วันเสาร์ ที่ 30 พฤษภาคม 2569

Login
Login

‘สิงคโปร์ & มาเลเซีย’ คู่แข่งของแลนด์บริดจ์ไทย | กันต์ เอี่ยมอินทรา

‘สิงคโปร์ & มาเลเซีย’ คู่แข่งของแลนด์บริดจ์ไทย | กันต์ เอี่ยมอินทรา

ในเชิงธุรกิจ หากวิเคราะห์ด้วยตัวเลข โครงการแลนด์บริดจ์อาจแข่งแล้วแพ้ เพราะท่าเรือสิงคโปร์และท่าเรือในมาเลเซีย ยังคงมีข้อได้เปรียบ เว้นเสียแต่ว่ารัฐบาลไทยและจีน เห็นโครงการนี้มากกว่าเชิงธุรกิจ เป็นในเชิงของภูมิรัฐศาสตร์?

โครงการแลนด์บริดจ์ มีท่าเรือสิงคโปร์ และท่าเรือกลังและท่าเรือทันจุงบาลาปาส ของมาเลเซีย เป็นคู่แข่งโดยตรง

ในทางธุรกิจที่ก่อนจะตัดสินใจลงทุน สมควรต้องประเมินความเสี่ยง ผลได้ผลเสีย โอกาสในอนาคต และที่สำคัญสินค้าทดแทนและคู่แข่ง ซึ่งในกรณีของแลนด์บริดจ์หรือแม้กระทั่งโปรเจกต์คลองไทยในอดีตนั้น มีคู่แข่งโดยตรงอย่างสิงคโปร์ที่มีท่าเรือที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส ลีน ไม่ล่าช้า และมาเลเซียที่มีพื้นที่มากและก็ระบบดีเช่นกัน

ในภาพกว้างของการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทางเรือ จะประกอบได้ด้วยอย่างต่ำ 2 ข้อต่อ คือการขนส่งสินค้าในตู้คอนเทนเนอร์ลงเรือขนาดเล็ก และรวมตู้จากจุดส่งไปยังเรือแม่ (Mother vessel) เพื่อเดินทางไกลไปยังท่าเรือจุดหมาย และหากจำเป็นก็ต้องถ่ายลงเรือเล็กอีกครั้งเพื่อเข้าสู่ท่าเรือที่ใกล้จุดหมายปลายทางที่สุด ก่อนที่จะถูกส่งจากทางเรือปลายทางด้วยรถไฟหรือรถบรรทุกไปยังที่หมาย

ท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดของไทยอย่างแหลมฉบังนั้น ถึงแม้จะเป็นท่าเรือน้ำลึกที่สามารถรับเรือแม่ได้ แต่อุปสงค์อุปทานก็ยังไม่เทียบเท่าสิงคโปร์หรือมาเลเซีย นี่คือเหตุผลว่าทำไมเส้นทางการเดินเรือสู่ท่าเรือไทยจำต้องแวะเติม/ถ่ายของที่สิงคโปร์/มาเลเซีย แล้วแต่สายเรือ หรือแม้กระทั่งใช้เรือเล็กจากไทยไปรวมสินค้าขึ้นเรือแม่ที่สิงคโปร์

ถูกต้องที่ทำเลของไทยเรานั้นดีเลิศในทางยุทธศาสตร์ เป็นศูนย์กลางของไทย ลาว เมียนมา และกัมพูชา แต่อุปสงค์อุปทานในอนุภูมิภาคนี้เทียบไม่ได้เลยกับปริมาณการค้าที่ผ่านช่องแคบมะละกา นี่คือเหตุผลว่าทำไมสายเรือที่มีมากมายหลายสัญชาติ ทั้งจากบริษัทในประเทศตะวันตก ตะวันออก อเมริกาเหนือหรือใต้ จึงไม่ค่อยนิยมเอาเรือแม่ผ่านท่าเรือไทย เพราะต้องเสียเวลาล่องเข้ามาในอ่าวไทย ไปกลับก็กินเวลาเกือบ 4 วัน (เป็นอย่างน้อย)

สิงคโปร์และมาเลเซีย ยังมีระบบการทำงานที่หากเทียบกับไทยแล้วนั้นพูดได้ว่ารวดเร็ว โปร่งใสและมีประสิทธิภาพมากกว่า และประสบการณ์ที่เป็นฮับการเดินเรือมาเกินกว่า 50 ปี ที่ทำได้ดี จึงสร้างความเชื่อมั่นให้แก่บริษัทสายการเดินเรือ ความเป็นทุนนิยมเต็มตัว คอร์รัปชันน้อย มีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนคาดเดาได้ ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัย

เมื่อทั้งในเชิงอุปสงค์อุปทานที่มีมาก โลเคชันที่ดีที่สุด ประกอบกับการบริหารดำเนินงานอยู่ในปัจจุบันที่ยังทำได้ดีอยู่ ทำให้ราคาค่าขนส่งผ่านท่าเรือทั้งในสิงคโปร์และมาเลเซียนั้นคือทางเลือกที่ดีที่สุดที่จะเชื่อมโลกตะวันออกกับตะวันตกเข้าด้วยกัน การจะทำแลนด์บริดจ์หรือแม้กระทั่งขุดคลองไทย หากมองในเชิงเศรษฐกิจนั้นหากพูดให้สั้นและตรงที่สุด ก็คือ ยากมากที่จะแข่งแล้วชนะ

การจะย่นเวลาเพียง 3-4 วันตามที่โครงการแลนด์บริดจ์เสนอทางเลือกแก่โลก แต่ต้องแลกมาด้วยความวุ่นวายทั้งในการยกตู้คอนเทนเนอร์ขึ้นลงเรือ ขึ้นลงรถหรือรถไฟ ความวุ่นวายทางศุลกากร การตรวจสินค้าแบบไทย ความวุ่นวายในการหาเรือเล็กใหญ่อย่างน้อย 2 ลำเพื่อมาต่อรับส่งสินค้าจากเดิมที่ใช้เพียงหนึ่งลำ ไม่นับรวมปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน

จึงสามารถพูดได้ว่าในเชิงธุรกิจแล้ว หากวิเคราะห์ด้วยตัวเลขอย่างไร้อคติ ด้วยความเข้าใจในธรรมชาติของธุรกิจการขนส่งทางเรือแล้ว โครงการแลนด์บริดจ์จะแข่งแล้วแพ้ เว้นเสียแต่ว่ารัฐบาลไทยและจีน เห็นโครงการนี้มากกว่าเชิงธุรกิจ เป็นในเชิงของภูมิรัฐศาสตร์?