วันเสาร์ ที่ 7 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

'เทสลา' ถอดใจรถปิคอัพ 'Cybertruck' ยอดต่ำต่อเนื่อง ประกาศเลิกผลิตปีหน้า

'เทสลา' ยอมรับความจริง เตรียมทยอยยุติการผลิต Cybertruck ที่เท็กซัสตั้งแต่กลางปี 2027 หลังยอดขายซบเซาต่อเนื่อง ปีที่แล้วขายได้แค่ 2 หมื่นคัน ห่างไกลหลายเท่าจากเป้าหมาย 2 แสน สะท้อนความล้มเหลวของรถกระบะไฟฟ้าดีไซน์ล้ำที่เคยถูกวางให้เป็นคู่แข่ง Ford และ GM บริษัทเบนเข็มหันเดิมพันอนาคตกับแท็กซี่ไร้คนขับ 'Cybercab'

KEY POINTS

  • เทสลาประกาศจะทยอยยุติการผลิตรถกระบะไฟฟ้า Cybertruck ในช่วงกลางปี 2027
  • สาเหตุหลักมาจากยอดขายที่ซบเซาต่อเนื่องและต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้เป็นอย่างมาก
  • บริษัทจะหันไปมุ่งเน้นการผลิตรถแท็กซี่ไร้คนขับ "Cybercab" และให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีขับเคลื่อนอัตโนมัติมากขึ้น

บริษัทเทสลา อิงค์ (Tesla) ประกาศจะทยอยยุติการผลิตรถกระบะไฟฟ้าดีไซน์สุดล้ำ "ไซเบอร์ทรัค" (Cybertruck) ที่โรงงานกิกะแฟกทอรีในรัฐเท็กซัส ราวกลางปีหน้า 2027 หลังเผชิญยอดขายซบเซาต่อเนื่องมาหลายปี ทั้งที่เคยวางตัวรถรุ่นนี้ให้เป็น "คู่แข่ง" ของรถกระบะจากค่ายรถยนต์ดั้งเดิมจาก ฟอร์ด มอเตอร์ (Ford) และเจนเนอรัล มอเตอร์ (GM) ที่เป็นเจ้าตลาด

อีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของเทสลา เปิดเผยแผนดังกล่าวด้วยตัวเองเมื่อวันศุกร์ โดยนับเป็น "การถอยครั้งใหญ่" จากหนึ่งในโครงการที่มัสก์ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ 

มัสก์โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า การทยอยยุติการผลิต Cybertruck จะทำให้เทสลาสามารถหันไปเพิ่มการผลิต "Cybercab" ซึ่งเป็นรถแท็กซี่ไร้คนขับที่มัสก์วางให้เป็น "หัวใจสำคัญ" ของเป้าหมายกลุ่มรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติในอนาคต แม้ว่ารถรุ่นนี้จะยังไม่สามารถพิสูจน์ความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ได้ก็ตาม

'เทสลา' ถอดใจรถปิคอัพ 'Cybertruck'  ยอดต่ำต่อเนื่อง ประกาศเลิกผลิตปีหน้า

การประกาศดังกล่าวมีขึ้นในช่วงท้ายของสัปดาห์ที่ย่ำแย่สำหรับมัสก์ หลังทุ่ม "เงินสนับสนุนทางการเมือง" สูงเป็นประวัติการณ์เกือบ 500 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.67 หมื่นล้านบาท) แต่กลับแทบไม่ได้ผลตอบแทนทางการเมืองกลับมา เมื่อผู้สมัครจากพรรครีพับลิกันที่เขาสนับสนุนส่วนใหญ่พ่ายแพ้ในการเลือกตั้งกลางเทอมล่าสุด

ขณะเดียวกัน บริษัทต่างๆ ในอาณาจักรของมัสก์ยังมีแนวโน้มสูญเสียมูลค่าตลาดรวมกันมากกว่า 1.8 แสนล้านดอลลาร์ตลอดสัปดาห์ ท่ามกลางแรงเทขายหุ้นเทคโนโลยีที่เขย่าตลาดหุ้นทั่วโลก

ยอดขายตอกย้ำความจริง

เทสลาเริ่มส่งมอบ Cybertruck ให้ลูกค้ามาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2023 แต่ข้อมูลล่าสุดจาก Kelley Blue Book แพลตฟอร์มข้อมูลอุตสาหกรรมยานยนต์ระบุว่า บริษัทขาย Cybertruck ในสหรัฐได้เพียง 20,237 คันเท่านั้นในปีที่แล้ว ลดลง 48% จาก 38,965 คันในปี 2024 และห่างไกลจากเป้าหมายต่อปี 250,000 คัน ที่มัสก์เคยคาดการณ์เอาไว้ในช่วงเริ่มต้นการผลิตเมื่อปี 2023 

“ไม่มีเหตุผลที่จะเดินหน้าผลิตต่อไป หากยอดขายไม่เป็นไปตามเป้าหมาย คนในอุตสาหกรรมรถยนต์ที่คิดอย่างมีเหตุผลทุกคนก็คงพูดเช่นเดียวกัน” แอนดี พาลเมอร์ อดีตซีอีโอของ Aston Martin กล่าว แต่เชื่อว่าคงไม่กระทบต่อฐานะการเงินของเทสลามากนัก

นอกจากยอดขายที่ลดลงหนักในปีที่แล้วยังพบด้วยว่า "SpaceX" บริษัทด้านอวกาศของมัสก์ เป็นหนึ่งในลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของ Cybertruck โดยซื้อรถรุ่นดังกล่าวจากเทสลาคิดเป็นมูลค่า 131 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 ตามราคาขายปลีกที่ประกาศไว้ ซึ่งข้อมูลนี้อ้างอิงมาจากเอกสารยื่นเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) ของ SpaceX

แม้จะยังไม่ชัดเจนว่าเทสลาจะย้ายฐานการผลิต Cybertruck ไปยังโรงงานแห่งอื่น หรือจะทยอยยุติการผลิตรถรุ่นนี้ทั้งหมด แต่โรงงานในเมืองออสติน รัฐเท็กซัส เป็นโรงงานแห่งเดียวของเทสลาที่มีอุปกรณ์สำหรับผลิตชิ้นส่วนเฉพาะทางของรถกระบะรุ่นนี้ ซึ่งมีน้ำหนักมากและตัวถังเป็นเหลี่ยมมุม

ในการตอบตำถามผู้ใช้งานรายหนึ่งบน X มัสก์เรียก Cybertruck ว่าเป็น “รถยนต์ที่ดีที่สุดเท่าที่เทสลาเคยผลิตมา” และกล่าวถึงการทยอยยุติการผลิตครั้งนี้ว่าเป็น “การสิ้นสุดของยุคสมัยหนึ่ง”

ปัจจุบัน เทสลากำลังเปลี่ยนโฟกัสทางธุรกิจไปสู่ "หุ่นยนต์และเทคโนโลยีขับเคลื่อนอัตโนมัติ" มากขึ้น ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าการเปลี่ยนผ่านดังกล่าวกำลังเกิดขึ้นโดยต้องแลกกับการลดความสำคัญของธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าที่เทสลาเคยเป็นผู้บุกเบิก ในช่วงที่บรรดาคู่แข่งจาก "จีน" กำลังขยายส่วนแบ่งตลาดอย่างต่อเนื่อง

หน้าตาแห่งอนาคต

นับตั้งแต่เปิดตัวโปรเจกต์ครั้งแรกในปี 2019 Cybertruck ก็เป็นหนึ่งในโครงการที่สร้างข้อถกเถียงให้กับมัสก์มาโดยตลอด

กลุ่มผู้ชื่นชอบรถกระบะแบบดั้งเดิมต่างล้อเลียนการออกแบบตัวถังที่เป็นเหลี่ยมมุมว่าดีไซน์ล้ำเกินไป ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยคาดการณ์ว่า อาจเป็นเรื่องยากที่รถรุ่นนี้จะได้รับอนุญาตให้จำหน่ายในตลาดสำคัญอย่างยุโรป

แม้แต่งานเปิดตัวรถก็ยังเกิดเหตุการณ์ที่สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ เมื่อมัสก์พยายามพิสูจน์ว่ากระจกรถมีคุณสมบัติทนต่อการแตก ด้วยการให้โยนลูกบอลโลหะใส่ แต่กลับทำให้กระจกรถสองบานแตกร้าวอย่างหนัก

ระหว่างการเปิดตัว Cybertruck อย่างเป็นทางการในปี 2023 มัสก์นำเสนอรถรุ่นนี้ในฐานะคู่แข่งแห่งอนาคตของรถกระบะจาก GM และ Ford โดยประกาศว่า “ในที่สุด อนาคตก็จะมีหน้าตาสมกับที่เป็นอนาคตเสียที”
.

กระบะไฟฟ้ายังไม่ได้เกิด

อย่างไรก็ตาม Cybertruck กลับไม่สามารถทำผลงานได้ตามความคาดหวังดังกล่าว

ข้อมูลจากสำนักงานบริหารความปลอดภัยการจราจรบนทางหลวงแห่งชาติสหรัฐ (NHTSA) ระบุว่า เทสลาเรียกคืน Cybertruck ไปแล้วถึง "11 ครั้ง" นับตั้งแต่เริ่มจำหน่ายในช่วงปลายปี 2023 โดยรถบางคันต้องเข้ารับการซ่อมแซมชิ้นส่วนจริง ขณะที่บางกรณีสามารถแก้ไขได้ผ่านการอัปเดตซอฟต์แวร์จากระยะไกล 

เฟลิเป มูนอซ นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมยานยนต์ กล่าวว่า แม้ Cybertruck จะถูกมองว่าเป็นความล้มเหลวจากยอดขายที่ย่ำแย่ แต่รถกระบะไฟฟ้าจาก Ford และผู้ผลิตรายอื่นๆ ก็ "ไม่ประสบความสำเร็จ" ในตลาดสหรัฐเช่นกัน

'เทสลา' ถอดใจรถปิคอัพ 'Cybertruck'  ยอดต่ำต่อเนื่อง ประกาศเลิกผลิตปีหน้า

“รถกระบะไฟฟ้าทุกรุ่นต่างพ่ายแพ้ในการแข่งขัน เพราะรถกระบะไฟฟ้าไม่ได้รับความนิยมในสหรัฐ” มูนอซกล่าว

แต่สำหรับ Cybertruck การออกแบบตัวถังสเตนเลสที่มีขอบเหลี่ยมคมกลับยิ่งจำกัดโอกาสในการขยายตลาดไปยังยุโรป ซึ่งเป็นภูมิภาคที่รถยนต์ไฟฟ้าได้รับความนิยมมากกว่า

ทั้งนี้ Cybertruck ไม่สามารถผ่านการอนุมัติด้านกฎระเบียบในยุโรปได้ เนื่องจากข้อกำหนดด้านความปลอดภัยเกี่ยวกับผลกระทบต่อคนเดินถนนเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

“ไม่ว่าที่ไหนก็ตามที่มีกฎระเบียบด้านความปลอดภัยในการชนซึ่งคำนึงถึงผลกระทบต่อคนเดินถนน Cybertruck ก็เข้าไปไม่ได้ และไม่มีทางเข้าไปได้” พาลเมอร์ กล่าว

เดิมพันครั้งใหม่ของมัสก์

"Cybercab" ซึ่งเป็นรถแท็กซี่ไร้คนขับที่มีประตูเปิดแบบปีกผีเสื้อ และไม่มีทั้งพวงมาลัย แป้นเหยียบ หรือกระจกมองข้าง ถือเป็นหนึ่งในการเดิมพันครั้งสำคัญของมัสก์ เพื่อเปลี่ยนเทสลาให้กลายเป็นบริษัทด้าน AI และหุ่นยนต์ มากกว่าจะเป็นเพียงผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า

มัสก์กล่าวว่า เขามอง Cybercab เป็นรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติรุ่นหลักของเทสลา ซึ่งจะให้บริการในเครือข่ายแท็กซี่ไร้คนขับทั่วโลก

หลังจากเป้าหมายด้านเทคโนโลยีขับเคลื่อนอัตโนมัติของมัสก์ล่าช้ามาหลายปี เทสลาเริ่มเปิดให้บริการรับส่งผู้โดยสารแบบเก็บค่าโดยสารด้วยรถ Cybercab จำนวนไม่มากนักในเมืองออสติน เท็กซัส เมื่อเดือนก.ย.

อย่างไรก็ตาม เทสลายังต้องตอบคำถามจากหน่วยงานกำกับดูแลความปลอดภัยยานยนต์ของสหรัฐว่า บริษัทได้ดำเนินกระบวนการรับรองด้วยตนเองอย่างถูกต้องหรือไม่ เพื่อแสดงให้เห็นว่า Cybercab ปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยยานยนต์ของรัฐบาลกลาง โดย NHTSA ได้เริ่มกระบวนการตรวจสอบเมื่อเดือนก.ย. เพื่อพิจารณาหลักเกณฑ์ที่เทสลาใช้ในการรับรองดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม Cybercab ยังไม่น่าจะสามารถเข้ามาชดเชยยอดขาย Cybertruck ที่หายไปได้ในเร็วๆ นี้

รถแท็กซี่ไร้คนขับแบบสองที่นั่งรุ่นนี้ยังมีขนาดการดำเนินงานค่อนข้างเล็ก โดยเพิ่งเริ่มการผลิตเมื่อต้นปีนี้ แม้เทสลาจะระบุว่ามีกำลังการผลิตที่ติดตั้งไว้แล้วมากกว่า 125,000 คันก็ตาม

ในขณะที่ข้อมูลจากกรมยานยนต์ของรัฐเท็กซัสระบุว่า ในบรรดารถแท็กซี่ไร้คนขับของเทสลาที่ให้บริการอยู่ในรัฐมากกว่า 1,200 คัน มีรถ Cybercab ประมาณ 570 คัน ขณะที่รถส่วนที่เหลือส่วนใหญ่เป็นรุ่น Model Y


ที่มา: Reuters