สำนักข่าว Channel News Asia รายงานว่า พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำเมียนมา เดินทางถึงประเทศลาวเมื่อวันที่ 3 ก.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นการเดินทางเยือนประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อาเซียน เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ก้าวขึ้นรับตำแหน่งประธานาธิบดีหลังเลือกตั้ง โดยได้เข้าพบหารือกับประธานาธิบดีทองลุน สีสุลิด ของลาว ที่นครหลวงเวียงจันทน์ และได้ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) หลายฉบับ ซึ่งรวมถึงความร่วมมือด้านเทคโนโลยีอวกาศ
KEY POINTS
- พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำเมียนมา เดินทางเยือนลาว ซึ่งเป็นการเยือนชาติสมาชิกอาเซียนครั้งแรกหลังการเลือกตั้ง เพื่อหารือและลงนามความร่วมมือหลายฉบับ
- การเยือนครั้งนี้เกิดขึ้นแม้ว่าอาเซียนโดยรวมจะยังไม่รับรองรัฐบาลเมียนมา แต่ชาติสมาชิกหลายประเทศเริ่มเพิ่มการปฏิสัมพันธ์และความร่วมมือในระดับทวิภาคีมากขึ้น
- การเดินทางเยือนลาวของผู้นำเมียนมาถูกจับตามองในฐานะตัวชี้วัดว่า จะมีชาติสมาชิกอาเซียนอื่น ๆ เตรียมกระชับความสัมพันธ์กับเมียนมามากขึ้นหรือไม่ในอนาคต
สำนักข่าว Channel News Asia รายงานว่า พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำเมียนมา เดินทางถึงประเทศลาวเมื่อวันที่ 3 ก.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นการเดินทางเยือนประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อาเซียน เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ก้าวขึ้นรับตำแหน่งประธานาธิบดีหลังเลือกตั้ง โดยได้เข้าพบหารือกับ ทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศลาว ที่นครหลวงเวียงจันทน์ และได้ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) หลายฉบับ ซึ่งรวมถึงความร่วมมือด้านเทคโนโลยีอวกาศ
ทั้งนี้ อาเซียนยังไม่ได้รับรองรัฐบาลของ มิน อ่อง หล่าย หรือให้การยอมรับการเลือกตั้งที่สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 25 ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งพรรคสหสามัคคีและการพัฒนา (USDP) ที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพได้รับการประกาศให้เป็นผู้ชนะ โดยถือเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกนับตั้งแต่กองทัพยึดอำนาจเมื่อปี 2564
อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ลาวได้มีการแลกเปลี่ยนความร่วมมือกับเมียนมาหลายครั้ง รวมถึงการส่งคณะผู้แทนที่นำโดยสมาคมมิตรภาพลาว-เมียนมา ไปเยือนกรุงเนปิดอว์ นอกจากนี้ เมื่อเดือนที่แล้วยังมีการหารือระดับสูงอย่างต่อเนื่อง โดยคณะผู้แทนทางทหารของลาวได้เยือนเมียนมา ขณะที่ ทองสะหวัน พมวิหาน รัฐมนตรีต่างประเทศลาว ได้เข้าพบ มิน อ่อง หล่าย ที่เนปิดอว์ ซึ่งพัฒนาการก่อนหน้านี้ได้ปูทางมาสู่การเดินทางเยือนเวียงจันทน์ครั้งนี้ในท้ายที่สุด
เมื่อเดือนที่แล้ว มิน อ่อง หล่าย ได้เดินทางเยือนประเทศเพื่อนบ้านยักษ์ใหญ่อย่างจีนและอินเดีย โดยได้พบกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ที่กรุงปักกิ่ง และบรรลุข้อตกลงอย่างน้อย 18 ฉบับ ในด้านการค้า สาธารณสุข และโครงสร้างพื้นฐาน นโยบายของจีนต่อเมียนมามักยึดหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายใน โดยปักกิ่งมักเรียกร้องให้เมียนมาแสวงหาสันติภาพและการปรองดอง ควบคู่ไปกับการรักษาเสถียรภาพตามแนวชายแดนที่ติดกัน
นอกจากนี้ มิน อ่อง หล่าย ยังได้หารือกับนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี ระหว่างการเยือนอินเดียอย่างเป็นทางการ 5 วัน ในประเด็นด้านการค้า การเชื่อมต่อ และความมั่นคง ซึ่งภายหลังการเยือน กองทัพเมียนมาได้พยายามรุกยึดคืนพื้นที่จากกองกำลังกบฏ เพื่อเปิดเส้นทางการค้าอินเดีย-เมียนมาที่หยุดชะงักมานานหลายปี
ขิ่น ซอ วิน (Khin Zaw Win) ผู้อำนวยการสถาบัน Tampadipa องค์กรรณรงค์ในเมียนมาชี้ว่า การที่เมียนมามีพรมแดนติดกับทั้งจีนและอินเดีย ทำให้เนปิดอว์จำเป็นต้องรักษาความสัมพันธ์อันดีกับทั้งสองชาติ นอกจากนี้ เมียนมายังเป็นระเบียงทางบกเพียงแห่งเดียวที่เชื่อมอินเดียเข้ากับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะเป็นชาติเดียวในอาเซียนที่มีพรมแดนติดกับอินเดีย
นักวิเคราะห์ประเมินว่า ทริปการทูตเหล่านี้ไม่เพียงสร้างความชอบธรรมให้ผู้นำเมียนมา แต่ยังเอื้อประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ต่อจีนและอินเดีย ที่อาจใช้เมียนมาเป็นข้อได้เปรียบในการเจรจากับอาเซียน โดยเฉพาะในการจัดการกับปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงออนไลน์ ซึ่งเมียนมาและกัมพูชากำลังกลายเป็นฐานที่มั่นหลัก ทำให้การบังคับใช้กฎหมายต้องอาศัยความร่วมมือข้ามพรมแดนอย่างมีประสิทธิภาพ
นักวิเคราะห์ยังคาดว่าอาเซียนจะยังคงจุดยืนที่หนักแน่นต่อเมียนมา โดยเรียกร้องให้มีการปฏิบัติตามหลักการฉันทมติ 5 ข้อ (Five-Point Consensus) ก่อนที่จะอนุญาตให้ มิน อ่อง หล่าย หรือรัฐมนตรีต่างประเทศเข้าร่วมการประชุมอาเซียนได้
ขณะที่อาเซียนย้ำถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในประเด็นนี้ แต่ละประเทศสมาชิกต่างเริ่มเพิ่มการมีปฏิสัมพันธ์กับเมียนมามากขึ้นด้วย โดยมี 5 ประเทศที่ส่งรัฐมนตรีต่างประเทศไปเยือนเมียนมาตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาแล้ว ได้แก่ ฟิลิปปินส์ ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และลาว
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย ยังได้ให้คำมั่นเมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมาว่าจะช่วยเป็นสะพานเชื่อมเมียนมากับอาเซียน
ดังนั้น การเดินทางเยือนลาวของ มิน อ่อง หล่าย ในครั้งนี้ จึงถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดในฐานะตัวชี้วัดว่า จะมีประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นๆ ที่เตรียมพร้อมจะกระชับความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีกับเมียนมาให้แน่นแฟ้นขึ้นอีกหรือไม่ในอนาคต





