ทรัมป์เพิ่มแรงกดดันซาอุดีอาระเบียและกาตาร์ยอมรับอิสราเอล ด้วยการเข้าร่วมในข้อตกลงอับราฮัม อ้างช่วยเสริมข้อตกลงสันติภาพเฉพาะกาลที่เขากำลังเจรจากับอิหร่าน
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงาน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ทรูธโซเชียล เมื่อวันจันทร์ (25 พ.ค.) ตามเวลาท้องถิ่นว่า การเจรจากับอิหร่าน “กำลังดำเนินไปด้วยดี”
“เพื่อพยายามรวบรวมชิ้นส่วนปริศนาที่ซับซ้อนนี้เข้าด้วยกัน อย่างน้อยควรบังคับให้ประเทศเหล่านี้ทั้งหมดลงนามในข้อตกลงอับราฮัมพร้อมกัน”
ทรัมป์ระบุชื่อปากีสถาน ตุรกี อียิปต์ และจอร์แดน ซึ่งฝ่ายหลังมีความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการกับอิสราเอลอยู่แล้วแต่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในข้อตกลงอับราฮัม (อับราฮัมแอคคอร์ด) ข้อตกลงประวัติศาสตร์สมัยทรัมป์วาระหนึ่ง ที่มีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) และบาห์เรนร่วมด้วย
“มันควรเริ่มต้นด้วยการที่ซาอุดีอาระเบียและกาตาร์ลงนามทันที แล้วคนอื่นๆ ควรทำตาม”
“ถ้าพวกเขาไม่ทำ ก็ไม่ควรเป็นส่วนหนึ่งของดีลนี้ เพราะแสดงให้เห็นถึงเจตนาไม่ดี” ทรัมป์เสริมโดยอ้างถึงข้อตกลงอิหร่านที่อาจเกิดขึ้น
บลูมเบิร์กรายงานว่า คำพูดของทรัมป์อาจเป็นวิธีหนึ่งเพื่อเอาใจกลุ่มที่แข็งกร้าวกับอิหร่านเช่น ลินด์เซย์ เกรแฮมสมาชิกวุฒิสภาพรรครีพับลิกัน ผู้เคยเตือนทรัมป์ไม่ให้ยอมอ่อนข้อให้กับอิหร่าน
ด้านซาอุดีและกาตาร์ยังไม่ให้ความเห็นกับบลูมเบิร์ก แต่เคยกล่าวว่า พวกเขาจะยอมรับอิสราเอลก็ต่อเมื่ออิสราเอลเห็นชอบให้มีรัฐปาเลสไตน์เท่านั้น
ในโพสต์ยาวเหยียดประมาณ 550 คำ ทรัมป์กล่าวด้วยว่า อิหร่านสามารถมาร่วมอับราฮัมแอคคอร์ดได้ ซึ่งโอกาสที่จะเกิดเรื่องนั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลย ตราบใดที่ระบอบการปกครองแบบผู้นำศาสนาของอิหร่าน ซึ่งเรียกร้องให้ทำลายรัฐยิว ยังคงอยู่ในอำนาจ
“ว้าว... นั่นคงเป็นอะไรที่พิเศษมากเลยล่ะ!” ทรัมป์กล่าวถึงการที่อิหร่านเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลง

