วันเสาร์ ที่ 18 กรกฎาคม 2569

Login
Login

‘โจรสลัดโซมาเลีย’ คืนชีพ? บุกยึดเรือน้ำมันนอกชายฝั่งเยเมน

สำนักข่าว Al Jazeera รายงานว่า เกิดเหตุกลุ่มติดอาวุธซึ่งต้องสงสัยว่าเป็น ‘โจรสลัดโซมาเลีย’ บุกยึดเรือบรรทุกน้ำมันนอกชายฝั่งประเทศเยเมนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เหตุการณ์นี้นับเป็นการตอกย้ำถึงการหวนกลับมาของภัยคุกคามจากโจรสลัดในภูมิภาคที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีนี้ ท่ามกลางความเปราะบางของเส้นทางขนส่งทางทะเลที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

หน่วยยามฝั่งเยเมนเปิดเผยว่า เรือบรรทุกน้ำมันชื่อ "Asana" ถูกบุกยึดที่ระยะห่างประมาณ 26 ไมล์ทะเล (48 กิโลเมตร) นอกชายฝั่งจังหวัดฮาดราเมาต์ ขณะที่สำนักงานปฏิบัติการการค้าทางทะเลแห่งสหราชอาณาจักร (UKMTO) อ้างอิงข้อมูลจากแหล่งข่าวทางทหารระบุว่า มีกลุ่มบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาตบุกรุกขึ้นเรือที่พิกัด 65 ไมล์ทะเล (120 กิโลเมตร) ทางตอนใต้ของเมืองมูคัลลา 

รายงานเบื้องต้นระบุว่า มีผู้พบเห็นบุคคลอย่างน้อย 1 คนปรากฏตัวบริเวณสะพานเดินเรือ โดยเรือกำลังมุ่งหน้าอย่างช้าๆ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้สู่ประเทศโซมาเลีย ล่าสุด ทางการเยเมนกำลังเร่งประสานงานกับหน่วยงานทางทะเลและพันธมิตรนานาชาติเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยและติดตามเส้นทางของเรือ โดยมีการส่งเรือลาดตระเวนและเครื่องบินออกติดตามความเคลื่อนไหวทางอากาศแล้ว พร้อมกันนี้ UKMTO ได้ออกประกาศเตือนให้เรือพาณิชย์ลำอื่นในพื้นที่เพิ่มความระมัดระวัง

จุดเกิดเหตุอย่างอ่าวเอเดน (Gulf of Aden) ถือเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือที่พลุกพล่านที่สุดในโลก เป็นจุดเชื่อมต่อไปยังทะเลแดงและคลองสุเอซ ซึ่งเป็นเส้นทางลัดทางทะเลที่เร็วที่สุดระหว่างเอเชียและยุโรป โดยมีมูลค่าการค้าระหว่างประเทศราว 12-15% และปริมาณการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ถึง 30% ของโลก 

การโจมตีครั้งล่าสุดสะท้อนให้เห็นถึงการกลับมาของภัยคุกคามโจรสลัดโซมาเลีย หลังจากที่เคยเงียบหายไป นักวิเคราะห์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ประเมินว่า สาเหตุหลักที่ทำให้ปัญหาโจรสลัดปะทุขึ้นอีกครั้ง มาจากกองกำลังทางเรือนานาชาติที่ถูกดึงกำลังไปรับมือกับความขัดแย้งในทะเลแดงและช่องแคบฮอร์มุซ ประกอบกับเส้นทางการเดินเรือพาณิชย์ที่ถูกบีบให้ต้องเดินเรือหลบเลี่ยงเข้าใกล้ผืนน้ำโซมาเลียมากขึ้น และวิกฤตความไร้เสถียรภาพทางการเมืองภายในโซมาเลียเอง

นับตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา ศูนย์ข้อมูลทางทะเลของกองทัพเรือฝรั่งเศส (Mica Center) บันทึกเหตุการณ์ปล้นและบุกยึดเรือถึง 18 ครั้ง และยังมีเรืออีกอย่างน้อย 3 ลำที่ถูกยึดเพื่อเรียกค่าไถ่อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งรวมถึงเรือ 'Eureka' ที่ถูกยึดไปเมื่อเดือนพฤษภาคม โดยกระทรวงการต่างประเทศอียิปต์กำลังเร่งทำงานผ่านสถานทูตเพื่อเจรจาช่วยเหลือลูกเรือของตน

ย้อนกลับไปในช่วงปี 2005-2012 โจรสลัดโซมาเลียเคยก่อเหตุโจมตีมากกว่า 1,000 ครั้ง และกวาดเงินค่าไถ่ไปราว 400 ล้านดอลลาร์ จนนำไปสู่ปฏิบัติการกวาดล้างครั้งใหญ่จากกองกำลังนานาชาติที่ช่วยให้การบุกยึดเรือแทบจะยุติลงอย่างสิ้นเชิงในปี 2013 และทำให้อุตสาหกรรมการเดินเรือทั่วโลกตัดสินใจยกเลิกสถานะ "พื้นที่เสี่ยงภัยสูง" (High-risk designation) ในมหาสมุทรอินเดียเมื่อปี 2023 ที่ผ่านมา

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา คายา คัลลัส หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป (EU) ได้ลงนามในข้อตกลงด้านกำลังรบ (Status of Forces Agreement) กับประเทศจิบูตี ซึ่งตั้งอยู่บริเวณจุดยุทธศาสตร์ช่องแคบบับเอลมันเดบ เพื่อรับมือกับภัยคุกคามทางทะเลที่กลับมาวิกฤตอีกครั้ง 

ข้อตกลงนี้จะช่วยรับประกันความต่อเนื่องในการเข้าถึงและการสนับสนุนด้านโลจิสติกส์สำหรับภารกิจลาดตระเวนทางทะเล 'Atalanta' และ 'Aspides' ในน่านน้ำทะเลแดงและปลายแหลมแอฟริกา โดยคัลลัสได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการคงกองกำลังนานาชาติว่า เพียงแค่ภารกิจ Aspides เพียงภารกิจเดียว ก็สามารถให้ความคุ้มครองเรือพาณิชย์ได้มากกว่า 670 ลำ และช่วยเหลือลูกเรือได้ถึง 128 คนภายในระยะเวลาไม่ถึง 2 ปีครึ่ง ซึ่งตอกย้ำให้เห็นว่าการประสานความร่วมมือทางการทหารของประชาคมโลก ยังคงเป็นกลไกสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานและเส้นทางเดินเรือโลกท่ามกลางภัยคุกคามระลอกใหม่นี้