ผอ.องค์การอนามัยโลกเตือน อีโบลาระบาดอย่างรวดเร็วในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและยูกันดา “จะเลวร้ายลงก่อนดีขึ้น” ประเมินความเสี่ยงระดับโลกยังคง “ต่ำ”
เว็บไซต์เอบีซีรายงาน นายทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) แถลงเมื่อวันจันทร์ (25 พ.ค.) ว่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์ซี) รายงานผู้ติดเชื้ออีโบลากว่า 900 คน เสียชีวิตกว่า 220 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้ติดเชื้อยืนยันแล้ว 101 คน และยืนยันเสียชีวิตจากอีโบลา 10 คน ส่วนในยูกันดามีผู้ติดเชื้อเกี่ยวข้องกับการเดินทางห้าคน เสียชีวิตหนึ่งคน
“เรากำลังเผชิญกับการระบาดที่ร้ายแรงและยากลำบากอย่างยิ่ง มันจะแย่ลงก่อนที่จะดีขึ้น” นายทีโดรสกล่าวเมื่อวันจันทร์ “แต่เรารู้จักไวรัสนี้ และเรารู้ว่าจะหยุดมันได้อย่างไร เราเคยหยุดการระบาดของอีโบลาได้ทุกครั้งก่อนหน้านี้ และเราจะหยุดการระบาดครั้งนี้ได้เช่นกัน”
นายทีโดรสกล่าวด้วยว่า เขาเห็นตรงกับประธานาธิบดีซีริล รามาโฟซาของแอฟริกาใต้ที่ว่า ต้องเอาชนะการระบาดด้วยความเป็นเอกภาพ
“คำถามคือเราจะทำได้เร็วแค่ไหน และต้องมีผู้เสียชีวิตอีกเท่าไหร่ก่อนเราลงมือทำ” ผอ.ดับเบิลยูเอชโอย้ำ
สัปดาห์ก่อนนายทีโดรสจัดให้การระบาดของอีโบลาเป็นเหตุฉุกเฉินด้านสาธารณสุขที่นานาชาติต้องสนใจ ซึ่งต่ำกว่าการระบาดใหญ่ (pandemic) หนึ่งระดับตามระบบเตือนภัยของดับเบิลยูเอชโอ
นายทีโดรสกล่าวในวันจันทร์ว่า ดับเบิลยูเอชโอยังคงพิจารณาความเสี่ยงระดับชาติอยู่ที่ “สูงมาก” ความเสี่ยงระดับภูมิภาคยัง “สูง” ส่วนความเสี่ยงระดับโลกยังคง “ต่ำ”
อย่างไรก็ตาม การระบาดทำให้หลายประเทศ เช่น สหรัฐ อินเดีย สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย ออกมาตรการจำกัดการเดินทาง
สหรัฐไม่อนุญาตให้ชาวต่างชาติที่เพิ่งเดินทางมาจากดีอาร์ซี ยูกันดา และซูดานใต้เข้าประเทศ ส่วนผู้ถือหนังสือเดินทางสหรัฐและพลเมืองที่เดินทางกลับมาจากสามประเทศนี้จะถูกส่งไปยังสนามบินดัลเลสในรัฐเวอร์จิเนีย เพื่อตรวจคัดกรองอาการและสอบถามถึงความเป็นไปได้ในการสัมผัสกับเชื้อโรค
สนามบินนานาชาติฮาร์ทส์ฟิลด์-แจ็กสัน แอตแลนตา เริ่มใช้มาตรการตรวจคัดกรองเข้มงวดตั้งแต่เช้าวันเสาร์ (23 พ.ค.) ส่วนสนามบินนานาชาติจอร์จ บุช ในฮิวสตัน เริ่มใช้เมื่อช่วงดึกวันอังคาร (26 พ.ค.)
ผู้มีถิ่นพำนักถาวรตามกฎหมาย (ผู้ถือกรีนการ์ด) ที่ไปหนึ่งในสามประเทศนี้ในช่วง 21 วันที่ผ่านมาจะไม่สามารถเข้าสหรัฐได้เป็นการชั่วคราว
นายทีโดรสกล่าวต่อไปว่า ทีมเจ้าหน้าที่ดับเบิลยูเอชโอกำลังลงพื้นที่ระบาดช่วยดูแลการตามรอยโรค ตั้งศูนย์รักษา ควบคุม และป้องกันโรค โดยตัวเขามีกำหนดเดินทางไปดีอาร์ซีในวันอังคาร และว่า ยังมีความท้าทายอีกหลายมิติ เช่น การตรวจพบล่าช้า นอกจากนี้ยังไม่มีวัคซีนผ่านการอนุมัติหรือการรักษาไวรัสอีโบลาสายพันธุ์บุนดีโบเกียวที่กำลังระบาด
ขณะนี้ดับเบิลยูเอชโอนำการรักษาด้วยแอนติบอดีสองวิธีมาทดลองทางคลินิกเพิ่มเติม และแนะนำให้ทดสอบยาต้านไวรัสโอเบลเดซิเวียร์ เป็นยาป้องกันสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูง

