รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมัน (5 พ.ย. 69) ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังนักลงทุนคาดสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอาจยุติเร็วขึ้น ภายหลังพรรคเดโมแครตได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง
ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคา
(-) ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนท์ปรับตัวลดลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 31 ส.ค. 69 หลังพรรคเดโมแครตได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งทั้งในวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ส่งผลให้สามารถครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรส ซึ่งนักลงทุนมองว่าการเปลี่ยนขั้วอำนาจในสภาคองเกรสนี้ อาจทำให้สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยุติเร็วขึ้น
นอกจากนี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวกับหนังสือพิมพ์ Financial Times ว่าสหรัฐฯ ยังไม่มีแผนการที่จะโจมตีอิหร่านในขณะนี้ พร้อมยอมรับว่าการทำสงครามกับอิหร่านเป็นหนึ่งในปัจจัย ที่ส่งผลให้พรรครีพับลิกันพ่ายแพ้การเลือกตั้งกลางเทอมในครั้งนี้
(-) นักวิเคราะห์จาก BOK Financial กล่าวว่า การที่พรรคเดโมแครตสามารถครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรส อาจส่งผลให้การใช้จ่ายทางการทหารของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลางถูกควบคุมอย่างเข้มงวดมากขึ้น และเพิ่มความเป็นไปได้ในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพได้เร็วยิ่งขึ้น อีกทั้งการส่งออกน้ำมันดิบจากภูมิภาคตะวันออกกลางมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น
(+) ข้อมูลการติดตามเรือจาก Vortexa ระบุว่าปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบคอนเดนเซต และผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป (ไม่รวม LPG) จากกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับในเดือน ต.ค. 69 เฉลี่ยอยู่ที่ 17.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ปรับลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ 18.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน
(+) สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 30 ต.ค. 69 ปรับลดลง 0.9 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 409.8 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับเพิ่มขึ้น 0.9 ล้านบาร์เรล





