ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับอิหร่านยิ่งนานวันยิ่งคาดเดายาก เจ้าหน้าที่สหรัฐสามรายเผย การโจมตีอิหร่านระลอกล่าสุดของสหรัฐที่หวังบีบให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซ มุ่งเป้าทำลายขีดความสามารถของเตหะรานก่อนวอชิงตันเปิดปฏิบัติการที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น แต่ยังไม่มีใครทราบว่าคืออะไร
เจ้าหน้าที่สหรัฐสามรายกล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์โดยไม่เปิดเผยตัวตนว่า การโจมตีดังกล่าวเป็นการเสริมทางเลือกทางทหารเพิ่มเติมให้กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้ทำให้โลกฉงนว่าจะทำอะไรต่อไปหลังแจ้งต่อสภาคองเกรสเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ความขัดแย้งกับอิหร่านกลับมาอย่างเป็นทางการแล้ว
ขณะนี้สงครามอิหร่านยืดเยื้อมาเป็นเดือนที่ 5 แต่แม้จะเจอศึกหนักตั้งแต่สหรัฐและอิสราเอลเริ่มปฏิบัติการในวันที่ 28 ก.พ. รัฐบาลเตหะรานยังมีขีปนาวุธและโดรนอยู่อีกมาก แถมยังโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันและเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซียอยู่เสมอ
กองทัพสหรัฐกล่าวว่า การทิ้งระเบิดครั้งล่าสุดมีเป้าหมายทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศเรดาร์ชายฝั่ง จุดปล่อยขีปนาวุธและโดรน เรือเล็ก และอาวุธยุทโธปกรณ์ในทะเลอื่นๆ ของอิหร่าน
เจ้าหน้าที่สหรัฐรายหนึ่งกล่าวว่า การโจมตีดังกล่าวอาจถูกมองเป็น “ปฏิบัติการเตรียมการ” เพื่อลดทอนศักยภาพการป้องกันของอิหร่าน ในกรณีที่กองทัพสหรัฐ ได้รับคำสั่งให้ดำเนินการปฏิบัติการที่เข้มข้นขึ้นในอนาคต
“นี่เป็นการช่วยเตรียมความพร้อมหากจำเป็น” เจ้าหน้าที่ระบุ
- อิหร่านอยากดีลทรัมป์
เว็บไซต์ซีเอ็นบีซีรายงาน ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ฟ็อกซ์บิสสิเนส เมื่อวันพุธ (15 ก.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนไปร่วมงานนวัตกรรมกลาโหมที่เพนซิลเวเนีย
“เราเพิ่งได้รับโทรศัพท์ก่อนผมมาที่นี่ว่าพวกเขาอยากเจอ พวกเขาอยากเจอมาตลอด” ทรัมป์กล่าวถึงอิหร่าน ยืนกรานว่าขีดความสามารถทางทหารของอิหร่านลดน้อยลงไปมาก ซึ่งทรัมป์อ้างแบบนี้มาหลายเดือนแล้ว
“พวกเขาเป็นคนเลว แต่ก็อยากทำข้อตกลง” ทรัมป์ย้ำ
จุดยืนอิหร่าน
แถลงการณ์หลายฉบับหลังจากทางการอิหร่านแสดงท่าทีเตหะรานกำลังเตรียมพร้อมสู้ต่อ แต่ก็เปิดช่องทางการทูตไว้ด้วย
“เราไม่เคยอยากได้สงคราม และไม่อยากได้ แต่เราต้องเตรียมพร้อมสู้รบไว้เสมอ”
“นอกจากนี้ เรายังต้องใช้เครื่องมือทางการทูตและการเจรจาต่อรองเพื่อให้บรรลุและเสริมสร้างผลประโยชน์ของชาติให้มั่นคง”นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบัฟ ประธานสภาอิหร่านกล่าวผ่านสื่อทางการ
- สำรวจทางเลือกสหรัฐ
สำนักข่าวรอยเตอร์เคยรายงานไว้ในเดือน มี.ค.ว่า กองทัพสหรัฐกำลังวางแผนสร้างหลายๆ ทางเลือกสำหรับการส่งทหารเข้าไปยังชายฝั่งอิหร่าน เพื่อดูแลช่องแคบฮอร์มุซได้ดีกว่าเดิม ในเวลานั้นทางการสหรัฐเผยว่า รัฐบาลทรัมป์ได้หารือเรื่องการส่งกองกำลังภาคพื้นดินไปยังเกาะคาร์ก ศูนย์กลางส่งออกน้ำมันอิหร่านถึง 90% แต่ปฏิบัติการดังกล่าวเสี่ยงมาก เพราะอิหร่านอาจระดมยิงขีปนาวุธและโดรนเข้าใส่เกาะคาร์กได้
ทรัมป์กล่าวเมื่อวันอังคาร (14 ก.ค.) ว่า เขาได้สั่งให้กองทัพหลีกเลี่ยงการโจมตีโรงงานน้ำมันของอิหร่านระหว่างการโจมตีเกาะคาร์กในครั้งก่อนๆ แต่ยังคงเปิดทางเลือกในการยึดเกาะดังกล่าวไว้
“ถ้าเราทำลายขีดความสามารถของพวกเขาได้มากและลึกพอ ผมก็จะทำแบบนั้น” ทรัมป์กล่าวกับฟ็อกซ์นิวส์ รวมทั้งขู่โจมตีภูเขาพิกแอ็กซ์ที่เชื่อมโยงกับโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน พื้นที่ที่ได้รับการดูแลอย่างแน่นหนาลึกลงไปใต้ดินใกล้กับโรงงานนิวเคลียร์สำคัญแห่งหนึ่งของอิหร่าน
ทรัมป์ลั่นวาจาว่าจะทิ้งระเบิดใส่อิหร่านอย่างเข้มข้นจนกว่ารัฐบาลเตหะรานจะหยุดโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ แล้วเห็นชอบเปิดช่องแคบ วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่า ทรัมป์มีแนวโน้มขยายปฏิบัติการทางทหาร และได้หารือเกี่ยวกับการยึดเกาะคาร์ก
ด้านรัฐบาลเตหะรานแทบไม่มีสัญญาณถอย กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (ไออาร์จีซี) แถลงเมื่อวันพุธ (15 ก.ค.) ว่า ช่องแคบฮอร์มุซยังคงปิดต่อไปจนกว่าสหรัฐยุติการโจมตีและปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน
- เศรษฐกิจโลกเจอความท้าทายรอบใหม่
ฟาตีห์ ไบรอล ผู้อำนวยการสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) ให้สัมภาษณ์บลูมเบิร์กทีวีว่า เศรษฐกิจโลกต้องเผชิญกับความท้าทายรอบใหม่ถ้าปัญหาช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้รับการแก้ไขภายในไม่กี่สัปดาห์นี้
การโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านเมื่อเร็ว ๆ นี้ กำลังคุกคามการค้ารูปแบบใหม่ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เรียกว่าระบบ “ชัตเติลรัน” (shuttle run) จนกลายเป็นหนึ่งในวิธีการหลักสำหรับขนส่งน้ำมันดิบออกจากอ่าวเปอร์เซีย โดยเรือจะถ่ายโอนน้ำมันดิบไปยังเรือที่อยู่นอกช่องแคบ ช่วยให้หลายๆ ประเทศ เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ยังส่งออกน้ำมันได้ในช่วงสงคราม แต่ระบบดังกล่าวอาจอยู่ได้ไม่นานนัก
จาค็อบ ลาร์เซน ประธานคณะเจ้าหน้าที่ความมั่นคง องค์กรเดินเรือระหว่างประเทศ BIMCO กล่าวในรายการ “Squawk Box Europe” ของซีเอ็นบีซี เมื่อวันพุธว่า สถานการณ์ขณะนี้ “ไม่ง่าย” ที่อุตสาหกรรมเดินเรือจะฟันฝ่าไปได้
"ข้อความกลับไปกลับมายิ่งสร้างความสับสนซับซ้อนให้กับสถานการณ์โดยรวม หากถอยออกมาแล้วมองภาพรวมจากมุมมองที่กว้างขึ้น สภาพแวดล้อมโดยรวมที่เรากำลังเผชิญอยู่คือ ความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้น ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น และนั่นก็ส่งผลให้ราคาสูงขึ้น” นักวิเคราะห์กล่าว
- สหรัฐเสี่ยงติดหล่มสงครามชั่วนิรันดร์
ไมค์ โรเซนเบิร์ก อาจารย์ด้านการจัดการจากโรงเรียนธุรกิจ IESE ระบุ “ดูเหมือนเรายังไม่มีความคืบหน้าในการหาข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้ง”
“การกลับเข้าสู่สงครามในขณะนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเงื่อนไขของบันทึกข้อตกลงอิสลามาบัดที่ทรัมป์ลงนามเมื่อวันที่ 14 มิ.ย.นั้นไม่สมจริงในขณะนั้น ตราบใดที่ทั้งสองฝ่ายยังคงแสวงหาข้อตกลงที่อนุญาตให้พวกเขาอ้างชัยชนะได้ ผมก็มองไม่เห็นผลลัพธ์ในเชิงบวกใดๆ ในเร็ววันนี้” โรเซนเบิร์กกล่าวและว่า สิ่งที่ดีที่สุดที่สหรัฐหวังได้ในตอนนี้คือ “แผนปฏิบัติการร่วมฉบับใหม่ที่โอบามาและทีมของเขาทำขึ้นเมื่อหลายปีก่อน” ซึ่งยากที่ทรัมป์จะยอมรับ
“รัฐบาลทรัมป์ประเมินความมุ่งมั่นของอิหร่านต่ำไป และไม่มีทางออกง่ายๆ ผลลัพธ์ที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดคือ การหยุดยิงถาวรที่ปากีสถานเป็นคนกลางโดยไม่มีการรับประกันด้านนิวเคลียร์ใดๆ และมีแนวโน้มว่ารัฐบาลจะหลีกเลี่ยงการทำข้อตกลงนั้นก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม” โรเซนเบิร์กสรุป
แอนเดรียส เบอห์ม อาจารย์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยเซนต์กัลเลน ในสวิตเซอร์แลนด์ ผู้เชี่ยวชาญตะวันออกกลาง กล่าวว่า ความขัดแย้งนี้ “ยาก” ที่จะแก้ไข และเสี่ยงกลายเป็นสงครามยืดเยื้อยาวนานหลายปี
“ทรัมป์กำลังติดอยู่ในความยุ่งยากที่ตนเอง (และอิสราเอล) สร้างขึ้น และไม่สามารถหาทางออกที่รักษาหน้าได้ ส่วนอิหร่านเชื่อว่าความขัดแย้งจะมีต่อไป จึงพยายามฉวยประโยชน์ให้ได้มากที่สุด ซึ่งเสี่ยงทำเกินกว่าเหตุจนผิดพลาด”
“ สิ่งนี้อาจนำไปสู่ความขัดแย้งระดับต่ำที่ยืดเยื้อยาวนาน มันอาจกลายเป็นหนึ่งใน ‘สงครามที่ไม่มีวันจบสิ้น’ ที่ทรัมป์สัญญาว่าจะยุติลง ทั้งสองฝ่ายจะพยายามทำให้ความขัดแย้งมีต้นทุนสูงขึ้นสำหรับอีกฝ่ายไปเรื่อยๆ จนกว่าราคาจะสูงเกินกว่าจะต่อสู้ต่อไปได้” เบอห์มกล่าวและว่า ทรัมป์ “เริ่มสงครามโดยไม่มีเป้าหมาย” จึงยากจะคาดการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้นต่อไป
“หากปราศจากกลยุทธ์ ก็ไม่ชัดเจนว่าเขาตั้งเป้าหมายอะไรไว้ ทรัมป์ไม่สามารถเปิดช่องแคบฮอร์มุซด้วยกำลังได้ นอกจากปฏิบัติการในระดับที่เขาไม่สามารถโน้มน้าวให้ประชาชนชาวอเมริกันยอมรับได้ หากเขาเริ่มทำสงครามขยายวงกว้างไปถึงโครงสร้างพื้นฐานในอิหร่าน การตอบโต้ย่อมส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในอ่าวเปอร์เซีย” นักวิชาการรายนี้กล่าวและว่าหนทางเดียวที่จะออกจากความขัดแย้งนี้ได้ในขณะนี้คือการทูต แต่ตอนนี้ “ยิ่งยากมากขึ้นไปอีก”
“อาจมีโอกาสเล็กๆ สำหรับการเจรจาเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ แต่ถ้าจะทำข้อตกลงที่กว้างกว่านั้นก็ต้องยอมรับความจริงที่ว่า สถานการณ์ตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว เราไม่สามารถกลับไปสู่ภาวะก่อนสงครามได้อีก” เบอห์มสรุป


