคามผู้จัดก่อนวันงานจนกลายเป็นข่าวดังในโซเชียลมีเดีย ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงความสำเร็จของการจัดงานโดยรวมเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา 

"เราก็แค่จัดงานเทศกาลภาพยนตร์ตามปกติ ธีมของปีนี้คือเรื่องของครอบครัว เรื่องของพ่อ  พ่อควรมีปฏิสัมพันธ์กับครอบครัวอย่างไร  แต่แทนที่จะเป็นอย่างนั้น กลับมีตัวพ่อทุกสถาบันเข้ามา พยายามปิดกั้นทุกอย่าง ซึ่งขัดแย้งกับธีมหลักของเราอย่างสิ้นเชิง แต่ผมก็ไม่มีข้อติติงอะไร เพราะมันเป็นการประชาสัมพันธ์ฟรีๆ เท่าที่ผมได้ยินมามีคนจำนวนมากไปซื้อตั๋วเพราะเหตุนี้ และทุกคืนคนดูก็เต็มโรง ดังนั้นผมก็เลยคิดว่าไม่ต้องบ่นดีกว่า" ผู้อำนวยการใหญ่ TECO กล่าวอย่างอารมณ์ดี