วันเสาร์ ที่ 31 ตุลาคม 2569

Login
Login

ราคาน้ำมันดิบพุ่ง ปิดที่ระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน ใกล้แตะ $120

ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้น 2% ปิดที่ระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน เบรนท์ใกล้แตะ 120 ดอลลาร์ จากความกังวลว่าสถานการณ์อิหร่านจะทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง

รอยเตอร์ รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นมากกว่า 2% ในวันศุกร์ (30 ต.ค.69)  และปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน เนื่องจากนักลงทุนเตรียมรับมือความเป็นไปได้ที่สงครามอิหร่านจะทวีความรุนแรงขึ้นหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ ขณะที่เหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซยิ่งตอกย้ำความเสี่ยงด้านอุปทาน

 

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนธันวาคม ซึ่งหมดอายุในวันศุกร์ ปิดเพิ่มขึ้น 2.76 ดอลลาร์ หรือ 2.4% ที่ 117.64 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังระหว่างวันแตะระดับสูงสุดที่ 118 ดอลลาร์ ส่วนสัญญาส่งมอบเดือนมกราคมซึ่งมีการซื้อขายมากกว่า เพิ่มขึ้น 2.63 ดอลลาร์ ปิดที่ 113.43 ดอลลาร์

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) ของสหรัฐ ปิดเพิ่มขึ้น 2.12 ดอลลาร์ หรือ 2.08% ที่ 104.12 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

 

ตลอดเดือนตุลาคม ราคาน้ำมันเบรนท์สูงขึ้น 13.6% ขณะที่ WTI พุ่งขึ้น 15.2%

 

เดนนิส คิสเลอร์ รองประธานอาวุโสฝ่ายการซื้อขายของ BOK Financial กล่าวว่า “นักลงทุนจะยังคงให้ความสนใจกับปริมาณน้ำมันที่ไหลออกจากตะวันออกกลาง รวมถึงแนวโน้มที่สหรัฐ และกองกำลังพันธมิตรจะยกระดับปฏิบัติการ”

 

เมื่อวันศุกร์ เรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งในช่องแคบฮอร์มุซถูกโจมตีด้วยวัตถุระเบิดที่ติดตั้งโดยเรือขนาดเล็ก ตามรายงานของ UKMTO หน่วยงานความมั่นคงทางทะเลของอังกฤษ ขณะนั้นยังไม่ทราบแน่ชัดว่าใครอยู่เบื้องหลังการโจมตีในช่องแคบแห่งนี้ ซึ่งเป็นเส้นทางทางทะเลสำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันดิบและเชื้อเพลิงจากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย

 

แหล่งข่าวในวงการเดินเรือระบุว่า นี่เป็นการโจมตีที่ประสบความสำเร็จครั้งแรกในเส้นทางดังกล่าวโดยใช้ทุ่นระเบิดแม่เหล็ก หรือวัตถุระเบิดที่ติดเข้ากับตัวเรือจากเรือขนาดเล็ก นับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่านเริ่มขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์

  • ฮูตียังโจมตีซาอุฯอย่างต่อเนื่อง

 

สถานทูตสหรัฐในกรุงริยาดระบุเมื่อวันศุกร์ว่า สหรัฐมีคำสั่งให้พนักงานรัฐบาลที่ไม่ปฏิบัติหน้าที่ฉุกเฉินและสมาชิกครอบครัวเดินทางออกจากซาอุดีอาระเบีย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม เนื่องจากความเสี่ยงด้านความปลอดภัย โดยอ้างถึงการโจมตีสนามบินพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญอื่น ๆ ของกลุ่มฮูตี

 

กลุ่มนักรบฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านระบุเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ได้โจมตีหลายพื้นที่ในซาอุดีอาระเบีย รวมถึงโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ราส ตานูรา โรงกลั่นน้ำมันราบิก และโรงงานผลิตน้ำมันในอับกั๊กซึ่งเป็นของ Saudi Aramco บริษัทน้ำมันแห่งชาติ

 

ขณะเดียวกัน กองกำลังผสมที่นำโดยซาอุดีอาระเบียระบุว่า ได้สกัดขีปนาวุธร่อนที่กลุ่มฮูตียิงมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ทางตะวันตกของราชอาณาจักร

 

อีกด้าน แหล่งข่าวซึ่งรับทราบการเจรจาเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ ว่าคณะผู้ไกล่เกลี่ยจากกาตาร์ได้เดินทางกลับไปยังกรุงเตหะรานเมื่อวันศุกร์ ในฐานะส่วนหนึ่งของความพยายามประสานงานเพื่อบรรลุข้อตกลงระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน

 

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า รองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ ได้ติดต่อไปยังอิหร่านเพื่อช่วยให้ประเทศได้รับเวชภัณฑ์ หลังจากสื่อสหรัฐรายงานว่า แวนซ์ได้ส่งจดหมายถึงเจ้าหน้าที่ความมั่นคงระดับสูงของอิหร่านในเตหะราน เพื่อฟื้นการเจรจาสันติภาพ

 

สำนักข่าวกึ่งทางการตัสนีมของอิหร่าน รายงานว่า เตหะรานได้รับจดหมายจากแวนซ์แล้ว แต่ยังไม่ได้ตอบกลับ พร้อมระบุว่า อิหร่านต้องการให้สหรัฐปฏิบัติตามเงื่อนไขของตน และ “จุดยืนใด ๆ ที่ขัดกับกรอบดังกล่าวยอมรับไม่ได้”

 

ตามรายงานสรุปของ Saxo Bank เมื่อวันพฤหัสบดี ระบุว่า ราคาน้ำมันอาจผันผวนมากขึ้นในช่วงสองสามสัปดาห์ข้างหน้า จากปัจจัยการเลือกตั้งในอิสราเอลล่าสุด และการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐในวันที่ 3 พฤศจิกายน

 

ธนาคารเดนมาร์ก ระบุว่า คาดว่าน้ำมันดิบจะซื้อขายกันในกรอบราคาที่สูงขึ้นระหว่าง 70–90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แม้เมื่อสงครามยุติแล้ว เมื่อเทียบกับช่วงก่อนสงครามที่ซื้อขายกันในกรอบ 60–70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

 

บริษัทติดตามเรือบรรทุกสินค้า 2 ใน 3 ราย ระบุว่า ปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบของซาอุดีอาระเบียเพิ่มขึ้นในเดือนตุลาคมเมื่อเทียบกับเดือนกันยายน แม้จะมีการโจมตีเรือในอ่าวจากฝ่ายอิหร่าน และการอ้างความรับผิดชอบจากกลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งหนุนหลังโดยอิหร่าน ว่าได้โจมตีสถานที่ผลิตน้ำมันของซาอุดีอาระเบียด้านสหรัฐ จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมัน ซึ่งถือเป็นดัชนีชี้แนวโน้มการผลิตในอนาคต เพิ่มขึ้น 2 แท่น สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) ระบุในรายงาน Petroleum Supply Monthly เมื่อวันศุกร์ว่า การผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐเพิ่มขึ้นในเดือนสิงหาคม ขณะที่ความต้องการใช้น้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันปรับตัวลดลง

 

ขณะเดียวกัน บริษัทน้ำมันแห่งชาติของลิเบีย (National Oil Corporation) ระบุว่า กลุ่มติดอาวุธได้ปิดวาล์วบนท่อส่งน้ำมันดิบสายหลัก Hamada เมื่อวันศุกร์ ซึ่งเชื่อมแหล่งผลิต Hamada เข้ากับโรงกลั่น Zawiya โดยการปิดวาล์วดังกล่าวทำให้การลำเลียงน้ำมันราว 15,000 บาร์เรลต่อวันต้องหยุดชะงัก