วันเสาร์ ที่ 7 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

IMF เตือนจับตาวิกฤติหุ้น AI เศรษฐกิจเสี่ยง แบงก์ชาติคุมเงินเฟ้อยากขึ้น

IMF จับตาวิกฤติหุ้นเทคโนโลยี หลังชัยชนะของเดโมแครตจุดแรงเทขายหุ้น AI ชี้ความผันผวนจะทำให้ธนาคารกลางทั่วโลกคุมเงินเฟ้อยากขึ้น เตือนการลงทุน AI ที่แบกเศรษฐกิจโลกกลางสงคราม อาจกลายเป็นความเสี่ยงต่อการเติบโตและเสถียรภาพการเงิน

คริสตาลินา กิออร์กิเอวา กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กล่าวถึงกรณีความระส่ำในตลาดการเงินโลกจากแรงเทขายหุ้นเทคโนโลยีว่า "ธนาคารกลางทั่วโลก" จำเป็นต้องพิจารณาความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจจะชะลอตัวลงจากปัจจัยเรื่องปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่อ่อนแรงลง มาประกอบการพิจารณามาตรการควบคุมเงินเฟ้อ

หัวเรือใหญ่ IMF ย้ำว่า ความกังวลเกี่ยวกับการพึ่งพาการลงทุนใน AI มากเกินไป รวมถึงมูลค่าหุ้นในระดับสูง กำลังส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินทั่วโลก

“ตลาดกำลังขึ้นๆ ลงๆ และความผันผวนเช่นนี้มีแนวโน้มจะดำเนินต่อไป” กิออร์กิเอวาในงานที่สำนักงานใหญ่ไอเอ็มเอฟในกรุงวอชิงตัน พร้อมระบุว่า "ความผันผวนดังกล่าวจะทำให้การดำเนินนโยบายของธนาคารกลางยากลำบากขึ้น ในช่วงที่ความเสี่ยงต่อเสถียรภาพราคากำลังเพิ่มสูงขึ้น"

ทั้งนี้ แรงเทขายหุ้นเทคโนโลยีอย่างรุนแรงเมื่อวันพฤหัสบดีลุกลามไปยังตลาดการเงินทั่วโลก หลังนักลงทุนวิตกว่า ชัยชนะของพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ จะนำไปสู่การกำกับดูแลอุตสาหกรรม AI ที่เข้มงวดขึ้น และทำให้การขยาย "ดาต้าเซ็นเตอร์" ชะลอตัวลง ส่งผลให้นักลงทุนหันเข้าซื้อพันธบัตรเพื่อหลบความเสี่ยง

ความกังวลทางการเมืองครั้งนี้ยิ่งซ้ำเติมกระแสลงทุน AI ที่เริ่ม "เปราะบางอยู่ก่อนแล้ว" ซึ่งตลาดกังวลเรื่องความคุ้มค้าของผลตอบแทนเม็ดเงินมหาศาลที่ทุ่มลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI โดยแรงเทขายที่เกิดขึ้นยังส่งผลให้นักลงทุนบางส่วนถูกเรียกหลักประกันเพิ่มเติม (Margin Call) จนสร้างความตื่นตระหนกทั้งในกลุ่มนักลงทุนรายย่อยไปจนถึงเฮดจ์ฟันด์

กิออร์กิเอวา กล่าวว่า กระแสการลงทุน AI กำลังช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจในบางประเทศ และช่วยชดเชยผลกระทบเชิงลบจากภาวะอุปทานน้ำมันหยุดชะงักที่เกิดจากสงครามตะวันออกกลาง แต่ในขณะเดียวกัน การลงทุนดังกล่าวก็เพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อและสร้างความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเงินด้วย

เมื่อเดือนที่แล้ว IMF เพิ่ง "เตือน" ถึงความเสี่ยงสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและเสถียรภาพทางการเงิน หากกระแสการลงทุน AI สิ้นสุดลง รวมถึงปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น สงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ

ในเวลานั้น ไอเอ็มเอฟเตือนว่าหากการลงทุน AI ลดลงอย่างรุนแรง อาจทำให้ราคาสินทรัพย์ปรับตัวลงอย่างหนัก และส่งผลให้จีดีพีโลกในปี 2028 ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ 1.1% รวมถึงทำให้ผลผลิตทางเศรษฐกิจของสหรัฐต่ำกว่าคาด 1.8%

อย่างไรก็ตาม กิออร์กิเอวาไม่ได้กล่าวซ้ำถึงตัวเลขคาดการณ์ภายใต้สถานการณ์เลวร้ายดังกล่าวในการแถลงเมื่อวันศุกร์ แต่ยอมรับว่าตลาดการเงินกำลังเผชิญความผันผวนในช่วงที่ผ่านมา

“หากแรงขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจจาก AI ชะลอตัวลง ธนาคารกลางก็จำเป็นต้องนำปัจจัยนี้มาพิจารณาในการประเมินว่า ควรดำเนินมาตรการใดบ้างเพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง” 

ก่อนหน้านี้ รอยเตอร์สรายงานเมื่อวันศุกร์โดยอ้างข้อมูลจากเจ้าหน้าที่รัฐสภาและกลุ่มผู้สนับสนุนนโยบายว่า พรรคเดโมแครตกำลังเตรียมเสนอร่างกฎหมายจำนวนมากเพื่อกำกับดูแลระบบ AI และการพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์ หลังมีกำหนดเข้าทำหน้าที่ใหม่คุมสภาคองเกรสสหรัฐในเดือนม.ค. 2027

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะถือเป็นการ "เปลี่ยนทิศทางครั้งสำคัญ" จากสภาคองเกรสที่มีพรรครีพับลิกันเป็นแกนนำ ซึ่งที่ผ่านมา สมาชิกสภามุ่งเน้นการส่งเสริมการพัฒนา AI เป็นหลัก และไม่มีการผ่านกฎหมายที่จำกัดการใช้เทคโนโลยีดังกล่าว