"อิรักและปากีสถาน" ทำข้อตกลงกับ "อิหร่าน" อนุญาตเรือบรรทุกน้ำมันออกจากอ่าวเปอร์เซีย ตอกย้ำอำนาจเตหะรานควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ
สำนักข่าวรอยเตอร์อ้างอิงแหล่งข่าว 5 ราย เผยในวันอังคาร (12 พ.ค) ว่า ทั้งอิรักและปากีสถานได้ทำข้อตกลงกับอิหร่านในการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวออกจากอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้แสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถของเตหะรานในการควบคุมการไหลเวียนของพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
สงครามสหรัฐ-อิสราเอลต่ออิหร่าน ทำให้การส่งออกพลังงานของภูมิภาคตะวันออกกลางลดลงอย่างมาก ซึ่งโดยปกติแล้วเป็นแหล่งจัดหาน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลวราว 20% ของโลก ขณะที่สหรัฐก็ปิดล้อมท่าเรืออิหร่านเมื่อสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา
เคลาดีโอ สเตียร์ จากสถาบันพลังงานศึกษาของออกซ์ฟอร์ดชี้ว่า แม้อิหร่านพยายามยุติการสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซในตอนแรก แต่ท่าทีดังกล่าวกำลังเปลี่ยนแปลงไป
“อิหร่านได้เปลี่ยนจากปิดกั้นไปเป็นการควบคุมการเข้าถึงช่องแคบ ฮอร์มุซไม่ใช่เส้นทางสัญจรที่เป็นกลางอีกต่อไป มันเป็นเส้นทางที่ถูกควบคุม” สเตียร์กล่าว
เนื่องจากการขนส่งน้ำมันดิบส่วนใหญ่ของอิรักขนส่งผ่านช่องแคบนี้ อิรักจึงเป็นหนึ่งในบรรดาผู้ผลิตที่ได้รับผลกระทบหนักสุดจากการปิดช่องแคบ ขณะที่ปากีสถานที่พยายามช่วยไกล่เกลี่ยความขัดแย้งในภูมิภาค ก็พึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากอ่าวเปอร์เซียอย่างหนัก และเผชิญกับต้นทุนด้านเชื้อเพลิงพุ่งสูงขึ้น
ทั้งนี้ ภายใต้ข้อตกลงระหว่างแบกแดดและเตหะรานซึ่งยังไม่เคยรายงานก่อนหน้านี้ เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่มากสองลำของอิรักผ่านช่องแคบได้อย่างปลอดภัย เมื่อวันอาทิตย์ (10 พ.ค.) ซึ่งแต่ละลำบรรทุกน้ำมันดิบราว 2 ล้านบาร์เรล
เจ้าหน้าที่กระทรวงน้ำมันอิรักที่ทราบเกี่ยวกับข้อตกลงดังกล่าวเผยกับรอยเตอร์ว่า ตอนนี้อิรักกำลังพยายามขออนุมัติจากอิหร่าน เพื่อให้เรือขนส่งผ่านเส้นทางดังกล่าวได้มากขึ้น ขณะที่รัฐบาลต้องพยายามปกป้องรายได้จากน้ำมันที่คิดเป็นสัดส่วน 95% ของงบประมาณประเทศ
“อิรักเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดอิหร่านและหากเศรษฐกิจของอิรักเสื่อมถอยลง ก็จะส่งผลเสียต่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของอิหร่านในประเทศนั้นด้วย” แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่อิรักกล่าว
ด้านเจ้าหน้าที่กระทรวงน้ำมันอิรักอีกคนหนึ่ง และแหล่งข่าวอุตสาหกรรมขนส่งอิรัก ยืนยันว่ามีการหารือในเตหะรานจริง อย่างไรก็ตาม โฆษกรัฐบาลอิรักยังไม่ตอบกลับคำขอความเห็นจากรอยเตอร์เกี่ยวกับเรื่องนี้ในทันที
ปากีสถานเตรียมรับ LNG จากกาตาร์
แหล่งข่าวอุตสาหกรรมพลังงานสองรายกล่าวกับรอยเตอร์ว่า เรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำ ที่บรรทุกก๊าซแอลเอ็นจีของกาตาร์กำลังมุ่งหน้าไปยังปากีสถาน หลังจากมีการบรรลุข้อตกลงทวิภาคีระหว่างอิสลามาบัดและเตหะราน
ในช่วงหนึ่งเดือนก่อนเกิดสงครามปากีสถานเคยได้รับแอลเอ็นจีจากเรือขนส่ง 10 ลำ แต่ตอนนี้ต้องเผชิญกับความยากลำบากมากขึ้น และต้องตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าที่สูงขึ้นสำหรับเครื่องทำความเย็นในช่วงฤดูร้อน
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวบอกว่า ทั้งอิหร่านและปากีสถานไม่ได้จ่ายเงินโดยตรงให้อิหร่าน หรือกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (ไออาร์จีซี) ในการขอผ่านทาง แหล่งข่าวด้านอุตสาหกรรมพลังงานสองรายเผยว่า กาตาร์ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับข้อตกลงทวิภาคีเหล่านี้ แต่ได้แจ้งสหรัฐให้ทราบแล้ว ก่อนจัดส่งน้ำมันให้ปากีสถาน
สำนักงานปิโตรเลียมและกระทรวงข่าวสารของปากีสถาน รวมถึงกระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ ยังไม่ให้ความเห็นกับรอยเตอร์
อิหร่านคุมเข้มฮอร์มุซ
แหล่งข่าวหลายคนที่ทราบเกี่ยวกับการหารือเผยว่า ประเทศอื่นๆ ก็กำลังมองหาข้อตกลงที่คล้ายกัน เนื่องจากต้นทุนพลังงานสูงขึ้น และเกิดการหยุดชะงักในอุปทานอย่างหนัก โดยเฉพาะเขตเศรษฐกิจเอเชีย
ซอล คาโวนิก หัวหน้าฝ่ายวิจัยของบริษัทที่ปรึกษา MST Marquee เตือนว่า
“เมื่อรัฐบาลต่างๆ เต็มใจที่จะทำข้อตกลงกับอิหร่านเพื่อขอผ่านช่องแคบมากขึ้น อาจเกิดความเสี่ยงที่จะทำให้แนวคิดที่ว่า ‘อิหร่านจะควบคุมช่องแคบฮอร์มุซอย่างถาวร’ กลายเป็นเรื่องปกติ”
ทั้งนี้ ตามข้อมูลการขนส่ง ก่อนเกิดสงครามมีเรือขนส่งราว 3,000 ลำ ผ่านช่องแคบฮอร์มุซในแต่ละเดือน แต่ปริมาณการสัญจรตอนนี้เหลือเพียงประมาณ 5% ของระดับก่อนเกิดสงครามเท่านั้น
การหยุดชะงักในช่องแคบทำให้น้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มมากกว่า 50% นับตั้งแต่ความขัดแย้งปะทุขึ้นช่วงสิ้นเดือนก.พ. ขณะที่ราคาก๊าซแอลเอ็นจีนในยุโรปและเอเชียพุ่งขึ้นราว 35-50%
อิหร่านบอกว่าพวกเขาต้องการรักษาการควบคุมช่องแคบไว้หลังจากสิ้นสุดสงคราม และได้เรียกร้องค่าชดเชย การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร และการเข้าถึงทรัพย์สินที่ถูกอายัด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการยุติสงคราม แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐเรียกเงื่อนไขเหล่านั้นว่า “ขยะ” ทำให้ความหวังที่จะบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้งยังริบหรี่
ในขณะเดียวกัน แหล่งข่าวอุตสาหกรรมพลังงานระบุว่า อิหร่านกำลังดำเนินการอย่างเป็นทางการเพื่อควบคุมช่องแคบดังกล่าว ด้านเจ้าหน้าที่กระทรวงน้ำมันของอิรักรายหนึ่งเผยว่า อิหร่านได้ขอให้อิรักส่งเอกสารเรือบรรทุกน้ำมันแต่ละลำ เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งผ่านเส้นทางเดินเรือที่กำหนดไว้ ภายใต้การกำกับดูแลของกองทัพเรืออิหร่าน
ทีมงานเฉพาะทางของกระทรวงน้ำมันอิรักกำลังส่งข้อมูลเกี่ยวกับเรือแต่ละลำอย่างละเอียดให้แก่ทางการอิหร่าน ซึ่งรวมถึงจุดหมายปลายทาง รายละเอียดการขนส่งเจ้าของ และรายละเอียดสินค้า เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ใดๆ ขึ้น
แต่แหล่งข่าวปากีสถานที่ทราบเกี่ยวกับการเจรจาเส้นทางเดินเรือ กล่าวว่า กระบวนการดังกล่าวยังคงมีอุปสรรคอยู่
“บางครั้งไออาร์จีซีก็เปลี่ยนเป้าหมาย ทำให้ทุกอย่างเป็นไปตามแผนได้ยาก แต่เรากำลังพยายามแก้ไขอยู่” แหล่งข่าวกล่าว
‘เวียดนาม’ เรียกร้อง ‘สหรัฐ’ อนุญาติเรือขนน้ำมันฝ่าปิดล้อม
บริษัทน้ำมันปิโตรเวียดนาม (พีวีออยล์) ระบุในจดหมายในวันอังคารว่า หน่วยงานด้านการค้าของพีวีออยล์ เรียกร้องกองทัพสหรัฐอนุญาตให้เรือขนน้ำมันดิบที่บรรทุกน้ำมันจากอิรักผ่านการปิดล้อมในอ่าวเปอร์เซีย เพื่อจัดหาอุปทานที่สำคัญให้กับโรงกลั่นน้ำมันเวียดนาม
ในการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านของสหรัฐ กองทัพสหรัฐได้ขยายการปิดล้อมรวมถึงการขนส่งเข้าไปยังอิหร่าน และสินค้าที่ถือว่าเป็นสินค้าต้องห้ามด้วย แต่ระบุว่า การส่งออกน้ำมันจากประเทศอื่นๆ ในอ่าวเปอร์เซียสามารถแล่นผ่านได้อย่างอิสระ
ทว่าดูเหมือนเงื่อนไขดังกล่าวยังไม่มีความชัดเจน เพราะเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ Agio Fanourios I ติดธงประเทศมัลตา บรรทุกน้ำมันดิบ 2 ล้านบาร์เรล แล่นออกจากช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันที่ 10 พ.ค. แต่เรือลำดังกล่าวแล่นอยู่แค่ในอ่าวโอมาน ก่อนที่จะวนกลับในวันที่ 11 พ.ค. ตามข้อมูลติดตามเรือขนส่งจากแพลตฟอร์มมารีนทราฟฟิก
ด้านกองบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐ ระบุในแถลงการณ์ตอบกลับรอยเตอร์เกี่ยวกับเรือบรรทุกน้ำมันดังกล่าวว่า กองทัพสหรัฐเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือลำดังกล่าว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการบังคับใช้มาตรการปิดล้อมอิหร่านอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนจากแถลงการณ์ว่ากองทัพเรือสหรัฐจะอนุญาตให้เรือลำดังกล่าวเดินทางไปยังเวียดนามตามที่ร้องขอหรือไม่
ตามรายงานของทัสนิม สำนักข่าวกึ่งรัฐบาลอิหร่าน ระบุว่า เรือ Agio Fanourios I แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซในวันอาทิตย์ โดยใช้เส้นทางเดินเรือที่กำหนดไว้ให้เรืออิหร่าน ซึ่งยังไม่แน่ชัดเช่นกันว่า นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้กองทัพสหรัฐเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือของเรือลำดังกล่าวหรือไม่
สงครามสหรัฐ-อิสราเอลต่ออิหร่านส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซต้องปิด ทำให้เรือหลายร้อยลำติดต้างอยู่ในช่องแคบ และอุปทานพลังงานโลกหยุดชะงัก
หว่าง ดิงห์ ตุง รองประธานบริษัทพีวีออยล์ ระบุในจดหมายเมื่อวันที่ 12 พ.ค. ที่ส่งต่อไปยังกองทัพและคณะผู้แทนทางการทูตของสหรัฐว่า “เรือขนส่งลำนี้มีความสำคัญอย่างมากต่อโรงกลั่น Nghi Son Refinery (เอ็นเอสอาร์พี) ต่อสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และต่อประชาชนชาวเวียดนาม” และเสริมว่า
“ปริมาณวัตถุดิบของเอ็นเอสอาร์พี อยู่ในระดับวิกฤติ ความล่าช้าที่มากขึ้นอาจเสี่ยงทำให้กำลังการผลิตของโรงกลั่นหยุดชะงัก ซึ่งจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อผู้บริโภค ธุรกิจ บริการสาธารณะ และอุตสาหกรรมต่างๆ ในเวียดนามหลายล้านราย”
ด้านพีวีออยล์เผยว่าได้ยืนยันอย่าง “ชัดเจน” แล้วว่าเรือลำดังกล่าวบรรทุกน้ำมันดิบบาสราของอิรัก ซึ่งจำหน่ายโดย “เอสโอเอ็มโอ” บริษัทน้ำมันรัฐบาลอิรัก หลังจากที่เรือบรรทุกน้ำมันลำดังกล่าวได้รับน้ำมันในช่วงวันที่ 10-14 เมษายน

