วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานอ้างเจ้าหน้าที่ สหรัฐโจมตีเกาะเกชม์ของอิหร่าน ไม่มีสัญญาณปฏิบัติการครั้งใหญ่ แต่ก็ดันราคาน้ำมันตลาดเอเชียขยับขึ้น
หนังสือพิมพ์เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานเมื่อวันจันทร์ (2 พ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น อ้างข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ว่า สหรัฐได้โจมตีเกาะเกชม์ของอิหร่าน โดยก่อนหน้านั้นสำนักข่าว IRNA ของทางการอิหร่านรายงานว่า ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นหลายครั้งบนเกาะเกชม์ ซึ่งตั้งอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ
วอลล์สตรีทรายงานด้วยว่า นี่เป็นการโจมตีครั้งล่าสุดของสหรัฐในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ขนาดปฏิบัติการจำกัดและตั้งใจทำเงียบ ๆ ไม่มีสัญญาณบ่งชี้ว่าเป็นการกลับมาปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ของรัฐบาลวอชิงตัน
สำนักข่าวรอยเตอร์สอบถามไปที่กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ยังไม่ให้ความเห็น
ก่อนหน้านั้นในวันจันทร์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่แน่ใจว่าเขาจะดำเนินการตามคำขู่ที่จะกลับมาโจมตีทางทหารต่ออิหร่านอีกครั้งหรือไม่ พร้อมทั้งกล่าวว่าข้อตกลงกับเตหะรานอาจเกิดขึ้นได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า เขาจะโจมตีอิหร่านหลังการเลือกตั้งในวันอังคาร (3 พ.ย.) หรือไม่ ทรัมป์ตอบชัด “ไม่”
ข่าวดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันตลาดเอเชียซื้อขายช่วงเช้าวันอังคาร (3 พ.ย.) ขยับขึ้น จากความกังวลว่าความขัดแย้งแปดเดือนจะขยายวง อุปทานพลังงานในตะวันออกกลางจะสะดุดต่อไปอีก
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ปิดลดลง 8.66 ดอลลาร์ หรือ 7.63% มาอยู่ที่ 104.77 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อวันจันทร์ (2 พ.ย) ต่อมาในเวลา 8.04 น. ตามเวลาประเทศไทย สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวสูงขึ้น 48 เซนต์ หรือ 0.5% มาอยู่ที่ 105.25 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) ของสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น 47 เซนต์ หรือ 0.5% มาอยู่ที่ 96.93 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
“รายงานข่าวนี้ได้เพิ่มปัจจัยด้าน ‘ส่วนชดเชยความเสี่ยง’ (risk premium) กลับเข้าไปในราคาน้ำมันอีกครั้ง ในขณะที่ตลาดกำลังเริ่มคาดการณ์ถึงแนวทางแก้ไขปัญหาด้วยวิธีทางการทูต การที่สถานการณ์นี้กลับมาตอกย้ำให้เห็นถึงปฏิบัติการทางทหารที่ยังคงดำเนินอยู่ ได้เปลี่ยนบรรยากาศของตลาดไปโดยสิ้นเชิง” ทิม วอเทอเรอร์ หัวหน้านักวิเคราะห์ตลาดของ KCM Trade กล่าว





