วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม 2569

Login
Login

‘เถียนมี่มี่’ ฉ่ำใจไหมพี่ ซอฟต์พาวเวอร์ไต้หวันนิรันดร์กาล l World Pulse

ถามว่าเพลงอะไรโด่งดังที่สุดในสัปดาห์นี้ ต้องยกให้ “เถียนมี่มี่” ของนักร้องไอดอลไต้หวัน “เติ้งลี่จวิน” เพลงดังที่แต่งขึ้นตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1970 แต่เพิ่งถูกพูดถึงอย่างมากอีกครั้งด้วยผลงานนายกฯ ไทย

ชนวนเหตุมาจาก เมื่อวันจันทร์ (20 ก.ค.) นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ถือไมค์ครวญเพลง “เถียนมี่มี่”  ให้นายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง และคณะฟังในงานเลี้ยงรับรองซึ่งฝ่ายจีน เป็นเจ้าภาพในวันสุดท้ายของการเยือนจีนอย่างเป็นทางการ หลังคลิปถูกเผยแพร่ออกไป ความเห็นของสาธารณชนไทยแบ่งเป็นสองฝ่ายซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาในสังคมประชาธิปไตย ผู้นำย่อมถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้ กรณีนี้กองเชียร์บอกว่า ลีลาร้องเพลงของนายกฯ หนู ได้ใจฝ่ายจีนไปเต็มๆ

ส่วนกองแช่งซึ่งส่งเสียงวิจารณ์มาก่อน บอกว่า ทำไมเลือกร้องเพลงของนักร้องไต้หวัน มาร้องให้ผู้นำจีนฟังช่างผิดกาละเทศะ 

วันนี้ World Pulse จะไม่พูดถึงประเด็นการเมืองเพราะชาวเน็ตพูดกันไปมากแล้ว แต่อยากจะชวนวัยรุ่น Gen X ย้อนยุคฟังเพลงเพราะๆ ในอดีต สมัยก่อนตอนที่กฎหมายลิขสิทธิ์ยังไม่เข้มข้น เพลงไทยนิยมนำทำนองเพลงสากลอันโด่งดังมาใส่เนื้อไทย เพลงไหนเพลงนั้นดังแน่นอน เท่าที่นึกออก เช่น เก้าล้านหยดน้ำตา  (9,999,999 Tears) งัวหาย (My First Time) เมาหัวทิ่มบ่อ, ไม่รักแกล้งหลอก (Lightning Bar Blues) 

ฝั่งเอเชียก็มีเหมือนกัน ใครจำท่อน “อยากจะบอกว่ารักได้แต่ร้องเย เย เย” ของเพลง  “เขิน” เพลงฮิตของวงแกรนด์เอ็กซ์ เมื่อปี 1980 ได้บ้าง  เพลงนี้ดัดแปลงมาจาก Saranghae ของเกาหลี หรือเพลง Kassai จากญี่ปุ่น กลายมาเป็น “บทเรียนรัก” ของวงชาตรี แล้วเถียนมี่มี่ เพลงดังในใจชาวจีนโพ้นทะเลทั่วโลกล่ะจะรอดได้อย่างไร ก็ต้องกลายมาเป็น “ฉ่ำใจไหมพี่” ขับร้องโดยเดอะฮอทเปปเปอร์ซิงเกอร์ส 

เรื่อง music diplomacy อีกมุมหนึ่งก็เป็นซอฟต์พาวเวอร์ส่วนตัวของผู้นำ ใครนำไปใช้ได้ดีย่อมช่วยสร้างสัมพันธไมตรีให้แนบแน่น อย่างเมื่อตอนต้นปีนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิของญี่ปุ่น กับประธานาธิบดีอี แจมย็อง ของเกาหลีใต้ได้ดวลกลองกันเป็นที่ฮือฮา เมื่อฝ่ายหลังมาเยือนญี่ปุ่นและได้ไปที่เมืองนารา บ้านเกิดของนายกฯ ญี่ปุ่น  เพลงที่บรรเลงคือเพลง Dynamite ของวงบีทีเอส และเพลง Golden จากภาพยนตร์ยอดฮิตเรื่อง Demon Hunters เรียกได้ว่าเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง นายกฯ ทาคาอิจิเป็นขาร็อกมือกลองเก่าอยู่แล้ว เธอแอบทราบมาว่า ประธานาธิบดีอีใฝ่ฝันอยากตีกลองมานาน เมื่อมาเยือนถึงบ้านเกิดเธอก็เลยจัดให้!

สำหรับนายกฯ อนุทินนั้นใครๆ ก็ทราบว่าเป็นชายเจ้าสำราญ ถนัดในการร้องรำทำเพลง  ได้แสดงฝีมือด้านดนตรีระหว่างการเยือนต่างประเทศบ่อยครั้ง ซึ่งก็เป็นที่เข้าใจได้ว่าคนระดับผู้นำต้องงัดทุกกลเม็ดมาซื้อใจมิตรประเทศ ขนาด World Pulse ซึ่งเป็นนักข่าวธรรมดาก็เคยใช้บทเพลงประสานไมตรีกับแหล่งข่าวอยู่บ่อยๆ เจอซีอีโอฝรั่งเศสก็ร้องเพลง Non, je ne regrette rien ของ Edith Piaf ให้ฟัง รับประทานอาหารเย็นสบายๆ กับเจ้าหน้าที่ระดับสูงกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นขณะมาเยือนไทยก็ถือโอกาสโชว์ลูกคอเพลง Nagasaki wa Kyou mo Ame Datta ไปเยี่ยมชมเรือรบต่างชาติเจอทูตทหารอินเดีย แน่นอนว่าต้องไม่พลาดร้องเพลงดังบอลลีวูด Yeh Dosti Hum Nahi Todenge หรือเพลงโชเลย์ให้ฟัง 

เดือน พ.ค. ร่วมทริปทัศนศึกษาสื่อมวลชนนานาชาติที่ไต้หวัน คืนสุดท้ายเจ้าภาพเลี้ยงส่งด้วยการพาไปร้องคาราโอเกะไลฟ์สไตล์ที่คนท้องถิ่นนิยมกันมากๆ มิตรภาพแนบแน่นด้วยการฟาดเพลงเติ้ง ลี่จวินไปสามเพลงรวด เถียนมี่มี่, เย่ไหล่เชียง (เป็นเพลงเก่าที่เธอนำมาขับร้องใหม่) และเซียวบ๊ะจ่าง ส่วนเพลง "เยว่เลี่ยงไต้เปี่ยวหวั่วเตอะซิน" หรือพระจันทร์แทนใจนั้นยกให้เจ้าภาพเขาร้อง ผลงานการขับขานของ World Pulse ได้รับเสียงตอบรับดีมาก เจ้าภาพชมเปาะ

ส่วนเรื่องบทเพลงของนายกฯ ที่เป็นประเด็นถกเถียง World Pulse ยืนยันว่าไม่ขอตัดสิน คนที่จะตอบได้ดีที่สุดว่าเหมาะหรือไม่เหมาะคือนายกฯ หลี่ เฉียงและรัฐบาลจีน ซึ่งแน่นอนว่าด้วยผลประโยชน์แห่งชาติคงไม่มีใครให้คำตอบ ทุกอย่างถูกเก็บเอาไว้ในใจ แต่ข้อเท็จจริงหนึ่งที่ประจักษ์คือ ทุกครั้งที่บทเพลง “เถียนมี่มี่” ถูกขับขาน ทุกคนต้องคิดถึง “เติ้ง ลี่จวิน” ทุกคนรู้ว่าเธอเป็นคนไต้หวัน ดินแดนที่จีนอ้างว่าเป็นของตน  และไม่เคยตัดความเป็นไปได้ในการใช้กำลังยึด ขณะที่อีกฝ่ายยืนยันมาตลอดว่า ประชาชนไต้หวันเท่านั้นที่จะเป็นผู้ตัดสินอนาคตของตนเอง   

"เถียน มี่มี่ หนี่ เซียว เต่อ เถียน มี่มี่ 

เฮา เซียง ฮัว เอ๋อ ไค ไจ ชุน เฝิ่ง ลี

ไค ไจ ชุน เฝิ่ง ลี..." 

เสียงบทเพลงหวานปานน้ำผึ้งลอยมา...ไม่ว่าจะนายกฯ ร้อง นักข่าวร้อง คนจีนร้อง หรือใครๆ ร้อง เพลงนี้ได้ทำหน้าที่อันยิ่งใหญ่โดยสมบูรณ์แล้ว นั่นคือการประกาศให้โลกรู้ว่า “เถียน มี่มี่และเติ้ง ลี่จวิน” คือซอฟต์พาวเวอร์ของไต้หวันชั่วนิรันดร์กาล