หน่วยงานเดินเรือของสหราชอาณาจักรระบุว่า เรือสินค้าถูกโจมตีที่ทะเลแดง ท่ามกลางข้อตกลงหยุดยิงอันเปราะบางระหว่างสหรัฐ และอิหร่าน
ซีเอ็นบีซี รายงานว่า สำนักงานปฏิบัติการทางการค้าทางทะเลของสหราชอาณาจักร (UKMTO) ซึ่งเป็นบริการแจ้งเตือนความปลอดภัยทางทะเล ของอังกฤษ เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ (5 ก.ค. 69) ว่า เรือบรรทุกสินค้าลำหนึ่งในทะเลแดงรายงานว่าถูกโจมตี ท่ามกลางข้อตกลงหยุดยิงอันเปราะบางระหว่างสหรัฐ และอิหร่าน
หน่วยงานดังกล่าวระบุว่าได้รับรายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ ณ บริเวณ 30 ไมล์ทะเล (56 กิโลเมตร) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองท่าอัลฮุดัยดะฮ์ (Al Hudaydah) ในประเทศเยเมน
“เรือสินค้าลำหนึ่งได้ส่งสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉิน โดยระบุว่าพวกเขากำลังถูกโจมตีจากกลุ่มผู้โจมตีที่ไม่ทราบฝ่าย” UKMTO ระบุในโพสต์บนแพลตฟอร์ม X พร้อมเสริมว่าเจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าว และได้กระตุ้นเตือนให้เรือลำอื่น ๆ "เดินเรือด้วยความระมัดระวัง"
กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน เคยโจมตีเรือพาณิชย์ในทะเลแดงตั้งแต่ปี 2023 ถึง 2025 เพื่อตอบโต้สงครามของอิสราเอลในฉนวนกาซา แต่ที่ผ่านมาส่วนใหญ่ไม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในสงครามระหว่างสหรัฐ กับอิหร่าน
แม้ว่าช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ระหว่างอิหร่านและโอมานจะเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดในโลกสำหรับการขนส่งพลังงานจากตะวันออกกลาง แต่ช่องแคบบับเอลมันเดบ (Bab el-Mandeb Strait) ซึ่งเชื่อมต่อทะเลแดงเข้ากับอ่าวเอเดนและทะเลอาหรับ ก็เป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญอีกเส้นทางหนึ่งเช่นกัน
เส้นทางนี้ทำหน้าที่เป็นเสมือนวาล์วระบายความดันที่สำคัญสำหรับตลาดน้ำมัน เนื่องจากยอดการส่งออกผ่านช่องแคบฮอร์มุซดิ่งลงอย่างรุนแรง จากการที่อิหร่านโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันและเรือสินค้า หลังจากสหรัฐและอิสราเอลเริ่มเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อเดือนกุมภาพันธ์
ซาอุดีอาระเบีย ได้เพิ่มปริมาณการส่งออกน้ำมันผ่านท่อส่งน้ำมันแนวตะวันออก-ตะวันตก (East-West Pipeline) หลังจากช่องแคบฮอร์มุซปิดตัวลง โดยเปลี่ยนเส้นทางการส่งน้ำมันหลายล้านบาร์เรลต่อวันไปยังทะเลแดง น้ำมันเหล่านั้นกำลังถูกส่งผ่านช่องแคบบับเอลมันเดบไปยังเอเชีย ซึ่งช่วยชดเชยอุปทานที่ขาดหายไปบางส่วนให้กับประเทศเศรษฐกิจหลัก เช่น ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้
เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน สหรัฐ และอิหร่านได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจเพื่อยุติสงครามที่ดำเนินมาเกือบ 4 เดือน และเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง พร้อมทั้งกำหนดกรอบเวลาการเจรจา 60 วัน เพื่อบรรลุข้อตกลงสันติภาพถาวร
การขนส่งน้ำมันได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่นั้นมา ข้อมูลจากบริษัทข่าวกรองทางการค้า Kpler ระบุว่า ซาอุดีอาระเบียได้ส่งออกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้วประมาณ 34 ล้านบาร์เรลนับตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน โดยยอดการส่งออกของริยาดในช่วงสองสัปดาห์จนถึงวันที่ 2 กรกฎาคม นั้นมากกว่า 15 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นปริมาณที่ราชอาณาจักรแห่งนี้เคยส่งผ่านช่องแคบดังกล่าวในช่วงวันที่ 9 มีนาคม ถึง 17 มิถุนายน ถึงกว่าเท่าตัว
ด้านราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ซึ่งเป็นราคาอ้างอิงมาตรฐาน ดิ่งลงมาแล้ว 39% จากระดับสูงสุดเมื่อเดือนมีนาคม


