รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมัน (3 พ.ย. 69) ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง หลังมีความคืบหน้าการเจรจาสันติภาพในตะวันออกกลาง
ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคา
(-) ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลดลง หลังจากตลาดคลายความกังวลเกี่ยวกับอุปทานพลังงานในระยะสั้น (Short-Term Supply Risk Premium) ขานรับความคืบหน้าเชิงบวกด้านการเจรจาทางการทูตระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งช่วยลดความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางลงชั่วคราว
โดยผู้นำสูงสุดของอิหร่าน นายโมจตาบา คาเมเนอี ได้มอบอำนาจบางประการให้แก่รัฐบาลของประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเคียน ในการดำเนินกระบวนการเจรจาสันติภาพ ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทางนโยบาย เพราะจะช่วยลดขั้นตอนการเจรจา และไม่ต้องกลับไปขอความเห็นชอบจากตนในทุกประเด็นย่อย
รวมถึงกาตาร์ได้ส่งผู้ไกล่เกลี่ยไปเตหะรานเพื่อหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านเกี่ยวกับข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมีความระมัดระวัง เนื่องจากที่ผ่านมาเคยมีสัญญาณความคืบหน้าการเจรจาที่ไม่สามารถนำไปสู่ข้อตกลงได้จริง
(+) ความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมัน นับตั้งแต่เกิดสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันสำรองในคลังทั่วโลกลดลงเกือบ 1,000 ล้านบาร์เรล จากการหยุดชะงักของการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่การโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานยังเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ยังต้องติดตาม
(+) กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและชาติพันธมิตร (OPEC+) มีมติคงนโยบายการผลิตน้ำมันสำหรับเดือน ธ.ค. 69 ซึ่งเป็นการคงนโยบายติดต่อกันเป็นเดือนที่สาม ในการประชุมเมื่อวันที่ 1 พ.ย. 69 ที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน กลุ่ม OPEC+ ประกาศว่าจะจัดประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 29 พ.ย. 69 เพื่อทบทวนสภาพตลาดอีกครั้ง





