วันศุกร์ ที่ 6 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

สหรัฐประกาศเตือนภัยไซเบอร์ 'แฮกตู้แช่เย็น' หวั่นลามธุรกิจอาหาร-โรงพยาบาล

สหรัฐออกประกาศเตือนภัย 'แฮกตู้แช่เย็น' หลังแฮกเกอร์โจมตีระบบตู้แช่เย็นทั่วยุโรปจนอาหารเน่าเสีย หวั่นลามถึงโรงพยาบาล ธุรกิจอาหาร และระบบขนส่งในสหรัฐ เตือนนอกจากสินค้าเสียหายยังเสี่ยงถึงขั้นเกิดเพลิงไหม้ได้ ด้านธนาคารเลือดในฝรั่งเศสโดนด้วย

หน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐ 5 แห่ง นำโดยสำนักงานความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐ (CISA) ได้ออกประกาศเตือนภัยคุกคามทางไซเบอร์ล่าสุดว่า เหตุโจมตีที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจมุ่งเป้าไปยัง "ระบบทำความเย็น" ที่ใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ ของสหรัฐ ทั้งภาคสาธารณสุข เกษตรกรรม การขนส่ง และภาคธุรกิจอื่นๆ 

ประกาศเตือนดังกล่าว เรียกร้องให้บรรดาร้านค้าที่ขายสินค้าอุปโภคบริโภค โรงพยาบาล และธุรกิจอื่นๆ ที่ใช้ระบบทำความเย็นเชิงพาณิชย์ ทั้งตู้แช่เย็น และตู้แช่แข็ง เพิ่มความเข้มงวดของมาตรการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ หลังเกิดเหตุโจมตีหลายครั้งในยุโรป ซึ่งแฮกเกอร์ได้แฮกระบบเข้าไปเปลี่ยนอุณหภูมิตู้แช่เชิงพาณิชย์จากระยะไกล

การเตือนครั้งนี้เน้นย้ำว่า ผู้ไม่หวังดีทั่วโลกกำลังใช้ประโยชน์จาก "ช่องโหว่และจุดอ่อน" ของระบบทำความเย็นที่ "ยังไม่ได้ติดตั้งแพตช์แก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัย" หรือมีการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต" 

“หากผู้โจมตีใช้ประโยชน์จากช่องโหว่เหล่านี้ได้สำเร็จ ก็อาจเปลี่ยนอุณหภูมิของระบบ และอาจก่อให้เกิดความเสียหายทางกายภาพ เช่น ความเสี่ยงจากไฟไหม้ สินค้าในคลังเสียหาย และอายุการใช้งานของระบบเปลี่ยนแปลงไป”

ทั้งนี้ หน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐทั้ง 5 แห่งประกอบด้วย CISA รวมถึงสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (FBI) กระทรวงสาธารณสุขและบริการมนุษย์ กระทรวงเกษตร และกระทรวงคมนาคมของสหรัฐ

ในเอกสารข้อเท็จจริงที่เผยแพร่ควบคู่กัน CISA แนะนำให้ภาคธุรกิจต่างๆ ที่ต้องพึ่งพาระบบทำความเย็นแบบอุตสาหกรรม ควรเพิ่มมาตรการป้องกันให้เข้มข้นขึ้น ทั้งการ "เปลี่ยนรหัสผ่าน ตัดการเชื่อมต่ออุปกรณ์ควบคุมระบบออกจากอินเทอร์เน็ต และอัปเดตซอฟต์แวร์" เพื่อแก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัย

คริส บูเทรา รักษาการผู้ช่วยผู้อำนวยการบริหารฝ่ายความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของ CISA กล่าวว่า ทุกองค์กรที่ต้องพึ่งพาระบบทำความเย็นและระบบติดตามตรวจสอบอุณหภูมิ ควรตั้งสมมติฐานไว้ก่อนว่า ตัวเองอาจตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีได้

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานรัฐบาลกลางไม่ได้ระบุว่า มีระบบทำความเย็นใดในสหรัฐถูกโจมตีแล้วหรือไม่

โจมตีตู้เย็นลุกลามหลายประเทศ

คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นหลังมีรายงานเหตุระบบทำความเย็นขัดข้องในฐานทัพสหรัฐ 6 แห่งเมื่อเดือนส.ค. และเกิดเหตุโจมตีตู้แช่เย็นและตู้แช่แข็งตามซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งในหลายประเทศทั่วยุโรประหว่างเดือนต.ค.-พ.ย.

โทมัส แฮมิลตัน เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของหน่วยสอบสวนคดีอาญากองทัพบกสหรัฐ เปิดเผยกับ CBS News ว่า หน่วยงานดังกล่าวซึ่งเป็นหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลกลางสหรัฐ ได้เริ่มสอบสวนเหตุการณ์เหล่านี้แล้ว

ขณะเดียวกัน ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์ลักษณะคล้ายกันในหลายประเทศทั่วยุโรป โดยแฮกเกอร์มุ่งโจมตีระบบตู้แช่เย็นและตู้แช่แข็งของเครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ตจำนวนมาก ผู้ประกอบการค้าปลีกอาหารรายงานว่า อุณหภูมิในระบบทำความเย็นเพิ่มสูงขึ้นอย่างผิดปกติ ส่งผลให้อาหารในร้านเน่าเสีย

'ธนาคารเลือด' ก็ตกเป็นเป้าโจมตี

เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสเปิดเผยเมื่อวันพุธว่า "เครือข่ายสำรองเลือดฉุกเฉินระดับชาติ" ของฝรั่งเศส ก็ตกเป็นเป้าหมายของแฮกเกอร์ที่พยายามเพิ่มอุณหภูมิระบบทำความเย็นในธนาคารเลือดหลายแห่ง

โจชัว คอร์แมน ผู้บริหารประจำสถาบันด้านความปลอดภัยสาธารณะและการรับมือกับภัยคุกคามของ สถาบันวิจัยด้านเทคโนโลยีและความมั่นคง (Institute for Security and Technology) กล่าวว่า เขาคาดว่าจะเกิดการโจมตีในลักษณะนี้เพิ่มขึ้นอีก

คอร์แมน เตือนว่า ระบบทำความเย็นที่ใช้ในห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ ร้านขายสินค้าอุปโภคบริโภค และคลังสินค้าขนาดใหญ่ในสหรัฐ อาจถูกเจาะระบบได้เช่นกัน

“มีบริษัทที่ผลิตระบบทำความเย็นระดับอุตสาหกรรมอยู่ไม่กี่รายเท่านั้น และระบบเหล่านั้นก็มีแนวโน้มว่าจะมีช่องโหว่ไม่ต่างกัน” คอร์แมนกล่าว


ที่มา: CBS News