กระทรวงการคลังสหรัฐ ประกาศใช้มาตรการคว่ำบาตรทางการเงินอย่างเด็ดขาดต่อสถาบันทางการเงินจำนวน 8 แห่งซึ่งตั้งอยู่ในประเทศแคนาดา
KEY POINTS
- กระทรวงการคลังสหรัฐ ประกาศคว่ำบาตรสถาบันการเงิน 8 แห่งในแคนาดา หลังพบว่ามีส่วนช่วยทำธุรกรรมให้กับนิติบุคคลของอิหร่านที่อยู่ในบัญชีดำ
- มาตรการลงโทษประกอบด้วยการตัดสถาบันการเงินดังกล่าวออกจากระบบเงินดอลลาร์โดยสิ้นเชิง อายัดทรัพย์สินในสหรัฐ และห้ามบุคคลหรือบริษัทอเมริกันทำธุรกรรมด้วย
- การดำเนินการนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์กดดันอิหร่าน โดยรัฐมนตรีคลังสหรัฐ ย้ำว่าแคนาดาจะต้องไม่กลายเป็นดินแดนปลอดภัยสำหรับผู้ที่ช่วยอิหร่านหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร
- นอกจากนี้ สหรัฐยังได้ตัดแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซี MEXC Global ออกจากระบบการเงิน เนื่องจากพบประวัติการทำธุรกรรมที่เชื่อมโยงกับการหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรของอิหร่าน เกาหลีเหนือ และรัสเซีย
สำนักข่าว Reuters รายงานว่า กระทรวงการคลังสหรัฐ ประกาศใช้มาตรการคว่ำบาตรทางการเงินอย่างเด็ดขาดต่อสถาบันทางการเงินจำนวน 8 แห่งซึ่งตั้งอยู่ในประเทศแคนาดา หลังจากเปิดเผยข้อมูลการสืบสวนพบว่า สถาบันทางการเงินเหล่านี้มีส่วนเอื้ออำนวยและสนับสนุนการทำธุรกรรมร่วมกับนิติบุคคลของประเทศอิหร่านที่อยู่ในบัญชีดำ โดยสหรัฐตัดสิทธิ์สถาบันการเงินดังกล่าวออกจากระบบการเงินที่อิงสกุลเงินดอลลาร์โดยสิ้นเชิง พร้อมทั้งระงับทรัพย์สินทั้งหมดในสหรัฐ และห้ามไม่ให้บุคคลหรือนิติบุคคลอเมริกันเข้าทำธุรกรรมใดๆ ร่วมด้วย
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ นับเป็นยุทธศาสตร์ล่าสุดในชุดมาตรการของกระทรวงการคลังสหรัฐ ในการเดินหน้ากดดันภาคธุรกิจและสถาบันการเงินนอกสหรัฐ ที่ถูกระบุว่ามีส่วนช่วยเหลือรัฐบาลอิหร่านในการหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร ขณะที่รัฐบาลวอชิงตันยังคงเดินหน้ายกระดับมาตรการกดดันและปิดล้อมทางเศรษฐกิจต่อทางการเตหะรานอย่างเข้มข้น
สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ ออกมาเน้นย้ำจุดยืนที่แข็งกร้าวว่า "ประเทศแคนาดาจะต้องไม่กลายเป็นดินแดนปลอดภัยสำหรับผู้อำนวยความสะดวกทางการเงินที่ผิดกฎหมาย ซึ่งให้บริการหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรแก่ระบอบปกครองของอิหร่านและกลุ่มตัวแทน โดยกระทรวงการคลังสหรัฐ จะติดตามและเข้าขัดขวางเส้นทางการเงินของระบอบอิหร่านในทุกมุมโลกอย่างไม่ละเว้น"
สำหรับสถาบันและผู้ให้บริการทางการเงินที่ถูกระบุตัวตนและขึ้นบัญชีดำในรัฐออนแทริโอและรัฐบริติชโคลัมเบีย ประเทศแคนาดา ประกอบด้วย Diverse Trade Inc (ซึ่งดำเนินธุรกิจภายใต้ชื่อ Million Exchange), 1380079 BC Limited, Top PC Technician Inc, NIA Nations Currency Ltd, 2397639 Ontario Ltd (ซึ่งดำเนินธุรกิจภายใต้ชื่อ Farah Exchange), CCC Inc, B Galaxy Inc และ Darvish Exchange
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐ เปิดเผยเพิ่มเติมในแถลงการณ์อีกฉบับว่า เครือข่ายสืบสวนอาชญากรรมทางการเงิน (FinCEN) ซึ่งเป็นหน่วยงานต่อต้านการฟอกเงินภายใต้สังกัดกระทรวงฯ ได้ออกคำสั่งตัดแพลตฟอร์มซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราเสมือนหรือคริปโทเคอร์เรนซีระดับโลกอย่าง MEXC Global ออกจากระบบการเงินของสหรัฐเช่นเดียวกัน เนื่องจากพบประวัติการทำธุรกรรมที่เชื่อมโยงกับการหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรของประเทศอิหร่าน เกาหลีเหนือ และรัสเซีย
หน่วยงาน FinCEN ระบุว่า คำสั่งดังกล่าวมีผลบังคับให้สถาบันการเงินทั้งหมดในสหรัฐ ต้องระงับและห้ามการประมวลผลการโอนเงินใดๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ MEXC Global ซึ่งจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทในสาธารณรัฐเซเชลส์ โดยจากการตรวจสอบพบว่า แพลตฟอร์มดังกล่าวได้เอื้ออำนวยให้เกิดการทำธุรกรรมทางการเงินที่ผิดกฎหมายคิดเป็นมูลค่ารวมกันไม่ต่ำกว่า 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับอิหร่าน เกาหลีเหนือ รัสเซีย ตลอดจนบุคคลทางการเมืองและเศรษฐกิจอื่นๆ ที่ตกอยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรด้วย





