วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

‘ถ้าไม่จำเป็น อย่าซื้อทอง’ หลังทองทำอินเดียขาดดุล ค่าเงินรูปีอ่อนแอ

‘ทองคำ’ ที่ฝังรากลึกในวิถีชีวิตชาวอินเดีย กำลังกลายเป็นโจทย์ใหญ่ เมื่อการนำเข้าพุ่งกว่า 32% ซ้ำเติมขาดดุลการค้าและกดดันค่าเงินรูปี จน ‘โมดี’ ต้องออกโรงขอประชาชนว่า ‘ถ้าไม่จำเป็น ก็อย่าซื้อทอง’

นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดีของอินเดีย ออกมาเรียกร้องให้ประชาชน หลีกเลี่ยงการซื้อทองคำหากไม่จำเป็น ท่ามกลางแรงกดดันจากการขาดดุลการค้าที่เพิ่มขึ้นและค่าเงินรูปีที่อ่อนแอ พร้อมผลักดันแนวคิดพึ่งพาตนเองและสนับสนุนสินค้าที่ผลิตในประเทศ

“ถ้าไม่จำเป็น ก็อย่าซื้อทอง” โมดีกล่าวผ่านวิดีโอที่เผยแพร่บน X (Twitter) พร้อมระบุว่า ท่ามกลางสงครามที่กระทบห่วงโซ่อุปทานโลก อินเดียจำเป็นต้องพึ่งพาตนเองมากขึ้นเพื่อรักษาการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยยังเรียกร้องให้ประชาชน “ซื้อสินค้าในประเทศ” และ “ลดการเดินทางไปต่างประเทศ” เพื่อท่องเที่ยวหรือจัดงานแต่งงาน

ความเคลื่อนไหวดังกล่าว เกิดขึ้นหลังการนำเข้าทองคำของอินเดียในช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณที่เริ่มเดือนเมษายน “พุ่งขึ้นมากกว่า 32% จากปีก่อน” และมีส่วนกดดันค่าเงินรูปี 

ขณะที่การขาดดุลการค้าเดือนกรกฎาคมขยายตัวแตะเกือบ 3.2 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม

“ทองคำ” ถือเป็นสินค้านำเข้ารายใหญ่อันดับ 2 ของอินเดียรองจากน้ำมัน และเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประเทศขาดดุลการค้า เนื่องจากอินเดียเป็น “ผู้ซื้อทองคำรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก” และต้องพึ่งพาทองจากต่างประเทศเกือบทั้งหมด ขณะที่ทองยังฝังรากลึกในวัฒนธรรมการออม งานแต่งงาน และเทศกาลทางศาสนา

อย่างไรก็ตาม สื่อท้องถิ่นรายงานว่า รัฐบาลกำลังพิจารณา “ลดภาษีนำเข้าทองคำและเงิน” หลังจากการขึ้นภาษีก่อนหน้านี้ไม่สามารถสกัดการนำเข้าได้ โดยเมื่อเดือนพฤษภาคม อินเดียเพิ่งปรับขึ้นภาษีทองคำและเงินมากกว่าเท่าตัวเพื่อควบคุมความต้องการ

กระแสข่าวเรื่องการลดภาษีดังกล่าวทำให้ราคาทองคำในประเทศผันผวน แม้รัฐบาลยังไม่ได้ส่งสัญญาณอย่างเป็นทางการว่าจะปรับลดภาษีเมื่อใด

นี่นับเป็นครั้งที่ 2 ในปีนี้ที่โมดีออกมาเรียกร้องให้ชาวอินเดียลดการซื้อทอง หลังเมื่อเดือนพฤษภาคม เคยขอให้ประชาชนงดซื้อทองเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี เพื่อช่วยรักษาทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของประเทศ

อ้างอิง: bloomberg