วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

รัสเซียชี้สหรัฐ “พลาด” พลิกท่าทีหนุนยูเครน หวั่นสถานการณ์ยืดเยื้อ ย้ำ ‘ปูติน’ พร้อมคุย ‘ทรัมป์‘

สำนักข่าว Washington Post รายงานว่า การที่สหรัฐอนุมัติให้ยูเครนสามารถผลิตขีปนาวุธแพทริออต (Patriot) ได้เอง ประกอบกับท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กล่าวยกย่องประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน กำลังสร้างแรงกดดันให้รัฐบาลรัสเซียต้องปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์การสื่อสารใหม่

KEY POINTS

  • สหรัฐฯ พลิกท่าทีสนับสนุนยูเครน โดยประธานาธิบดีทรัมป์อนุมัติให้ยูเครนสามารถผลิตขีปนาวุธแพทริออต (Patriot) ได้เอง พร้อมกล่าวชื่นชมประธานาธิบดีเซเลนสกี
  • รัสเซียมองว่าการตัดสินใจของสหรัฐฯ เป็น "ความผิดพลาด" ที่อาจทำให้สงครามยืดเยื้อและบั่นทอนกระบวนการสันติภาพ แต่ยืนยันว่าประธานาธิบดีปูตินยังคงพร้อมเจรจากับทรัมป์
  • ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสร้างแรงกดดันให้รัสเซียต้องปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์การสื่อสารใหม่ ขณะที่ยูเครนมองว่าเป็นชัยชนะทางการทูตครั้งสำคัญแม้การผลิตจริงอาจใช้เวลาหลายปี

สำนักข่าว Washington Post รายงานว่า การที่สหรัฐอนุมัติให้ยูเครนสามารถผลิตขีปนาวุธแพทริออต (Patriot) ได้เอง ประกอบกับท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กล่าวยกย่องประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน กำลังสร้างแรงกดดันให้รัฐบาลรัสเซียต้องปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์การสื่อสารใหม่ แม้ทำเนียบเครมลินจะพยายามลดทอนความสำคัญของประเด็นนี้ แต่ก็ยอมรับว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจบั่นทอนกระบวนการสันติภาพให้ยากลำบากยิ่งขึ้น

ระหว่างการประชุมสุดยอดนาโต (NATO) ณ กรุงอังการา ประเทศตุรกี เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ได้กล่าวชื่นชมประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ต่อหน้าสื่อมวลชนว่า "ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม" ซึ่งถือเป็นการพลิกจุดยืนอย่างสิ้นเชิงจากช่วงปีแรกที่เขากลับมารับตำแหน่ง ซึ่งเคยกล่าวหายูเครนว่าไม่สำนึกบุญคุณต่อความช่วยเหลือของสหรัฐและกำลัง "เอาสงครามโลกครั้งที่ 3 มาล้อเล่น"

ทรัมป์ประกาศเปิดทางให้ยูเครนสามารถผลิตอาวุธระดับสูงได้เอง โดยระบุว่า "เรากำลังจะมอบใบอนุญาตให้คุณผลิตขีปนาวุธ Patriot ซึ่งเป็นเรื่องที่เจ๋งมาก คุณจะไม่สามารถบ่นได้อีกว่าเราส่งอาวุธให้ไม่เพียงพอ ผมบอกพวกเขาไปว่า 'จงทำมันขึ้นมาเองเลย' แม้ตอนนี้เราจะยังไม่ได้แจ้งบริษัทผู้ผลิตโดยตรง แต่ทุกอย่างจะออกมาเรียบร้อยดี"

ระบบขีปนาวุธ Patriot ถือเป็นอาวุธที่รัฐบาลเคียฟต้องการมาอย่างยาวนาน และเป็นหนึ่งในอาวุธชาติตะวันตกเพียงไม่กี่ชนิดที่มีศักยภาพในการสกัดกั้นขีปนาวุธทิ้งตัว (Ballistic missiles) ที่รัสเซียใช้ระดมยิงโจมตีเมืองต่างๆ ของยูเครนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

ทรัมป์ยอมรับว่าความเคลื่อนไหวนี้ "เป็นการยกระดับความรุนแรง แต่ก็เป็นการยกระดับที่อาจนำไปสู่จุดจบของสงครามได้" ขณะที่ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวเสริมว่า รัสเซียกำลังเผชิญความยากลำบากมากขึ้นในการปกป้องน่านฟ้าของตนเอง และหวังว่าข้อตกลงนี้จะ "สร้างพื้นที่สำหรับการเจรจายุติสงคราม"

ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซีย แสดงท่าทีลดทอนความสำคัญของข้อตกลงดังกล่าว โดยได้กล่าวเมื่อวันที่ 10 ก.ค. ที่ผ่านมาว่า ยูเครนไม่เต็มใจที่จะเข้าร่วมกระบวนการสันติภาพ ขณะที่มอสโกยังคงเปิดกว้างสำหรับการยุติสงครามผ่านวิถีทางการทูต และย้ำว่าประธานาธิบดีปูตินพร้อมที่จะหารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีทรัมป์อีกครั้ง

เปสคอฟตอบโต้ความเห็นของผู้นำสหรัฐว่า ทำเนียบเครมลินไม่ได้มองว่าข้อตกลงนี้คือการยกระดับความรุนแรง แต่ชี้ว่าทำเนียบขาวมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับแนวคิดที่ว่าการกดดันทางทหารจะปูทางไปสู่สันติภาพได้ เขาเตือนว่านี่เป็น "การตัดสินใจที่ผิดพลาด" ซึ่งอาจทำให้สิ่งที่รัสเซียเรียกว่าปฏิบัติการทางทหารพิเศษในยูเครนต้องยืดเยื้อออกไป

"ผลลัพธ์ที่จะตามมาคือเราจำเป็นต้องสถาปนาพื้นที่ความมั่นคงหรือเขตกันชน (Buffer zone) ให้กว้างใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นการสุมไฟความขัดแย้งจะไม่ช่วยสนับสนุนกระบวนการสันติภาพในทางใดทางหนึ่งเลย" เปสคอฟกล่าว พร้อมชี้ให้เห็นถึงความย้อนแย้งของสหรัฐว่า แม้สหรัฐจะเดินหน้าจัดส่งอาวุธให้ยูเครนเต็มรูปแบบ แต่ก็ยังคงแสดงเจตจำนงที่จะสนับสนุนกระบวนการสันติภาพ ซึ่งเป็นจุดยืนที่แตกต่างจากบรรดาชาติต่างๆ ในยุโรป

สถาบันเพื่อการศึกษาความขัดแย้ง (Institute for the Study of War:  ISW) ในกรุงวอชิงตัน วิเคราะห์ว่า "ทำเนียบเครมลินกำลังดิ้นรนอย่างหนักเพื่อปรับเปลี่ยนการสื่อสาร (Narrative line) หลังจากรัฐบาลสหรัฐปฏิเสธยุทธวิธีการเจรจาของรัสเซีย และให้การยอมรับความสำเร็จในสนามรบของฝ่ายยูเครน"

วลาดิมีร์ พาสตูคอฟ นักรัฐศาสตร์ชาวรัสเซียในลอนดอน ประเมินว่า เซเลนสกีประสบความสำเร็จในการปรับโครงสร้างแนวร่วมต่อต้านรัสเซียให้กลายเป็นรูปแบบที่ได้เปรียบต่อยูเครนและเป็นภัยคุกคามต่อรัสเซียมากขึ้น "ตอนนี้กลายเป็นปูตินที่ต้องคิดหนักว่าจะนำเสนอ 'ความเป็นจริงในสนามรบ' อย่างไรให้ดูเป็นผลดีต่อตนเองมากที่สุด"

แม้ข้อตกลงสิทธิในการผลิต Patriot จะถือเป็นชัยชนะทางการทูตครั้งใหญ่ของเซเลนสกี แต่นักวิเคราะห์ทางทหารประเมินว่า โครงการนี้อาจไม่สามารถตอบสนองความต้องการเร่งด่วนของยูเครนในขณะนี้ได้ เนื่องจากรัสเซียยังคงระดมยิงขีปนาวุธถล่มยูเครนแทบทุกวัน และด้วยข้อจำกัดด้านการควบคุมเทคโนโลยีขั้นสูงของสหรัฐ ประกอบกับความซับซ้อนของระบบอาวุธ การจัดตั้งสายการผลิตเต็มรูปแบบจึงอาจต้องใช้เวลานานอีกหลายปี

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีเซเลนสกีได้กล่าวขอบคุณสหรัฐสำหรับ "การตัดสินใจเชิงบวก" พร้อมระบุว่า ปัจจุบันมีเพียง 2 หรือ 3 ประเทศในโลกเท่านั้นที่พร้อมผลิตขีปนาวุธ Patriot เนื่องจากประเทศอื่นๆ ยังไม่มีความพร้อมทางเทคโนโลยี ซึ่งการที่สหรัฐยอมรับว่ายูเครนมีความพร้อม ถือเป็นก้าวสำคัญ โดยแนวโน้มหลังจากนี้คือการที่ทีมงานของทั้งสองฝ่ายจะต้องเร่งหารือเพื่อกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจน ซึ่งหากบรรลุข้อตกลงได้เร็วเท่าใด ยูเครนก็จะสามารถเริ่มผลิตขีปนาวุธ Patriot ได้เร็วขึ้นเท่านั้น