มหาเศรษฐีอเมริกันเสียงแตก ‘แบรนสัน’ ปะทะ ‘อีลอน มัสก์’ จับตา ‘รัฐเท็กซัส’ ความกังวลใหญ่ อุตสาหกรรม AI หลังเดโมแครตคว้าชัย แลนสไลด์คลื่นสีน้ำเงิน
KEY POINTS
- ริชาร์ด แบรนสัน และ รีด ฮอฟฟ์แมน ออกมาวิจารณ์การใช้เงินจำนวนมหาศาลในการเมืองหลังพรรคเดโมแครตชนะเลือกตั้งแบบถล่มทลาย
- ในขณะที่ อีลอน มัสก์ ต้องพบว่าเงินเดิมพัน 224 ล้านดอลลาร์ในการเลือกตั้งที่รัฐเท็กซัสไม่เป็นไปตามเป้า
- นักลงทุนมหาเศรษฐีอย่าง บิล แอ็กแมน, ชามัท ปาลีหาปิติยา และ แบรด เกิร์สต์เนอร์ เตือนว่าการที่พรรคเดโมแครตคัดค้านเรื่อง Data Center อาจส่งผลคุกคามต่ออุตสาหกรรม AI
ซีเอ็นบีซีรายงานว่าบรรดามหาเศรษฐีของอเมริกากำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรม หลังจากชัยชนะของ “เดโมแครต” สู่คลื่นสึนามิสีน้ำเงิน โดยเฉพาะ
ผู้บริจาคเงินรายใหญ่ที่สุดของประเทศกลับเปิดศึกโต้เถียงกันเรื่องการใช้เงินหาเสียงที่สูงทำลายสถิติ ส่วนบางคนก็ออกมาเตือนว่าผลการเลือกตั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อความเจริญรุ่งเรืองของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI
‘แบรนสัน’ ปะทะ ‘อีลอน มัสก์’
ริชาร์ด แบรนสัน ผู้ก่อตั้งเวอร์จิน กรุ๊ป (Virgin Group) ได้ออกมาโจมตีเรื่องการใช้เงินหลายพันล้านดอลลาร์ในการเข้าแทรกแซงการเลือกตั้ง
แบรนสันโพสต์ข้อความลงบน LinkedIn เมื่อวันพุธโดยเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการเงินในการหาเสียง พร้อมระบุว่าเขารู้สึกอับอายกับเงินจำนวนมหาศาลที่บรรดาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ทุ่มลงไป ทั้งนี้ แบรนสันไม่ได้บริจาคเงินที่เข้าเกณฑ์ต้องรายงานในรอบการเลือกตั้งปี 2026 นี้
คำกล่าวของแบรนสันมีขึ้นในขณะที่ “อีลอน มัสก์” ซึ่งเป็นผู้บริจาครายใหญ่ที่สุดในการเลือกตั้งครั้งนี้ กำลังมองดูพรรครีพับลิกันที่ตนเองสนับสนุนพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งชิงตำแหน่งวุฒิสภาและผู้ว่าการรัฐเท็กซัส แม้ว่าเขาจะทุ่มเงินไปมากถึง 224 ล้านดอลลาร์ในรัฐดังกล่าว ซึ่งคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของเงินบริจาคทางการเมืองทั่วประเทศรวม 474 ล้านดอลลาร์ที่เป็นสถิติสูงสุดของเขา จากการวิเคราะห์ของ CNBC
ด้านมัสก์ ก็ได้โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X ทำทำนองว่าการสร้างศูนย์ข้อมูลในอวกาศดูเป็นทางเลือกที่น่าสนใจขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนจะปิดท้ายแบบติดตลกว่า “เลเซอร์อวกาศที่ใช้แทรกแซงการเลือกตั้ง” ของเขานั้นใช้งานไม่ได้ผลเสียแล้ว
รีด ฮอฟฟ์แมน ผู้ร่วมก่อตั้ง LinkedIn และเป็นอีกหนึ่งผู้บริจาคทางการเมืองรายใหญ่ ได้แสดงความคิดเห็นด้วยน้ำเสียงที่ดุเดือด บนแพลตฟอร์ม X ว่า “เราควรเอาเงินออกจากวงการการเมือง”
พร้อมกล่าวหาว่ามัสก์ใช้เงินจำนวนมหาศาลเพื่อพยุงพวกตัวตลกเผด็จการให้อยู่ในอำนาจ ในขณะเดียวกันก็ออกมาปกป้องเงินบริจาคที่ตนเองมอบให้กับพรรคเดโมแครต
เศรษฐีอเมริกัน ฉลองชัย ‘เดโมแครต’
ส่วนบรรดาผู้บริจาครายใหญ่ฝ่ายเดโมแครตคนอื่น ๆ ก็ออกมาเฉลิมฉลองกันอย่างคึกคัก โดย “อเล็กซ์ โซรอส” โพสต์ข้อความบน X ระบุว่า “โลกเปลี่ยนไปแล้วเมื่อวานนี้”
พร้อมยกย่องผลการเลือกตั้งว่าเป็นชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์สำหรับคนรุ่นหลัง หลังจากที่ครอบครัวของเขาบริจาคเงินให้แก่พรรคเดโมแครตไปราว 103 ล้านดอลลาร์
กังวลอุตสาหกรรม AI
แต่นอกเหนือจากการปะทะคารมกันทางการเมืองแล้ว บรรดานักลงทุนที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศกลับพากันกังวลถึงผลกระทบที่มากกว่านั้นจากชัยชนะแบบกวาดล้างของเดโมแครต นั่นคืออนาคตของการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ AI
แม้กระทั่งก่อนที่การลงคะแนนเสียงจะปิดลงในวันที่ 3 พ.ย. “บิล แอ็กแมน” ผู้ก่อตั้ง Pershing Square ได้เตือนในรายการ ของช่อง CNBC ว่า “การพัฒนา AI ที่ชะลอตัวลงอาจสร้างความเสี่ยงต่อความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีของอเมริกา โดยเขากล่าวว่า ในทางปฏิบัติแล้วเราจะหยุดชะงักไม่ได้”
ชามัท ปาลีหาปิติยา นักลงทุนและผู้ร่วมดำเนินรายการพอดแคสต์ด้านเทคโนโลยี “All-In” ตั้งคำถามว่าผลคะแนนเบื้องต้นนี้จะพลิกโผหรือไม่ แต่ก็เตือนว่าหากผลลัพธ์นี้คงอยู่ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับธุรกิจการค้า AI นั้นอาจรุนแรงมาก
“และวิธีเดียวที่จะทำลายธุรกิจ AI ลงได้ ก็คือการทำลายศูนย์ข้อมูลทิ้งเสีย”
จับตา ‘รัฐเท็กซัส’
รัฐเท็กซัสกลายเป็นพื้นที่แรกที่สะท้อนความกังวลนี้อย่างชัดเจน เมื่อ “จีนา ฮิโนโฮซา” ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครต ผู้ชูนโยบายชะลอการสร้างศูนย์ข้อมูลใหม่จนกว่าจะมีมาตรการคุ้มครองที่รัดกุม สามารถพลิกชนะ เกร็ก แอบบอตต์ แชมป์เก่ารีพับลิกันที่ครองตำแหน่งมาถึง 3 สมัยได้สำเร็จ
ผู้เชี่ยวชาญในวงการอย่าง แบรด เกิร์สต์เนอร์ CEO ของ Altimeter Capital เตือนว่าชัยชนะของเดโมแครตอาจทำให้กำลังผลิตของศูนย์ข้อมูล AI ราว 10 - 15 กิกะวัตต์ ไม่สามารถเปิดใช้ได้ทันในปี 2027
ขณะที่นักวิเคราะห์วอลล์สตรีทอย่าง แดน ไอเวส ประเมินว่าโครงการศูนย์ข้อมูลทั่วสหรัฐ ถึง 10% อาจต้องถูกพับแผนหรือระงับไป
ลิซ่า ซู ซีอีโอของ AMD ยอมรับว่ากระแสต่อต้านการขยายตัวของ AI กำลังแรงขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมแนะว่าบริษัทเทคโนโลยีต้องพิสูจน์ให้คนในท้องถิ่นเห็นภาพชัดเจนว่าศูนย์ข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์ต่อพวกเขาอย่างไร เพื่อให้ทุกคนได้ประโยชน์ร่วมกันจากเทคโนโลยีนี้
อ้างอิง CNBC





